ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความวิตกกังวลหรือความเครียดของมารดาส่งผลต่อการหลั่งน้ำนมอย่างไร

คุณแม่หลายคนมักมาปรึกษาหมอด้วยความกังวลว่าทำไมน้ำนมถึงมาน้อยลง ทั้งที่ช่วงแรกดูเหมือนจะไปได้สวย ความจริงแล้วความสัมพันธ์ระหว่างอารมณ์และกลไกการผลิตน้ำนมนั้นใกล้ชิดกันมาก ร่างกายของผู้หญิงมีฮอร์โมนหลักสองตัวที่ควบคุมการให้นม ได้แก่ โพรแลคติน (Prolactin) ที่ทำหน้าที่ผลิตน้ำนม และ ออกซิโทซิน (Oxytocin) ที่ทำหน้าที่ขับน้ำนมออกมา

เมื่อเกิดความวิตกกังวลหรือความเครียดของมารดา ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนอะดรีนาลีนออกมา ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้เปรียบเสมือนตัวขัดขวางการทำงานของออกซิโทซิน ส่งผลให้กลไกการหลั่งน้ำนมสะดุดลงหรือที่เรียกว่าอาการน้ำนมค้างเต้า ทำให้ลูกดูดแล้วไม่ค่อยได้น้ำนม ทั้งที่ในเต้ายังมีน้ำนมอยู่ ทำให้ลูกหงุดหงิดและคุณแม่ก็ยิ่งเครียดจนกลายเป็นวงจรที่ตัดไม่ขาด

สัญญาณเตือนเมื่อความเครียดเริ่มทำลายน้ำนม

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าระดับความเครียดกำลังส่งผลกระทบต่อลูกน้อย หมออยากให้ลองสังเกตอาการเหล่านี้:

  • ลูกดูดนมแล้วร้องไห้งอแง หรือพยายามดึงหัวนมออกบ่อยๆ เพราะน้ำนมไหลไม่ทันใจ
  • รู้สึกเต้านมแข็งคัดตึงแต่บีบน้ำนมไม่ออก หรือน้ำนมพุ่งน้อยลงกว่าปกติมาก
  • คุณแม่รู้สึกเหนื่อยล้าสะสม นอนไม่หลับแม้ลูกจะหลับแล้ว
  • มีความรู้สึกท้อแท้ หรือกดดันตัวเองเรื่องปริมาณน้ำนมอยู่ตลอดเวลา

ปรับจูนจิตใจและร่างกายเพื่อคืนความสุขในการให้นม

การแก้ไขไม่ได้อยู่ที่การกินอาหารบำรุงเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การลดความวิตกกังวลหรือความเครียดของมารดาให้ถูกจุด หมอแนะนำวิธีง่ายๆ ที่ช่วยให้กลไกของร่างกายกลับมาทำงานได้ปกติ:

สร้างพื้นที่ปลอดภัยและช่วงเวลาผ่อนคลาย

ก่อนให้นมลูก ลองหาเวลาสงบสติอารมณ์สัก 5 นาที นั่งในท่าที่สบาย ปรับสภาพแวดล้อมให้เงียบสงบ อาจเปิดเพลงเบาๆ หรือการสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนออกซิโทซินขึ้นมาแทนที่ความเครียด

ลดความคาดหวังเรื่องปริมาณน้ำนม

ความกดดันว่าจะต้องทำสต็อกน้ำนมให้ได้จำนวนมากเกินความจำเป็น มักเป็นตัวการหลักที่ทำให้แม่เครียด หมออยากให้มองว่า การให้นมคือการสร้างสายใยมากกว่าการทำภารกิจให้สำเร็จตามเป้าหมาย หากมื้อไหนน้ำนมไม่พอ การเสริมด้วยนมแม่จากสต็อกหรือนมสูตรพิเศษที่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ก็ไม่ใช่เรื่องผิด

สื่อสารกับคนรอบข้างให้ชัดเจน

คนใกล้ชิดโดยเฉพาะคุณพ่อมีส่วนสำคัญมากในการลดความวิตกกังวลหรือความเครียดของมารดา การแบ่งเบางานบ้าน หรืองานเลี้ยงลูกในช่วงที่คุณแม่พักผ่อน จะช่วยให้ระดับความเครียดลดลง และทำให้ระบบการผลิตน้ำนมกลับมาเป็นปกติได้เร็วขึ้น

เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาหมอหรือผู้เชี่ยวชาญ

หากคุณแม่รู้สึกว่าความเศร้าหรือความวิตกกังวลนั้นหนักเกินกว่าจะรับมือได้ด้วยตัวเอง เช่น มีอาการซึมเศร้าหลังคลอด กินไม่ได้ นอนไม่หลับ หรือรู้สึกไม่ผูกพันกับลูก อย่าปล่อยไว้จนเรื้อรัง การเดินเข้ามาพูดคุยกับหมอเพื่อให้ได้รับคำปรึกษาหรือการดูแลที่ถูกต้อง จะช่วยให้คุณแม่ผ่านช่วงเวลานี้ไปได้อย่างแข็งแรงทั้งกายและใจ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down