เวลาที่คนไข้เดินเข้ามาหาหมอด้วยอาการปวดไหล่ ยกแขนไม่ขึ้น หรือเจ็บเอ็นร้อยหวายเรื้อรังจากการวิ่ง คำถามแรกๆ ที่มักจะเจอก็คือ "หมอต้องเอ็กซเรย์ไหม" หรือ "ต้องไปทำอุโมงค์แม่เหล็ก MRI เลยหรือเปล่า" หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า ปัจจุบันเรามีเครื่องมือที่ช่วยให้เรามองเห็นความผิดปกติของเอ็นและกล้ามเนื้อได้แบบเรียลไทม์ โดยไม่ต้องนอนเกร็งในอุโมงค์แคบๆ และไม่ต้องกังวลเรื่องรังสี เครื่องมือที่ว่านี้ช่วยให้ตรวจสแกนหาจุดอักเสบได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมาก
การวินิจฉัยด้วยอัลตราซาวด์ระบบกล้ามเนื้อและกระดูก กลายมาเป็นเครื่องมือสำคัญในคลินิกยุคนี้ เพราะช่วยให้หมอและคนไข้เห็นพยาธิสภาพของโรคตรงหน้าไปพร้อมกัน ช่วยลดความล่าช้าในการรักษา และทำให้คนไข้เข้าใจที่มาของอาการเจ็บปวดของตัวเองได้ชัดเจนขึ้น
ทำไมปวดข้อ ปวดเอ็นบ่อยๆ หมอถึงชวนไปสแกนหาคำตอบด้วยอัลตราซาวด์
เวลาที่เราเอ็กซเรย์ธรรมดา สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือโครงสร้างของกระดูกแข็ง แต่สำหรับอาการปวดตึง ปวดอักเสบ หรือเอ็นฉีกขาด ซึ่งเป็นส่วนของเนื้อเยื่ออ่อน เอ็กซเรย์ทั่วไปมักจะมองไม่เห็น การส่งตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงจึงเข้ามาตอบโจทย์ตรงนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม
จุดเด่นที่ทำให้การตรวจแบบนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก มีดังนี้
- เห็นการเคลื่อนไหวขณะตรวจทันที: ต่างจากการตรวจเอ็กซเรย์หรือ MRI ที่คนไข้ต้องนอนนิ่งๆ แต่อัลตราซาวด์เปิดโอกาสให้หมอได้ลองขยับข้อต่อ บิดแขน หรือกดดูจุดที่คนไข้รู้สึกเจ็บขณะตรวจได้ ทำให้เห็นพฤติกรรมของเส้นเอ็นขณะทำงานจริง
- ปลอดภัย ไม่มีรังสีสะสม: ใช้เพียงคลื่นเสียงความถี่สูงเช่นเดียวกับการตรวจครรภ์ คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์หรือคนไข้ที่มีโลหะฝังในร่างกายก็สามารถเข้ารับการตรวจได้อย่างปลอดภัย
- รวดเร็วและพูดคุยกับหมอได้ทันที: ระหว่างที่หมอทาเจลแล้วลากหัวตรวจไปตามผิวหนัง คนไข้จะมองเห็นหน้าจอไปพร้อมกัน หมอสามารถชี้ให้ดูได้เลยว่าจุดไหนที่มีน้ำขังหรือจุดไหนที่เส้นเอ็นบวมอักเสบ
เช็กอาการปวดแบบไหนบ้างที่ตรวจหาคำตอบด้วยวิธีนี้แล้วได้ผลชัดเจน
การเลือกใช้เครื่องมือตรวจให้เหมาะกับอาการจะช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายได้มาก สำหรับการวินิจฉัยด้วยอัลตราซาวด์ระบบกล้ามเนื้อและเอ็นนั้น เหมาะกับกลุ่มอาการต่อไปนี้
กลุ่มอาการปวดไหล่และข้อศอก
คนไข้ที่ยกแขนไม่ขึ้น ปวดเสียวในข้อไหล่เวลาเอื้อมมือไปหยิบของด้านหลัง หรือกลุ่มนักกีฬาที่เล่นเทนนิส แบดมินตัน แล้วปวดข้อศอกด้านนอก การตรวจด้วยวิธีนี้จะช่วยสแกนหาจุดเกาะเส้นเอ็นที่อักเสบหรือฉีกขาดขนาดย่อมได้อย่างรวดเร็ว
อาการปวดข้อมือและนิ้วล็อค
