ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมเบาหวานถึงเป็นศัตรูตัวฉกาจของสมอง

หลายคนที่มาปรึกษาหมอที่คลินิกมักมีคำถามว่า ทำไมต้องกังวลเรื่องสมองในเมื่อเป็นแค่โรคเบาหวาน ความจริงแล้วน้ำตาลในเลือดที่สูงเกินเกณฑ์อยู่เป็นเวลานาน ไม่ได้ทำร้ายแค่ไตหรือเท้าเท่านั้น แต่น้ำตาลเหล่านี้คือตัวการสำคัญที่ทำให้ผนังหลอดเลือดทั่วร่างกายรวมถึงในสมองเกิดการอักเสบและเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ เหมือนท่อน้ำที่โดนสนิมเกาะจนเปราะบางและตีบตันได้ง่าย

กลไกที่น้ำตาลทำลายหลอดเลือดจนนำไปสู่โรคหลอดเลือดสมองในผู้ป่วยเบาหวาน

เมื่อน้ำตาลในเลือดสูง มันจะเข้าไปเปลี่ยนโครงสร้างของผนังหลอดเลือดให้แข็งและสูญเสียความยืดหยุ่น ยิ่งไปกว่านั้นผู้ป่วยเบาหวานมักจะมีปัญหาเรื่องไขมันในเลือดสูงและมีความดันโลหิตร่วมด้วย ทั้งสามปัจจัยนี้จึงรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนไขมันที่ไปเกาะตามผนังหลอดเลือดสมอง ทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้ยากขึ้น และถ้าวันไหนที่ก้อนไขมันนี้หลุดไปอุดตัน หรือหลอดเลือดที่เปราะบางเกิดการปริแตก นั่นคือจุดเริ่มต้นของอาการอัมพฤกษ์อัมพาตที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น

สัญญาณเตือนที่ต้องรีบรู้ก่อนจะสายเกินไป

การสังเกตอาการตัวเองหรือคนใกล้ชิดเป็นเรื่องสำคัญที่สุด หลายครั้งอาการเตือนมักเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวแล้วหายไปเอง ทำให้เราชะล่าใจไม่ได้ โดยอาการที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดมีดังนี้

  • ปากเบี้ยว ยิ้มแล้วมุมปากตกข้างหนึ่ง
  • แขนขาอ่อนแรงกะทันหัน โดยเฉพาะซีกใดซีกหนึ่งของร่างกาย
  • พูดจาไม่ชัด พูดลำบาก หรือนึกคำพูดไม่ออก
  • มีอาการมึนงง ทรงตัวไม่อยู่ หรือมองเห็นภาพซ้อนแบบกะทันหัน

เช็กด่วน: ใครบ้างที่จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง

นอกจากระดับน้ำตาลสะสมที่ควบคุมไม่ได้แล้ว ยังมีปัจจัยอื่นที่เร่งให้ผู้ป่วยเบาหวานเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้เร็วขึ้น ได้แก่

  • ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงร่วมด้วย ซึ่งมักพบได้บ่อยในผู้ป่วยเบาหวาน
  • คนที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง โดยเฉพาะไขมันเลว (LDL)
  • ผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ เพราะบุหรี่ทำให้หลอดเลือดหดตัวและตีบแคบลง
  • ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินหรือไม่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

วิธีดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากภาวะสมองขาดเลือด

การคุมน้ำตาลให้ได้ตามเป้าหมายไม่ใช่แค่ตัวเลขในผลเลือด แต่มันคือการปกป้องชีวิตของเราในระยะยาว หมอแนะนำให้เริ่มจากขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

  • คุมน้ำตาลและระดับความดันให้อยู่ในเกณฑ์ที่หมอกำหนดอย่างเคร่งครัด
  • เลือกทานอาหารที่ไม่หวานจัด ไม่เค็มจัด และเน้นผักใบเขียว
  • ขยับร่างกายวันละ 30 นาที เพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น
  • ห้ามขาดยาหรือขาดการนัดหมายติดตามผลเลือดโดยเด็ดขาด

หากมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่อาการเหล่านั้นหายไปเองภายในเวลาไม่กี่นาที อย่ามองข้ามเด็ดขาด ให้รีบมาพบแพทย์ทันที เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายว่าหลอดเลือดสมองกำลังมีปัญหา การได้รับการวินิจฉัยเร็วช่วยป้องกันความพิการที่อาจเกิดขึ้นตามมาได้อย่างดีที่สุด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down