ช่วงนี้หลายคนอาจจะรู้สึกว่าตัวเองป่วยง่ายเหลือเกิน เดี๋ยวก็เป็นหวัด เดี๋ยวก็ท้องเสีย หายใจไม่ทันหายใจเข้าก็เริ่มเจ็บคออีกแล้ว พอกลับมานั่งนึกดูดีๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย บางทีคำตอบอาจจะไม่ใช่แค่เรื่องพักผ่อนน้อย แต่ต้นตอที่แท้จริงอาจซ่อนอยู่จานข้าวของเราเองครับ
ในฐานะหมอที่ตรวจคนไข้มานาน เวลาเจอคนที่ร่างกายอ่อนแอ ป่วยเรื้อรัง หรือติดเชื้อง่าย สิ่งแรกๆ ที่มักจะชวนคุยเสมอก็คือเรื่องการกินนี่แหละครับ เพราะระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของเราไม่ใช่สิ่งที่อยู่ลอยๆ แต่มันถูกสร้างและหล่อเลี้ยงด้วยสารอาหารที่เราตักเข้าปากทุกวัน หากวันไหนเกิดภาวะโภชนาการไม่สมดุลและภูมิคุ้มกันบกพร่องขึ้นมาเมื่อไหร่ กำแพงเมืองที่คอยปกป้องร่างกายจากการรุกรานของเชื้อโรคก็จะพังทลายลงอย่างง่ายดาย
เกราะป้องกันร่างกายพังได้อย่างไร เมื่อสารอาหารที่กินเข้าไปไม่พอดี
เวลาที่เราพูดถึงความอ้วนหรือความผอม หลายคนมักจะมองว่าเป็นเรื่องของรูปร่างและความสวยงาม แต่ในทางการแพทย์ ภาวะโภชนาการที่ไม่สมดุลไม่ได้หมายถึงแค่การน้ำหนักเกินหรือผอมแห้งแรงน้อยเท่านั้น แต่มันหมายถึงการที่ร่างกายได้รับสารอาหารหลักและสารอาหารรองไม่สัดส่วนที่เหมาะสม
ลองนึกภาพตามนะครับว่า เซลล์เม็ดเลือดขาวและสารภูมิต้านทานต่างๆ ในร่างกาย เปรียบเสมือนทหารกล้าที่ต้องคอยปกป้องสนามรบ ทหารเหล่านี้ต้องการอาวุธและเสบียงชั้นดี ซึ่งก็คือโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุต่างๆ หากเรากินแต่อาหารขยะที่ให้พลังงานเปล่าๆ แต่ไม่มีสารอาหารที่มีประโยชน์ ทหารในร่างกายของเราก็จะขาดเสบียง อ่อนแรง และทำงานไม่มีประสิทธิภาพ จนกลายเป็นภาวะภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติหรือบกพร่องไปในที่สุด
กับดักความอ้วนแต่ขาดสารอาหารที่หลายคนกำลังเผชิญอยู่
คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดคิดว่า คนที่รูปร่างท้วมหรือดูอ้วนทมึนน่าจะมีสารอาหารสะสมในร่างกายเหลือเฟือ แต่ในความเป็นจริง หมอกลับเจอคนไข้กลุ่มนี้หลายคนที่ประสบปัญหาขาดวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นอย่างรุนแรง
สาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมการกินอาหารแปรรูป อาหารฟาสต์ฟู้ด หรือขนมขบเคี้ยวที่มีแป้งและน้ำตาลสูง อาหารเหล่านี้ให้พลังงานสูงมากแต่แทบไม่มีวิตามินซี วิตามินดี สังกะสี หรือเหล็ก ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญในการกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาว เมื่อกินเข้าไปมากๆ น้ำหนักตัวอาจจะพุ่งสูงขึ้น แต่เซลล์ภูมิคุ้มกันกลับอดอยากและอ่อนแอลง กลายเป็นวงจรอุบาทว์ที่ทำให้เจ็บป่วยได้ง่ายขึ้นเรื่อยๆ
สัญญาณเตือนจากร่างกายที่บอกว่าระบบภูมิคุ้มกันกำลังส่งเสียงขอความช่วยเหลือ
ร่างกายของเราฉลาดกว่าที่เราคิดครับ ก่อนที่โรคภัยไข้เจ็บร้ายแรงจะถามหา ร่างกายมักจะมีสัญญาณเตือนเล็กๆ น้อยๆ ส่งออกมาให้เราสังเกตเห็นอยู่เสมอ ลองเช็กตัวเองดูสักนิดว่ามีอาการเหล่านี้อยู่หรือเปล่า
- เป็นหวัดหรือติดเชื้อง่ายกว่าปกติ: คนอื่นหายใจร่วมกับคนป่วยแล้วไม่เป็นอะไร แต่เรากลับติดเชื้อและป่วยตามได้ทุกที แถมใช้เวลานานมากกว่าจะหายดี
- แผลหายช้าผิดปกติ: เวลาเกิดรอยขีดข่วนหรือมีแผลมีดบาด เลือดหยุดไหลช้าและใช้เวลานานมากกว่าเนื้อเยื่อจะสมานตัวกันสนิท
- อ่อนเพลียเรื้อรังไม่มีสาเหตุ: นอนเต็มอิ่มแล้วแต่ตื่นมาก็ยังรู้สึกเหนื่อยล้า สมองตื้อ ไม่สดชื่นเหมือนเคย
- มีปัญหาเรื่องผิวหนังและเส้นผม: ผิวแห้งกร้าน เป็นผื่นง่าย หรือผมร่วงมากกว่าปกติ ซึ่งอาจเกิดจากการขาดโปรตีนและวิตามินบี
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบนโต๊ะอาหารเพื่อกู้คืนภูมิคุ้มกันให้กลับมาแข็งแรง
ข่าวดีก็คือ ภาวะโภชนาการที่ไม่สมดุลและปัญหาภูมิคุ้มกันบกพร่องที่ไม่ได้เกิดจากโรคทางพันธุกรรม สามารถฟื้นฟูและแก้ไขได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินในชีวิตประจำวันครับ
เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการเลือกกินอาหารให้หลากหลาย ครบทั้ง 5 หมู่ เน้นโปรตีนคุณภาพดีจากเนื้อปลา ไข่ ไก่ หรือถั่วต่างๆ เพื่อให้ร่างกายมีกรดอะมิโนไปสร้างภูมิคุ้มกัน พร้อมทั้งเสริมผักผลไม้หลากสีในทุกมื้อ เพื่อรับวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติ นอกจากนี้ การดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอและการนอนหลับพักผ่อนให้สนิท ก็เป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้สารอาหารที่กินเข้าไปทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพครับ