หัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่แทบสลายเมื่อเห็นลูกน้อยวัยทารกแรกเกิดอาเจียนออกมามีสีแดงคล้ำปนเปื้อน หรือเปิดผ้าอ้อมมาเจออุจจาระสีดำเข้มคล้ายมีเลือดปน หลายคนตกใจจนทำอะไรไม่ถูก รีบอุ้มลูกรักมาโรงพยาบาลด้วยความกังวลใจว่าลูกกำลังมีเลือดออกในทางเดินอาหารหรือเป็นโรคร้ายแรงหรือไม่
ในความเป็นจริงแล้ว อาการเหล่านี้อาจไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เพราะบ่อยครั้งสิ่งที่เห็นไม่ใช่เลือดที่ออกจากตัวลูกเอง แต่เป็นเลือดของคุณแม่ที่ลูกบังเอิญกลืนเข้าไป ซึ่งในทางการแพทย์เรียกว่า การกลืนเลือดมารดาจากหัวนมแตกหรือขณะคลอด (หรือที่หลายคนอาจกำลังค้นหาข้อมูลด้วยคำว่า การกลืนเลือดมารดาจากหัวนมแตกหร เพื่อดูว่าอาการแบบนี้อันตรายต่อเจ้าตัวเล็กไหม)
เลือดในอ้วกหรืออึของลูก... มาจากไหนกันแน่?
เมื่อทารกแรกเกิดมีอาการอาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายอุจจาระเป็นสีดำคล้ำ (ซึ่งเกิดจากเลือดที่ถูกย่อยในระบบทางเดินอาหาร) แหล่งที่มาของเลือดสามารถแบ่งออกเป็นสองส่วนใหญ่ๆ คือ เลือดของทารกเอง และเลือดของคุณแม่ที่ทารกกลืนเข้าไป
สาเหตุหลักที่ทารกกลืนเลือดของคุณแม่เข้าไป มีอยู่ 2 ช่วงเวลาสำคัญ:
- ระหว่างขั้นตอนการคลอด: ขณะที่ทารกกำลังเดินทางผ่านช่องคลอด อาจมีการกลืนเลือดหรือสารคัดหลั่งที่มีเลือดปนของคุณแม่เข้าไปในกระเพาะอาหาร เมื่อคลอดออกมาแล้ว ร่างกายของทารกจึงขับเลือดเหล่านั้นออกมาผ่านทางอุจจาระในวันแรกๆ หรืออาเจียนออกมาเป็นนมปนเลือด
- ช่วงการให้นมแม่: สำหรับคุณแม่มือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นให้นมลูก การจัดท่าเข้าเต้าที่ยังไม่เข้าที่อาจส่งผลให้ผิวหนังบริเวณหัวนมแห้ง ตึง และเกิดรอยแตก (Cracked Nipples) จนมีเลือดซึมออกมา ในขณะที่ลูกดูดนม ลูกก็จะกลืนเลือดของคุณแม่เข้าไปพร้อมกับน้ำนมแม่โดยที่คุณแม่เองก็อาจจะไม่ทันสังเกตเห็น
คุณหมอรู้ได้อย่างไรว่าเป็นเลือดของใคร: การทดสอบที่เรียกว่า Apt Test
เมื่อคุณพ่อคุณแม่พาลูกมาพบแพทย์พร้อมกับอ้อมอกที่เต็มไปด้วยความกังวล สิ่งแรกที่คุณหมอต้องทำคือการแยกแยะให้ได้ก่อนว่า เลือดที่เห็นนั้นเป็นของแม่หรือของลูกกันแน่ เพื่อที่จะได้วางแผนการดูแลรักษาได้อย่างถูกต้อง
วิธีการตรวจที่ง่ายและรวดเร็วที่สุดคือการทดสอบทางเคมีที่เรียกว่า Apt Test (หรือ Apt-Downey test) ซึ่งมีหลักการทำงานที่น่าสนใจมาก:
คุณหมอจะนำตัวอย่างอาเจียนหรืออุจจาระที่ปนเลือดของทารกมาผสมกับน้ำสะอาด จากนั้นเติมสารละลายด่างอ่อนๆ (Sodium Hydroxide) ลงไป ตัวด่างนี้จะเป็นตัวทำปฏิกิริยากับเม็ดเลือดแดง:
- ถ้าเป็นเลือดของลูก: เม็ดเลือดแดงของทารกแรกเกิดจะมีฮีโมโกลบินชนิดพิเศษ (Fetal Hemoglobin) ซึ่งมีความทนทานต่อฤทธิ์ของด่างสูงมาก สีของน้ำยาจะยังคงเป็น สีชมพู เหมือนเดิมไม่เปลี่ยน
- ถ้าเป็นเลือดของคุณแม่: เม็ดเลือดแดงของผู้ใหญ่จะมีฮีโมโกลบินอีกชนิดหนึ่ง (Adult Hemoglobin) ซึ่งไม่ทนต่อด่าง เมื่อถูกด่างจะสลายตัวอย่างรวดเร็วและเปลี่ยนสีน้ำยาจากสีชมพูกลายเป็น สีเหลืองน้ำตาล
การตรวจวิธีนี้ช่วยให้คุณหมอบอกได้ภายในเวลาไม่กี่นาทีว่านี่คือเลือดของใคร หากผลตรวจระบุว่าเป็นเลือดของคุณแม่ คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถโล่งใจไปได้เปราะหนึ่งเลยทีเดียว
ลูกกลืนเลือดแม่เข้าไป จะส่งผลเสียอะไรไหม?