สำหรับคนที่ทำงานออฟฟิศแล้วมีอาการชาที่ปลายนิ้วมือเนื่องจากพังผืดทับเส้นประสาทข้อมือ หรือคนที่มีอาการนิ้วสะดุด ขยับยาก อัลตราซาวด์จะช่วยวัดขนาดของเส้นประสาทที่โดนกดทับและประเมินความหนาตัวของปลอกหุ้มเอ็นนิ้วมือได้อย่างแม่นยำ
ปัญหาบริเวณสะโพก เข่า และข้อเท้า
ไม่ว่าจะเป็นอาการเอ็นร้อยหวายอักเสบในนักวิ่ง ข้อเท้าแพลงซ้ำซากจนเอ็นยึดข้อหลวม หรือภาวะน้ำขังในข้อเข่าจากข้อเสื่อม การสแกนจะช่วยให้หมอเห็นปริมาณน้ำและวางแผนระบายน้ำออกหรือฉีดยารักษาได้อย่างตรงจุด
ขั้นตอนการตรวจไม่ยุ่งยาก แถมเตรียมตัวง่ายกว่าที่คิด
หากหมอแนะนำให้เข้ารับการตรวจด้วยวิธีนี้ คนไข้แทบไม่ต้องเตรียมตัวอะไรเป็นพิเศษเลย ไม่ต้องงดน้ำงดอาหาร สามารถทานยาประจำตัวมาได้ตามปกติ เพียงแค่สวมเสื้อผ้าที่หลวมสบาย สามารถเปิดบริเวณที่ต้องการตรวจได้ง่าย เช่น หากปวดไหล่ ควรใส่เสื้อยืดคอกว้างหรือเสื้อเชิ้ตที่มีกระดุมหน้าเพื่อให้สะดวกต่อการตรวจ
เมื่อเข้าสู่ห้องตรวจ หมอจะทาเจลบนผิวหนังบริเวณที่จะตรวจ เจลนี้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางให้คลื่นเสียงส่งผ่านผิวหนังได้ดีขึ้น จากนั้นหมอจะใช้หัวตรวจขยับไปมา อาจมีการขอให้คนไข้ช่วยขยับข้อต่อช้าๆ เพื่อสังเกตมุมของการเคลื่อนไหว ขั้นตอนนี้ไม่มีความเจ็บปวดใดๆ นอกจากแรงกดเบาๆ จากหัวตรวจเท่านั้น
เรื่องที่คุณควรรู้ก่อนตรวจ: อัลตราซาวด์มีข้อจำกัดอะไรบ้าง?
แม้ว่าการตรวจด้วยคลื่นเสียงจะสะดวกมาก แต่ก็ต้องบอกตามตรงว่าวิธีนี้ไม่ได้เหมาะกับทุกปัญหาในร่างกาย เนื่องจากคลื่นเสียงไม่สามารถเดินทางทะลุผ่านกระดูกแข็งๆ ได้ ดังนั้นหากมีปัญหาเรื่องกระดูกหัก ข้อต่อเสื่อมรุนแรงในระดับกระดูก หรือมีรอยโรคที่อยู่ลึกเข้าไปในข้อต่อชั้นในมากๆ เช่น เอ็นไขว้หน้าข้อเข่าฉีกขาด การเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) หรือการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) จะยังคงเป็นทางเลือกที่จำเป็นและเหมาะสมกว่า
นอกจากนี้ ผลการตรวจยังขึ้นอยู่กับทักษะและความเชี่ยวชาญของแพทย์ผู้ตรวจค่อนข้างมาก เพราะเป็นการตรวจแบบสดที่ต้องอาศัยการแปลผลขณะขยับเครื่องมือ การเลือกรับการตรวจกับแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ หรือรังสีแพทย์ที่มีประสบการณ์จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
เมื่อมีอาการเจ็บป่วยเรื้อรังของกล้ามเนื้อหรือข้อต่อ การปล่อยทิ้งไว้มักทำให้พังผืดก่อตัวขึ้นและรักษาได้ยากกว่าเดิม หากรู้สึกว่าการรักษาทางกายภาพหรือทานยาธรรมดาแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ลองปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการเลือกใช้การวินิจฉัยด้วยอัลตราซาวด์ระบบกล้ามเนื้อและกระดูก เพื่อช่วยค้นหาต้นตอที่แท้จริง และวางแผนกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างคล่องตัวอีกครั้ง