นั่งไม่ติดเก้าอี้ ขยับตัวตลอดเวลา สัญญาณนี้กำลังบอกอะไรเราอยู่?
เวลาที่นั่งทำงานไปสักพักแล้วเริ่มรู้สึกว่าขาต้องกระดิก มือต้องหยิบจับนู่นนี่ หรือต้องเปลี่ยนท่านั่งบ่อยๆ หลายคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องปกติของความเบื่อหน่ายหรือความเคยชิน แต่ในทางการแพทย์ อาการอยู่ไม่สุขและการแสดงพฤติกรรมยุกยิกเกินเหตุ อาจเป็นมากกว่าแค่ความซุกซนหรือความใจร้อน เพราะมันมักจะเป็นสัญญาณเตือนบางอย่างที่ร่างกายและสมองพยายามส่งเสียงบอกเราว่ามีความผิดปกติบางประการเกิดขึ้น
ในฐานะแพทย์ที่ตรวจคนไข้มานาน ผมมักจะเจอคนไข้หรือคุณพ่อคุณแม่ที่พาบุตรหลานมาปรึกษาด้วยอาการทำนองนี้บ่อยๆ บางคนบอกว่านอนไม่ค่อยหลับเพราะขากระตุกตอนดึก บางคนรู้สึกเหมือนมีอะไรไต่อยู่ใต้ผิวหนังจนต้องขยับขาตลอดเวลา หรือในเด็กก็มักจะถูกมองว่าซนสมาธิสั้น ทั้งที่จริงแล้วมีรายละเอียดลึกซึ้งกว่านั้นมาก วันนี้เรามาทำความเข้าใจอาการเหล่านี้ไปพร้อมๆ กันแบบภาษาหมอคุยกับคนไข้ครับ
เช็กตัวเองด่วน อาการยุกยิกแบบไหนที่เกินพอดีและควรระวัง?
พฤติกรรมยุกยิกมีหลายระดับ ตั้งแต่การเคาะนิ้วบนโต๊ะตอนลึกซึ้งกับความคิด ไปจนถึงการเคลื่อนไหวร่างกายตลอดเวลาที่ไม่สามารถควบคุมได้ ลองมาดูกันว่าลักษณะอาการแบบใดที่เข้าข่าย อาการอยู่ไม่สุขและการแสดงพฤติก รกรรมที่ควรเริ่มสังเกตตัวเองอย่างจริงจัง
- ขาอยู่ไม่สุขช่วงค่ำหรือเวลานอน: รู้สึกอึดอัดที่ขาจนต้องลุกขึ้นเดิน หรือต้องขยับขาตลอดเวลาเพื่อให้รู้สึกสบายขึ้น
- นั่งประชุมหรือดูหนังไม่เคยจบเรื่อง: ต้องเปลี่ยนท่า นั่งไขว่ห้าง ลุกขึ้นยืน หรือเดินไปเดินมาเพราะรู้สึกกระวนกระวายข้างใน
- มือไม้อยู่ไม่สุข: หยิบจับสิ่งของรอบตัว หมุนปากกา แกะยางลบ หรือทำลายข้าวของโดยไม่รู้ตัว
- หงุดหงิดง่ายถ้าต้องอยู่นิ่งๆ: รู้สึกอึดอัดทางอารมณ์อย่างรุนแรงเมื่อถูกบังคับให้นั่งนิ่งเป็นเวลานาน
สาเหตุเบื้องหลัง ทำไมร่างกายถึงสั่งให้เราต้องขยับตลอดเวลา?
การที่คนเราจะมีพฤติกรรมอยู่ไม่สุขนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากความตั้งใจเสมอไป แต่มีรากฐานมาจากระบบประสาทและสารเคมีในสมอง โดยสาเหตุหลักๆ ที่ผมมักพบเจอในทางคลินิกมีดังนี้ครับ
ความผิดปกติของสารสื่อประสาทโดปามีนในสมอง
โดปามีนคือสารเคมีในสมองที่มีหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวและความสุข หากระบบนี้ทำงานผิดเพี้ยนไป สมองจะไม่สามารถส่งสัญญาณให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายได้เต็มที่ ส่งผลให้เกิดความรู้สึกกระวนกระวายและต้องขยับตัวเพื่อลดความอึดอัดนั้นลง
ภาวะขาดธาตุเหล็กและปัญหาสุขภาพเรื้อรัง
เชื่อไหมครับว่าคนที่มีอาการขากระตุกตอนกลางคืนหรืออยู่ไม่สุขหลายคน มีภาวะระดับธาตุเหล็กในเลือดต่ำกว่าเกณฑ์ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการทำงานของสมองส่วนที่ควบคุมการเคลื่อนไหว นอกจากนี้ โรคไตเรื้อรังหรือโรคปลายประสาทอักเสบก็เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดอาการนี้ได้เช่นกัน
ความเครียด วิตกกังวล และภาวะสมาธิสั้น
ในยุคที่เราต้องรับข้อมูลข่าวสารรวดเร็ว สมองมักจะอยู่ในโหมดตื่นตัวตลอดเวลา (Hyperarousal) ความเครียดสะสมจึงแสดงออกมาในรูปแบบของพฤติกรรมทางกาย เช่น การกัดเล็บ การโยกขา หรือการแสดงอาการยุกยิกโดยไม่รู้ตัว รวมถึงในกลุ่มคนที่มีภาวะสมาธิสั้น (ADHD) ตั้งแต่เด็กจนโต
วิธีปรับพฤติกรรมและแนวทางการรักษาจากคุณหมอ
ข่าวดีคืออาการเหล่านี้สามารถจัดการและบรรเทาให้ดีขึ้นได้ครับ ไม่จำเป็นต้องทนทรมานอยู่เงียบๆ แนวทางดูแลตัวเองเบื้องต้นและการรักษาทางการแพทย์มีดังนี้
- ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตและสิ่งแวดล้อม: ออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อช่วยเผาผลาญพลังงานส่วนเกินและปรับสมดุลสารสื่อประสาท หลีกเลี่ยงคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ช่วงเย็นเพราะจะกระตุ้นให้อาการแย่ลง
- ตรวจเลือดเช็กระดับวิตามินและแร่ธาตุ: หากพบว่าขาดธาตุเหล็กหรือวิตามินบางชนิด การแพทย์จะพิจารณาให้เสริมสารอาหารเหล่านั้น
- การใช้ยาภายใต้คำแนะนำของแพทย์: ในกรณีที่มีอาการรุนแรงจนรบกวนการนอนหลับหรือการใช้ชีวิตประจำวัน แพทย์อาจพิจารณาใช้กลุ่มยาที่ไปปรับการทำงานของโดปามีนหรือยาคลายกังวล เพื่อให้ระบบประสาทสงบลง
เมื่อไหร่ที่อาการยุกยิกแบบนี้ควรพาไปพบแพทย์เฉพาะทาง?
หากอาการอยู่ไม่สุขเริ่มลุกลามจนทำให้คุณนอนไม่หลับเรื้อรัง ตื่นมาแล้วเพลียระหว่างวัน หรือส่งผลกระทบต่อการทำงานและการเข้าสังคมจนรู้สึกเครียด แนะนำว่าอย่าปล่อยไว้ครับ ควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการตรวจเลือดหรือการประเมินระบบประสาท การรู้เร็วและแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ จะช่วยให้คุณกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีและนั่งนิ่งๆ อย่างมีความสุขได้อีกครั้งครับ