ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ในช่วงสัปดาห์แรกๆ หลังจากอุ้มเจ้าตัวเล็กกลับมาดูแลที่บ้าน คุณพ่อคุณแม่มือใหม่มักจะวุ่นอยู่กับการปรับตัว ทั้งเรื่องการกินนม การนอน และการขับถ่ายของลูก แต่มีสิ่งหนึ่งที่หมออยากให้ใส่ใจเป็นพิเศษ แม้ว่าทารกแรกเกิดจะดูแข็งแรงสมบูรณ์ดีในสายตาของเรา นั่นคือเรื่องของฮอร์โมนตัวจิ๋วแต่มีความสำคัญมหาศาลต่อสมองและร่างกายของลูกรัก

หลายคนอาจไม่เคยได้ยินชื่อโรคนี้มาก่อนจนกระทั่งวันที่คลอดลูกเสร็จ แล้วพยาบาลเดินมาบอกว่าจะต้องขอเจาะเลือดที่ส้นเท้าของเจ้าตัวเล็กไปตรวจคัดกรองโรคทางพันธุกรรม ซึ่งหนึ่งในโรคสำคัญที่ซ่อนอยู่และต้องตรวจหาให้เจอตั้งแต่วันแรกๆ ก็คือ ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานต่ำแต่กำเนิด นั่นเอง

ทำความรู้จักกับ ฮอร์โมนไทรอยด์ ฮีโร่ตัวจิ๋วที่ช่วยสร้างสมองและร่างกายของลูกรัก

ต่อมไทรอยด์เป็นต่อมไร้ท่อรูปผีเสื้อที่อยู่บริเวณส่วนหน้าของลำคอ ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ ซึ่งเปรียบเสมือนเชื้อเพลิงหลักที่คอยขับเคลื่อนระบบเผาผลาญ พลังงาน และการเจริญเติบโตของร่างกายในทุกส่วน

สำหรับทารกแรกเกิด ฮอร์โมนไทรอยด์มีบทบาทที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นมาก เพราะเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาเซลล์สมองและระบบประสาท หากร่างกายของทารกขาดฮอร์โมนตัวนี้ไปในช่วงที่สมองกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว จะส่งผลกระทบต่อระดับสติปัญญาและพัฒนาการทางสมองอย่างถาวร ซึ่งในทางการแพทย์เราเรียกภาวะนี้ว่า ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานต่ำแต่กำเนิด (Congenital Hypothyroidism)

ทำไมต่อมไทรอยด์ของลูกน้อยถึงทำงานได้ไม่เต็มที่?

คุณพ่อคุณแม่หลายคนมักจะตกใจและโทษตัวเองว่าทำอะไรผิดไปในระหว่างตั้งครรภ์หรือไม่ หมออยากบอกว่าภาวะนี้ส่วนใหญ่แล้วไม่ได้เกิดจากสิ่งที่คุณแม่ทานหรือทำในช่วงท้อง แต่สาเหตุหลักๆ มักเกิดจากสองปัจจัยนี้

  • ความผิดปกติในการพัฒนาของต่อมไทรอยด์เอง: เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดถึงร้อยละ 80-90 โดยต่อมไทรอยด์ของทารกอาจไม่ได้สร้างขึ้นมาเลยตั้งแต่ในครรภ์ มีขนาดเล็กกว่าปกติ หรืออยู่ผิดที่ทางกายวิภาค ทำให้ไม่สามารถผลิตฮอร์โมนได้เพียงพอ
  • ความบกพร่องในขั้นตอนการสร้างฮอร์โมน: ตัวต่อมไทรอยด์อาจจะสร้างขึ้นมาได้ครบถ้วนดี แต่อวัยวะภายในทำงานผิดปกติ ทำให้ไม่สามารถสังเคราะห์ฮอร์โมนออกมาใช้งานได้ตามปกติ

สังเกตอย่างไร? สัญญาณเตือนเงียบๆ ที่คุณพ่อคุณแม่อาจมองข้าม

ความน่ากลัวของโรคนี้คือ ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังคลอด ทารกส่วนใหญ่มักจะดูปกติทุกอย่าง ไม่มีอาการแสดงใดๆ ที่เด่นชัดเลย เนื่องจากทารกยังได้รับฮอร์โมนไทรอยด์บางส่วนจากคุณแม่ส่งผ่านทางรกตั้งแต่อยู่ในท้องคอยช่วยประคับประคองไว้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปและฮอร์โมนจากแม่เริ่มหมดลง ร่างกายของลูกจะเริ่มแสดงอาการเหล่านีออกมาช้าๆ

อาการทางกายที่ต้องคอยสังเกต

  • ตัวเหลืองนานกว่าปกติ: ทารกทั่วไปมักจะหายเหลืองภายใน 1-2 สัปดาห์แรก แต่เด็กที่มีภาวะนี้มักจะมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ยาวนานกว่าปกติ
  • ท้องผูกบ่อย ท้องอืดบ่อย: ถ่ายอุจจาระยาก ลำไส้ทำงานช้าลง
  • เฉื่อยชา หลับเก่งเกินไป: เป็นเด็กเลี้ยงง่ายเกินไป ไม่ค่อยร้องกวน ไม่ค่อยตื่นมาดูดนม ดูดนมช้าและไม่มีแรง
  • ตัวอ่อนปวกเปียก: ความตึงตัวของกล้ามเนื้อน้อย เนื้อตัวนิ่มเหลว
  • เสียงร้องแหบ: เวลาเหนื่อยหรือร้องไห้ เสียงจะทุ้มต่ำและแหบเครือ
  • หน้าตาเริ่มเปลี่ยนไป: ดั้งจมูกแบน ตาห่าง มีลิ้นโตคับปากคอยยื่นออกมาบ่อยๆ ผิวแห้ง และมีสะดือจุ่น

