เวลาที่เราเดินเข้าไปในห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาล โรงงาน หรือสถาบันวิจัย สิ่งแรกที่หมอมักจะนึกถึงเสมอคือความปลอดภัย เพราะเบื้องหลังการทดลองที่น่าตื่นเต้นและก้าวล้ำทางวิทยาศาสตร์ เต็มไปด้วยสารเคมีและสารพิษที่พร้อมจะสร้างอันตรายให้เราได้ทุกเมื่อ หากปราศจากความระมัดระวังและการจัดการที่ถูกต้อง
ในฐานะคนที่เคยผ่านการทำงานในห้องแล็บมาพอสมควร หมออยากชวนทุกคนมาทบทวนและทำความเข้าใจเรื่องการจัดการสารเคมีและสารพิษกันใหม่แบบเข้าใจง่าย เพื่อที่เราจะทำงานได้อย่างมีความสุขและปลอดภัยไร้กังวลครับ
รู้จักหน้าตาและพิษภัยของสารเคมีก่อนเริ่มหยิบจับ
ก่อนที่เราจะเทสารเคมีลงในบิ๊กเกอร์ สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำความรู้จักกับฉลากและเอกสารข้อมูลความปลอดภัย หรือที่หลายคนคุ้นหูกันในชื่อ SDS (Safety Data Sheet) เอกสารตัวนี้เปรียบเสมือนประวัติส่วนตัวของสารเคมีแต่ละตัว ที่จะบอกเราตรงๆ ว่าสารตัวนี้ไวไฟไหม เป็นพิษต่อระบบทางเดินหายใจหรือเปล่า หรือถ้าสัมผัสโดนผิวหนังต้องปฐมพยาบาลอย่างไร
การไม่อ่านฉลากหรือคิดเอาเองว่าเป็นสารเคมีธรรมดา คือความชะล่าใจที่มักนำไปสู่ห้องฉุกเฉินเสมอ ดังนั้น ก่อนเปิดขวดทุกครั้ง สละเวลาสักนิดอ่านสัญลักษณ์เตือนภัยและข้อมูลความปลอดภัยให้ขึ้นใจครับ
เทคนิคการเก็บรักษาแยกประเภทไม่ให้เกิดระเบิดตู้มต้าม
สารเคมีไม่ใช่เพื่อนรักทุกตัวที่จะอยู่ร่วมกันได้ การเก็บสารเคมีในห้องแล็บจึงมีกฎเหล็กที่ห้ามละเมิดเด็ดขาด นั่นคือการแยกประเภทตามคุณสมบัติทางเคมี
- สารไวไฟ: ต้องเก็บในตู้กันไฟโดยเฉพาะ ห่างจากความร้อนและประกายไฟ
- กรดและด่างเข้มข้น: ห้ามเก็บไว้ใกล้กันเด็ดขาด เพราะถ้าเกิดอุบัติเหตุรั่วไหลทำปฏิกิริยากัน อาจเกิดความร้อนสูงและระเบิดได้
- สารพิษรุนแรง: ต้องเก็บใส่ตู้ล็อกกุญแจแน่นหนา มีบัญชีควบคุมการเบิกจ่ายอย่างชัดเจน
การจัดระเบียบตู้เก็บสารเคมีให้เรียบร้อย ไม่เพียงแต่ช่วยให้หยิบใช้งานง่าย แต่ยังเป็นการป้องกันอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันได้ดีที่สุดอีกด้วย
อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล เกราะด่านสุดท้ายที่ขาดไม่ได้
ต่อให้เราจะระมัดระวังแค่ไหน อุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ ก็อาจเกิดขึ้นได้เสมอ การสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล หรือ PPE จึงเป็นเรื่องบังคับที่ไม่ควรหย่อนยานเด็ดขาด
แว่นตานิรภัยและถุงมือที่เลือกให้ถูกประเภทกับหน้างาน
เสื้อกาวน์แขนยาว ถุงมือยางที่เหมาะสมกับชนิดของสารเคมี และแว่นตานิรภัยป้องกันสารกระเด็นเข้าตา คือชุดเกราะประจำตัวของคนทำงานแล็บ หมอเคยเจอเคสสารเคมีกระเด็นใส่ตาเพียงเพราะคิดว่าทำแค่นิดเดียวไม่ต้องใส่แว่น ผลลัพธ์คือต้องล้างตาฉุกเฉินและเสี่ยงต่อกระจกตาเสียหาย ดังนั้น อย่าขี้เกียจใส่เด็ดขาดครับ เสียเวลาไม่ถึงนาที ดีกว่าเสียดวงตาไปตลอดชีวิต
เมื่อเกิดเหตุสารเคมีรั่วไหล ตั้งสติแล้วทำตามขั้นตอนนี้
ถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝัน เช่น ทำขวดสารเคมีแตกหรือเกิดการรั่วไหล สิ่งแรกที่ต้องทำคือตั้งสติ ห้ามตกใจวิ่งวุ่นเด็ดขาด
- แจ้งเตือนเพื่อนร่วมงานในบริเวณใกล้เคียงทันที
- อพยพออกจากพื้นที่หากเป็นสารพิษระเหยรุนแรงหรือปริมาณมาก
- ใช้ชุดจัดการการรั่วไหล หรือ Spill Kit ที่จัดเตรียมไว้ให้ถูกวิธี
- กรณีสารเคมีโดนร่างกาย ให้รีบไปที่อ่างล้างตาฉุกเฉินหรือฝักบัวชำระล้างทันทีอย่างน้อย 15 นาที แล้วรีบแจ้งผู้รับผิดชอบ
การกำจัดของเสียอันตราย หัวใจสำคัญรักษ์สิ่งแวดล้อมและสุขภาพ
งานในห้องแล็บไม่ได้สิ้นสุดลงแค่ตอนทดลองเสร็จ แต่ยังรวมถึงการจัดการของเสียที่เกิดขึ้นด้วย สารเคมีเหลือใช้หรือตัวทำละลายอินทรีย์ ห้ามเทลงอ่างล้างหน้าหรือท่อระบายน้ำสาธารณะเด็ดขาด เพราะนอกจากจะทำลายระบบนิเวศแล้ว ยังอาจวนกลับมาทำลายสุขภาพของเราเองผ่านทางน้ำและอากาศ
ของเสียทุกชนิดต้องถูกรวบรวมใส่ภาชนะที่เหมาะสม ติดป้ายชื่อระบุส่วนประกอบให้ชัดเจน และส่งกำจัดตามขั้นตอนมาตรฐานของหน่วยงาน เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในระยะยาวครับ