ลูกเล่นสนุก แต่ได้พัฒนาการ: คู่มือเลือกของเล่นและวิธีเล่นกับลูกฉบับคุณหมอ
เวลาคุณพ่อคุณแม่พาเจ้าตัวเล็กมาตรวจที่คลินิก คำถามยอดฮิตที่หมอมักจะได้ยินอยู่เสมอคือ ลูกวัยนี้ควรเล่นอะไรดี หรือทำไมลูกถึงดูไม่ค่อยสนใจของเล่นเสริมพัฒนาการราคาแพงที่ซื้อมาให้เลย ในฐานะหมอเด็กและคนที่ชอบสังเกตพฤติกรรมเด็กๆ หมอบอกได้เลยว่า ของเล่นที่ดีที่สุดสำหรับเด็กไม่ได้วัดกันที่ราคาหรือความซับซ้อน แต่อยู่ที่การกระตุ้นพัฒนาการผ่านการเล่นที่เหมาะสมกับวัยต่างหาก
ทำไมการเล่นถึงสำคัญกว่าการท่องจำตำราสำหรับเด็ก
เด็กๆ เรียนรู้โลกกว้างผ่านการลงมือทำ ไม่ใช่การนั่งฟังผู้ใหญ่สอน สมองของเด็กในวัยขวบปีแรกเติบโตอย่างรวดเร็วมาก ทุกครั้งที่เขาได้คว้า หยิบ จับ สัมผัส หรือแม้แต่ทำของเล่นตกพื้น เซลล์สมองจะสร้างเส้นใยประสาทเชื่อมต่อกันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การเล่นจึงเปรียบเสมือนงานหลักของเด็ก เป็นการฝึกทั้งกล้ามเนื้อ มัดใหญ่ มัดเล็ก ภาษา การเข้าสังคม และการจัดการอารมณ์ไปพร้อมกันโดยที่เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังเรียนอยู่
เลือกของเล่นอย่างไรให้ตรงกับวัยและกระถูกจุด
ของเล่นที่ดีไม่จำเป็นต้องมีไฟกระพริบหรือมีเสียงดนตรีดังลั่นบ้าน ยิ่งของเล่นเรียบง่ายเท่าไหร่ จินตนาการของเด็กยิ่งทำงานมากขึ้นเท่านั้น หมอขอแบ่งช่วงวัยและการเลือกของเล่นง่ายๆ ดังนี้
วัยแรกเกิดถึงหกเดือน: เน้นการมอง การฟัง และสัมผัส
ช่วงนี้ลูกยังเคลื่อนไหวตัวเองได้ไม่มาก ของเล่นจึงควรเป็นโมบายสีตัดกันชัดเจน กรุ๊งกริ๊งเบาๆ หรือผ้าระบายผิวสัมผัสต่างๆ ให้เขาได้นอนคว่ำแล้วมอง ได้เอื้อมมือคว้า เพื่อฝึกสายตาและการทำงานประสานกันระหว่างมือกับตา
วัยหกเดือนถึงหนึ่งปี: วัยคลาน สำรวจ และเคาะทุบ
เด็กวัยนี้เริ่มนั่งได้ คลานได้ ชอบหยิบของเข้าปาก ชอบเคาะสิ่งของให้เกิดเสียง บล็อกไม้สี่เหลี่ยม ถ้วยซ้อนกัน หรือขวดพลาสติกใส่เมล็ดถั่วทำเป็นมาราคัส คือของเล่นชั้นดีที่ช่วยเรื่องกล้ามเนื้อมือและการเรียนรู้เรื่องเหตุและผล
วัยหนึ่งถึงสามปี: วัยวิ่งซน เลียนแบบ และจินตนาการ
เจ้าตัวเล็กเริ่มเดินได้คล่อง ชอบปีป่าย และชอบเลียนแบบพฤติกรรมของผู้ใหญ่ ของเล่นบทบาทสมมติ ชุดทำครัว ของเล่นลากจูง หรือสีเทียนแท่งโตสำหรับฝึกขีดเขียน จะช่วยปลดปล่อยพลังงานและฝึกทักษะทางสังคมได้เป็นอย่างดี
เทคนิคเล่นกับลูกฉบับคุณหมอ เพื่อเชื่อมสัมพันธ์และดึงศักยภาพสูงสุด
ของเล่นจะไม่มีประโยชน์เลยถ้าเด็กต้องนั่งเล่นคนเดียวโดยไม่มีปฏิสัมพันธ์ การเล่นร่วมกับคนในครอบครัวคือหัวใจสำคัญ ลองใช้เทคนิคเหล่านี้ดู
- ลดหน้าจอแล้วเปิดใจเล่นร่วมกัน: ปิดทีวีและวางมือถือลง ให้ความสนใจกับสิ่งที่ลูกกำลังสนใจอยู่ตรงหน้า
- เป็นผู้ตามมากกว่าผู้นำ: ให้ลูกเป็นคนกำหนดว่าวันนี้เราจะเล่นอะไร หากเขาเอาบล็อกไม้มาต่อเป็นโทรศัพท์ แทนที่จะบอกว่าไม่ใช่ ให้ลองหยิบขึ้นมาคุยตามจินตนาการของเขาดู
- ใช้คำศัพท์ระหว่างเล่น: ชวนคุยและบรรยายสิ่งที่กำลังทำ เช่น ตอนนี้รถไฟกำลังวิ่งขึ้นภูเขาแล้ว หรือลูกกำลังใส่บล็อกสีแดงลงไป เพื่อช่วยคลังคำศัพท์ในสมองของลูก
- ปล่อยให้เบื่อและคิดเองบ้าง: ไม่ต้องคอยหาของเล่นชิ้นใหม่มาให้ตลอดเวลา เมื่อเด็กเริ่มเบื่อ ปล่อยให้เขาได้ใช้สมองคิดหาวิธีแก้ปัญหาและสร้างสรรค์การเล่นรูปแบบใหม่ด้วยตัวเอง
สัญญาณเตือนแบบไหนที่แปลว่าลูกอาจต้องการคำปรึกษาเรื่องพัฒนาการ
แม้เด็กแต่ละคนจะมีพัฒนาการเร็วช้าไม่เท่ากัน แต่หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นสัญญาณเหล่านี้ อาจต้องลองพาลูกมาปรึกษาคุณหมอเพื่อประเมินความพร้อมเพิ่มเติม
- ไม่สบตาหรือยิ้มตอบเมื่อมีคนชวนเล่น ตอนอายุสามถึงหกเดือน
- ไม่สนใจสิ่งรอบตัว เรียกชื่อไม่หัน หรือไม่ส่งเสียงอ้อแอ้สื่อสาร เมื่อเข้าสู่วัยเก้าเดือน
- ยังไม่ยอมเดิน หรือไม่ใช้มือหยิบจับสิ่งของ เมื่ออายุครบสิบแปดเดือน
- ไม่พูดเป็นคำที่มีความหมายเลย หรือไม่เข้าใจคำสั่งง่ายๆ เมื่ออายุครบสองปี
ท้ายที่สุดแล้ว พัฒนาการที่ดีไม่ได้เกิดจากของเล่นราคาแพงที่สุด แต่เกิดจากเวลา รอยยิ้ม และความใส่ใจที่คุณพ่อคุณแม่มอบให้ระหว่างที่นั่งเล่นอยู่เคียงข้างขวดนมหรือกองของเล่นบนพื้นบ้านนี่เองครับ