หมออยากเน้นย้ำว่า หากเรารอจนกระทั่งเห็นอาการเหล่านี้ชัดเจนครบถ้วน นั่นอาจหมายความว่าสมองของลูกรักเริ่มได้รับผลกระทบไปแล้วบางส่วน ซึ่งอาจทำให้พัฒนาการล่าช้าหรือสติปัญญาบกพร่องได้ในอนาคต

เจาะเลือดส้นเท้าเด็กแรกเกิด การตรวจง่ายๆ ที่ช่วยปกป้องอนาคตของลูก

นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมระบบสาธารณสุขจึงต้องมี มาตรการตรวจคัดกรองทารกแรกเกิด โดยการเจาะเลือดเพียงไม่กี่หยดจากส้นเท้าของทารกในช่วงอายุ 48-72 ชั่วโมงหลังคลอด

การตรวจคัดกรองนี้จะช่วยสแกนหาค่าฮอร์โมนกระตุ้นต่อมไทรอยด์ (TSH) หรือค่าฮอร์โมนไทรอยด์ (T4) หากพบว่ามีค่าที่ผิดปกติ โรงพยาบาลจะรีบติดต่อคุณพ่อคุณแม่เพื่อให้พาลูกกลับมาเจาะเลือดซ้ำเพื่อยืนยันผลทันที กระบวนการนี้ช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยและเริ่มต้นการรักษาได้ตั้งแต่วัยเยาว์ ก่อนที่ลูกน้อยจะเริ่มแสดงอาการผิดปกติใดๆ ออกมาด้วยซ้ำ

การรักษาที่ไม่ยุ่งยาก แต่ต้องอาศัยวินัยและความสม่ำเสมอ

ข่าวดีที่สุดสำหรับภาวะนี้คือ แม้ฟังดูน่ากลัว แต่การรักษานั้นง่ายและได้ผลดีมาก หากตรวจพบเร็วและได้รับการรักษาอย่างถูกต้องทันท่วงที

การรักษาคือการให้ ฮอร์โมนไทรอยด์สังเคราะห์ ชดเชยเข้าไปในร่างกาย ซึ่งมาในรูปแบบของยาเม็ดเล็กๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ต้องนำมาบดละมุนกับน้ำเปล่าหรือน้ำนมแม่ปริมาณเล็กน้อย แล้วป้อนให้ลูกทานวันละครั้งในเวลาเดิมทุกวัน เพื่อทดแทนฮอร์โมนส่วนที่ร่างกายของลูกสร้างเองไม่ได้

ข้อควรระวังในการป้อนยาที่ต้องจำให้ขึ้นใจ

  • ห้ามผสมยาในขวดนมปริมาณมาก: เพราะหากลูกทานนมไม่หมดขวด ลูกจะไม่ได้รับยาในปริมาณที่ครบถ้วน
  • หลีกเลี่ยงการทานพร้อมกับนมสูตรถั่วเหลือง ธาตุเหล็ก หรือแคลเซียม: เนื่องจากสารเหล่านี้จะไปขัดขวางการดูดซึมยาในทางเดินอาหาร
  • ต้องทานยาอย่างสม่ำเสมอห้ามหยุดเอง: แม้ว่าลูกจะดูแข็งแรงเป็นปกติแล้วก็ตาม เพราะร่างกายของเขายังต้องการฮอร์โมนนี้ไปใช้ในการเจริญเติบโตตลอดเวลา

นอกจากการทานยาแล้ว กุมารแพทย์จะนัดตรวจเลือดเพื่อติดตามระดับฮอร์โมนและปรับขนาดยาให้เหมาะสมกับน้ำหนักตัวของลูกที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป็นระยะ

หากตรวจเจอและรักษาเร็ว ลูกน้อยจะเติบโตได้สมวัยเหมือนเด็กทั่วไปหรือไม่?

หมอขอตอบให้คุณพ่อคุณแม่สบายใจตรงนี้เลยว่า หากเราสามารถตรวจเจอภาวะนี้และเริ่มให้ยาฮอร์โมนทดแทนได้เร็ว โดยเฉพาะภายในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกหลังคลอด สมองและร่างกายของลูกน้อยจะได้รับการปกป้องอย่างสมบูรณ์แบบ พวกเขาจะมีพัฒนาการทางสติปัญญา ร่างกาย และอารมณ์ที่เติบโตได้สมวัยและแข็งแรงเหมือนเด็กปกติทั่วไปอย่างไม่มีความแตกต่างเลย

ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการใส่ใจตรวจคัดกรองแรกเกิด และหากได้รับการติดต่อจากโรงพยาบาลว่าผลเลือดมีปัญหาก็อย่าเพิ่งตื่นตระหนกตกใจ ให้รีบพาลูกกลับไปตรวจซ้ำตามนัดทันที เพราะทุกวันที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วมีความหมายต่อพัฒนาการทางสมองและอนาคตที่สดใสของลูกรักเป็นอย่างยิ่ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down