ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมร่างกายถึงประท้วงด้วยอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาและการออกกำลังกาย

หลายคนมักจะมาปรึกษาผมที่คลินิกด้วยประโยคยอดฮิตอย่าง อยากฟิตหุ่นแต่พอเริ่มขยับตัวกลับเจ็บจี๊ดขึ้นมาดื้อๆ อาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาและการออกกำลังกายไม่ใช่เรื่องแปลก แต่มักเกิดจากความไม่พร้อมของร่างกาย การหักโหมมากเกินไป หรือการใช้ท่าทางที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รู้วิธีจัดการ อาการบาดเจ็บเล็กน้อยอาจกลายเป็นปัญหาเรื้อรังที่รบกวนชีวิตประจำวันไปอีกนาน

สัญญาณเตือนจากร่างกายที่บอกว่าคุณต้องหยุดพักทันที

เวลาเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายแล้วรู้สึกผิดปกติ อย่าเพิ่งฝืนทำต่อจนจบเซตครับ สัญญาณที่ร่างกายกำลังสื่อสารกับเรามีหลายอย่างที่ควรสังเกต:

  • อาการปวดแปลบหรือเจ็บจี๊ดที่จุดใดจุดหนึ่งอย่างรุนแรง
  • ข้อต่อมีอาการบวมแดงหรือรู้สึกร้อนผิดปกติ
  • การเคลื่อนไหวของอวัยวะส่วนนั้นทำได้ไม่เต็มที่เหมือนเดิม
  • มีเสียงดัง กึก หรือรู้สึกถึงแรงสะเทือนในข้อต่อขณะเคลื่อนไหว

ปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อเกิดอาการบาดเจ็บเฉียบพลัน

สูตรสำเร็จของการดูแลตัวเองในช่วง 48 ชั่วโมงแรกที่ได้ผลที่สุดคือหลักการ RICE ซึ่งผมมักจะแนะนำคนไข้เสมอเพื่อให้การอักเสบไม่ลุกลาม:

  • Rest (พัก): หยุดใช้งานส่วนที่บาดเจ็บทันที อย่าฝืนเดินหรือออกกำลังกายทับจุดเดิม
  • Ice (ประคบเย็น): ใช้ถุงน้ำแข็งประคบประมาณ 15-20 นาที เพื่อลดการบวมและบรรเทาความเจ็บปวด
  • Compression (กดทับ): ใช้ผ้ายืดพันรอบจุดที่บาดเจ็บเพื่อช่วยลดอาการบวม
  • Elevation (ยกสูง): พยายามยกอวัยวะส่วนที่บาดเจ็บให้สูงกว่าระดับหัวใจ เพื่อให้เลือดไหลเวียนกลับได้สะดวก

วิธีแยกความแตกต่างระหว่างการปวดกล้ามเนื้อปกติกับอาการบาดเจ็บที่น่ากังวล

คนส่วนใหญ่มักสับสนระหว่าง อาการปวดเมื่อยหลังออกกำลังกาย (DOMS) กับอาการบาดเจ็บจริง หากเป็นความล้าจากการทำงานของกล้ามเนื้อ เราจะรู้สึกปวดตึงๆ ทั่วบริเวณที่ออกกำลังกายและมักจะดีขึ้นเองภายใน 2-3 วัน แต่ถ้าเป็นอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาและการออกกำลังกาย อาการปวดมักจะเกิดขึ้นทันที มีอาการบวมอย่างเห็นได้ชัด หรือปวดเฉพาะจุดที่รุนแรงจนขยับไม่ได้ แบบนี้คือสัญญาณที่ต้องให้ความสำคัญมากกว่าแค่การพักผ่อนทั่วไป

เมื่อไหร่ที่การรักษาด้วยตัวเองไม่พอและควรมาพบแพทย์

หลายครั้งคนไข้มักอดทนรอจนอาการลุกลาม ผมอยากแนะนำว่าถ้าหากคุณพบอาการดังต่อไปนี้ อย่ารอช้าที่จะเข้ามาตรวจเช็กที่คลินิกครับ:

  • อาการปวดไม่ดีขึ้นเลยหลังผ่านไป 3-5 วัน
  • กระดูกมีรูปร่างผิดปกติหรือเคลื่อนที่ออกจากตำแหน่งเดิม
  • ไม่สามารถลงน้ำหนักที่ขาหรือแขนข้างที่เจ็บได้เลย
  • มีอาการชา หรือรู้สึกเหมือนมีเข็มทิ่มที่ปลายมือปลายเท้า

การรู้จักฟังเสียงร่างกายตนเองคือหัวใจสำคัญของการออกกำลังกายให้ยั่งยืน การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษาเสมอ ดังนั้นก่อนเริ่มกิจกรรมทุกครั้งอย่าลืมอบอุ่นร่างกายและยืดเหยียดให้เพียงพอครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down