คำถามยอดฮิตที่คุณหมอมักจะได้รับฟังเสมอคือ "แล้วลูกกลืนเลือดแม่เข้าไป จะเป็นอันตรายต่อกระเพาะของแกไหม?"
โดยทั่วไปแล้ว การกลืนเลือดของคุณแม่เข้าไปไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายรุนแรงใดๆ ต่อทารก เลือดเหล่านั้นจะเดินทางผ่านระบบทางเดินอาหารเหมือนกับอาหารปกติ ร่างกายของทารกจะพยายามย่อยและขับถ่ายออกมาเองตามธรรมชาติ แต่อาจมีผลข้างเคียงเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นได้ เช่น:
- อาการระคายเคืองกระเพาะอาหาร: เลือดอาจทำให้ทารกรู้สึกอึดอัดแน่นท้อง หรือแหวะนมบ่อยขึ้นชั่วคราว
- การเปลี่ยนสีของอุจจาระ: อุจจาระของลูกจะมีสีดำเข้มหรือมีลิ่มเลือดสีคล้ำปนอยู่ประมาณ 1-2 วัน จนกว่าร่างกายจะขับเลือดออกหมด
วิธีดูแลเมื่อลูกกลืนเลือดแม่ และวิธีจัดการปัญหาหัวนมแตก
หากได้รับการยืนยันแล้วว่าอาการทั้งหมดเกิดจากการกลืนเลือดของคุณแม่ สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือการดูแลรักษาตามอาการและแก้ไขที่ต้นเหตุ:
1. สังเกตอาการของลูกอย่างใกล้ชิด
ให้ลูกกินนมแม่ต่อได้ตามปกติ คอยสังเกตว่าลูกยังคงร่าเริงดี ดูดนมเก่ง น้ำหนักตัวขึ้นดี และไม่มีอาการซึมหรือท้องอืดเกร็ง หากลูกยังดูแข็งแรงดี อาการอ้วกหรืออึปนเลือดจะค่อยๆ หายไปเองภายในไม่กี่วัน
2. ปรับเปลี่ยนท่าทางในการให้นม
สาเหตุหลักของหัวนมแตกมักเกิดจากการที่ลูกงับหัวนมไม่ลึกพอ ควรปรับให้ลูกอ้าปากกว้างๆ แล้วอมให้มิดถึงลานนม เพื่อลดแรงเสียดสีบริเวณปลายหัวนมของคุณแม่ ซึ่งจะช่วยให้แผลสมานตัวได้เร็วขึ้นและป้องกันไม่ให้มีเลือดออกซ้ำ
3. บำรุงและรักษาผิวบริเวณหัวนม
หลังการให้นมทุกครั้ง คุณแม่สามารถบีบน้ำนมแม่หยดเล็กๆ ออกมาทาเคลือบผิวบริเวณหัวนมทิ้งไว้ให้แห้ง เนื่องจากน้ำนมแม่มีสารช่วยสมานแผลธรรมชาติ หรืออาจเลือกใช้ครีมทาหัวนมกลุ่มลาโนลินบริสุทธิ์ (Lanolin) ที่ปลอดภัยต่อทารก เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและลดอาการแตกเจ็บ
สัญญาณเตือนแบบไหนที่ต้องพาลูกกลับมาพบแพทย์ทันที?
แม้ว่าส่วนใหญ่แล้วจะเกิดจากเลือดของคุณแม่ แต่คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ควรชะล่าใจ หากสังเกตเห็นอาการผิดปกติดังต่อไปนี้ ควรรีบพาลูกมาพบแพทย์เพื่อทำการตรวจเช็กอย่างละเอียดอีกครั้ง:
- ทารกมีอาการซึมลง ไม่ยอมดูดนม หรือดูเพลียอย่างเห็นได้ชัด
- มีไข้ ตัวร้อน หรือตัวซีดเซียวลง
- หน้าท้องของลูกดูบวมอืด ตึงตึง หรือลูกร้องงอแงเหมือนเจ็บปวดเวลาเอามือจับท้อง
- ยังคงมีเลือดสดๆ สีแดงฉานไหลปนออกมากับอ้วกหรืออึในปริมาณมากอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าแผลที่หัวนมของคุณแม่จะหายดีแล้วก็ตาม
ความตกใจกลัวเมื่อเห็นเลือดปนในสิ่งขับถ่ายของลูกน้อยเป็นเรื่องธรรมดาของคนเป็นพ่อแม่ แต่การมีสติและสังเกตอาการรอบด้าน รวมถึงการตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้องจากแพทย์ จะช่วยให้เราผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้อย่างปลอดภัยและอบอุ่นใจที่สุด