ช่วงเวลาที่ลูกก้าวเข้าสู่ วัยรุ่น มักจะเป็นช่วงเวลาที่พ่อแม่หลายคนต้องปรับตัวครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ที่ขึ้นๆ ลงๆ ความต้องการความเป็นส่วนตัว หรือการใช้เวลาอยู่กับเพื่อนมากกว่าครอบครัว แต่บางครั้ง ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ก็อาจซ่อนสัญญาณเตือนบางอย่างที่น่ากังวลเอาไว้ โดยเฉพาะเรื่องของภาวะการติดสารเสพติดหรือพฤติกรรมเสี่ยง ที่หมอมักจะได้ยินคุณพ่อคุณแม่นั่งกังวลและปรึกษาอยู่บ่อยครั้งในห้องตรวจ
ในฐานะหมอที่ได้พูดคุยกับครอบครัวและเด็กๆ มามาก หมออยากชวนคุณพ่อคุณแม่มาทำความเข้าใจเรื่องนี้ด้วยกันแบบอกต่ออก เพื่อที่เราจะสามารถสังเกตทัน และช่วยประคับประคองลูกหลานของเราให้ผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้อย่างปลอดภัยครับ
ทำไมวัยรุ่นถึงกล้าลองอะไรเสี่ยงๆ แบบนั้น
ก่อนที่เราจะไปดูสัญญาณเตือน หมออยากชวนทำความเข้าใจธรรมชาติของสมองวัยรุ่นกันก่อนครับ สมองส่วนที่ทำหน้าที่ควบคุมเหตุผลและประเมินความเสี่ยง (Prefrontal Cortex) ของเด็กวัยรุ่นยังพัฒนาไม่เต็มที่ ในขณะที่สมองส่วนที่แสวงหาความตื่นเต้นและความสุข (Reward System) ทำงานอย่างเต็มที่แล้ว ประกอบกับแรงผลักดันจากเพื่อนฝูงและการอยากรู้อยากลอง ทำให้วัยรุ่นพร้อมที่จะกระโดดเข้าหาความเสี่ยงได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่หลายเท่า
สารเสพติด ไม่ว่าจะเป็นบุหรี่ไฟฟ้า กัญชา ยาบ้า หรือแม้แต่พฤติกรรมเสี่ยงอื่นๆ เช่น การพนันออนไลน์ การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน หรือการแข่งรถในทางสาธารณะ ล้วนแต่ไปกระตุ้นสารสื่อประสาทในสมองให้หลั่งความสุขออกมาอย่างรวดเร็ว จนเด็กๆ รู้สึกติดใจและอยากทำซ้ำ แม้จะรู้ว่ามันอันตรายก็ตาม
สัญญาณเตือนแบบไหนที่ฟ้องว่าลูกกำลังมีปัญหา
การสังเกตพฤติกรรมของวัยรุ่นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเป็นเรื่องปกติของวัยนี้ แต่ถ้ามีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นร่วมกันหลายข้อ หรือมีการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน หมอแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่เริ่มระวังตัวได้เลยครับ
- การเปลี่ยนแปลงทางกาย: น้ำหนักลดฮวบ ตาแดงก่ำ นอนไม่หลับหรือนอนมากผิดปกติ มีกลิ่นแปลกๆ ติดตัวหรือตามเสื้อผ้า และมักมีอาการป่วยเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ
- พฤติกรรมที่เปลี่ยนไป: เปลี่ยนกลุ่มเพื่อนกะทันหัน เก็บตัวอยู่ในห้อง ไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ข้าวของส่วนตัว และมีอาการหงุดหงิดฉุนเฉียวรุนแรงเวลาถูกซักถาม
- เรื่องเงินทอง: เงินหมดเร็วกว่าปกติ มีพฤติกรรมลักเล็กขโมยน้อย หรือของมีค่าในบ้านทยอยหายไป
- ผลการเรียนและหน้าที่: เกรดตกฮวบ ขาดเรียนบ่อย หรือหมดความสนใจในสิ่งที่เคยชอบทำเป็นประจำ
วิธีรับมือเมื่อจับได้ว่าลูกเข้าไปพัวพันกับเรื่องเสี่ยง
เวลาที่รู้ว่าลูกไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดหรือมีพฤติกรรมเสี่ยง คุณพ่อคุณแม่อาจจะรู้สึกโกรธ ช็อก หรือเสียใจจนควบคุมตัวเองไม่อยู่ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดามากครับ แต่สิ่งที่หมออยากแนะนำคือ พยายามตั้งสติให้มากที่สุดก่อนเข้าไปคุยกับลูก
หลีกเลี่ยงการใช้อารมณ์ การด่าทอ หรือการคาดคั้นรุนแรง เพราะจะยิ่งผลักให้ลูกปิดปากเงียบและหนีห่างออกไปอีก ให้เปลี่ยนเป็นการพูดคุยด้วยความเข้าใจ รับฟังเหตุผลของเขาก่อน และแสดงให้เห็นว่าเราเป็นห่วงความปลอดภัยและอนาคตของเขาจริงๆ ไม่ได้ต้องการจะจับผิด
เมื่อไหร่ควรพาไปพบแพทย์เพื่อรับความช่วยเหลืออย่างจริงจัง
หากลองคุยกันแล้วสถานการณ์ไม่ดีขึ้น หรือพบว่าลูกมีอาการของการติดสารเสพติดอย่างรุนแรง เช่น มีอาการลงแดงเมื่อขาดยา มีภาวะซึมเศร้าร่วมด้วย หรือมีพฤติกรรมทำร้ายตัวเองและผู้อื่น การปล่อยให้จัดการกันเองในครอบครัวอาจไม่เพียงพอแล้วครับ
การพามาพบจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น หรือเข้ารับคำปรึกษาที่คลินิกบำบัดรักษา ไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่มันคือการยื่นมือเข้าไปช่วยชีวิตเด็กคนหนึ่งให้กลับคืนมา เพราะภาวะการติดสารเสพติดถือเป็นโรคทางสมองอย่างหนึ่งที่ต้องการการรักษาทางการแพทย์ควบคู่ไปกับความรักความเข้าใจจากคนในครอบครัวครับ