ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายครั้งที่คุณพ่อคุณแม่เดินเข้ามาที่ห้องตรวจ พร้อมกับความกังวลใจว่าลูกมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป ไม่ยอมไปโรงเรียน ซึมเศร้า หรือควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ คำถามแรกๆ ที่มักจะได้ยินบ่อยคือ ลูกเราป่วยเป็นโรคจิตเวชจริงหรือเปล่า และจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นจะช่วยอะไรได้บ้าง มากกว่าแค่การจ่ายยาเหมือนหมอโรคทั่วไป

ในความเป็นจริง โลกของเด็กและวัยรุ่นมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมาก การเติบโตมาพร้อมกับความกดดันรอบตัวทำให้พวกเขาเผชิญปัญหาที่ยากจะรับมือด้วยตัวเอง หมออยากชวนมาทำความเข้าใจกันว่า ในมุมมองของคนเป็นหมอเด็กและวัยรุ่น เราไม่ได้มีหน้าที่แค่ตัดสินว่าใครป่วยหรือไม่ป่วย แต่เราทำอะไรมากกว่านั้นเยอะ เพื่อช่วยประคับประคองทั้งตัวเด็กและคนในครอบครัว

เมื่อไหร่ที่ควรพาเด็กๆ มาคุยกับจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น

เวลาที่เราพูดถึงปัญหาทางใจในผู้ใหญ่ อาการมักจะชัดเจน เช่น นอนไม่หลับ เครียดเรื่องงาน แต่ในเด็กและวัยรุ่น อาการมักจะแสดงออกมาทางพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน ซึ่งบางทีพ่อคุณแม่อาจมองข้ามและคิดว่าเป็นแค่ช่วงวัยต่อต้าน

  • พฤติกรรมก้าวร้าวหรือดื้อรั้นผิดปกติ: ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ อาละวาดรุนแรง ทำลายข้าวของ หรือมีปัญหากับเพื่อนและครูที่โรงเรียนอย่างต่อเนื่อง
  • ภาวะซึมเศร้าและการเก็บตัว: ลูกเคยร่าเริงกลับกลายเป็นเงียบขรับ ขังตัวเองอยู่ในห้อง ไม่อยากเจอใคร ร้องไห้ง่าย หรือพูดจาในทำไม่อยากมีชีวิตอยู่
  • ปัญหาการเรียนที่ดิ่งลงเหว: สมาธิสั้น ไม่สามารถโฟกัสกับการเรียนได้ ผลการเรียนตกลงอย่างเห็นได้ชัด หรือมีความกลัว วิตกกังวล จนไม่อยากไปโรงเรียนเลย
  • ความผิดปกติของการกินและการนอน: นอนไม่หลับ ฝันร้ายบ่อย หรือมีความกังวลเรื่องรูปร่างจนไม่ยอมกินอาหาร หรือกินมากผิดปกติ

ห้องตรวจจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นไม่ใช่โรงพยาบาลบ้า แต่คือพื้นที่ปลอดภัย

ภาพจำเดิมๆ ที่หลายคนกลัวคือ หมอจะมานั่งซักถามคาดคั้น หรือเด็กจะต้องกินยานอนหลับแรงๆ จนเบลอ แต่ความจริงในห้องตรวจของเราอบอุ่นกว่านั้นมากครับ งานหลักอย่างแรกของเราคือการสร้างพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) ให้เด็กๆ รู้สึกว่าเขาสามารถพูดคุย ระบายความรู้สึก หรือแสดงความเป็นตัวเองออกมาได้โดยไม่ต้องกลัวโดนดุหรือตัดสิน

การพูดคุยกับเด็กเล็ก เรามักจะใช้การเล่น ศิลปะ หรือการเล่าเรื่องผ่านนิทาน เพื่อให้เขาแสดงออกถึงสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจ ส่วนในวัยรุ่นที่เป็นวัยสร้างตัวตน เราจะเน้นการพูดคุยรับฟังแบบเพื่อนรุ่นพี่ที่เข้าใจโลกของพวกเขา โดยไม่เอาความเป็นผู้ใหญ่ไปตัดสินความรู้สึกของเด็ก

วิธีตรวจเช็กปัญหาแบบองค์รวม: มองให้ลึกกว่าแค่ตัวอาการของเด็ก

เวลาที่เด็กคนหนึ่งมีปัญหา พฤติกรรมที่แสดงออกมาเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง หน้าที่ของจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นคือการดำน้ำลงไปดูฐานของภูเขาน้ำแข็งนั้น ว่าอะไรคือสาเหตุที่แท้จริง ซึ่งมักจะมาจากหลายปัจจัยประกอบกัน

  • ปัจจัยด้านพันธุกรรมและชีววิทยา: เช่น โรคสมาธิสั้น ออทิสติกสเปกตรัม หรือความไม่สมดุลของสารสื่อประสาทในสมอง
  • สภาพแวดล้อมในครอบครัว: ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ การเลี้ยงดูที่อาจเข้มงวดเกินไป หรือการทะเลาะเบาะาะแว้งในบ้านที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจเด็กโดยตรง
  • แรงกดดันจากสังคมรอบตัว: การถูกบูลลี่ที่โรงเรียน ปัญหากับเพื่อน หรือความกดดันเรื่องการสอบเข้าแข่งขัน

วิธีรักษาที่ไม่ได้จบแค่การจ่ายยา

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดคือ พามาหาจิตแพทย์แล้วต้องได้ยาเคมีกลับไปกินแน่ๆ ความจริงแล้ว การใช้ยาเป็นเพียงหนึ่งในเครื่องมือทางการแพทย์ และจะใช้ก็ต่อเมื่อจำเป็นจริงๆ เช่น กรณีที่อาการรุนแรงจนกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน หรือมีสารสื่อประสาทในสมองทำงานผิดปกติจริงๆ เพื่อช่วยปรับสมดุลให้เด็กพร้อมสำหรับการบำบัดขั้นต่อไป

แต่วิธีหลักที่เราใช้ควบคู่กันเสมอคือ การทำจิตบำบัด (Psychotherapy) และการปรับพฤติกรรม ซึ่งรวมถึงการให้คำปรึกษาครอบครัว (Parent Guidance) เพราะในหลายๆ เคส กุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวเด็ก แต่อยู่ที่การปรับวิธีสื่อสารและความเข้าใจของคนในครอบครัวต่างหาก

บทบาทสำคัญในการทำงานร่วมกับโรงเรียนและชุมชน

เด็กใช้เวลาครึ่งหนึ่งของชีวิตอยู่ที่โรงเรียน ดังนั้น การรักษาอาการทางใจให้ได้ผลดี จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นจึงต้องทำงานประสานกับคุณครูและระบบสนับสนุนในโรงเรียนด้วย ในบางเคสเราอาจมีการเขียนคำแนะนำเพื่อปรับสภาพแวดล้อมการเรียนให้เข้ากับความต้องการพิเศษของเด็ก เช่น เด็กสมาธิสั้นที่ต้องการเวลาสอบเพิ่มขึ้น หรือเด็กที่มีความวิตกกังวลสูง เพื่อให้เขาสามารถเรียนร่วมกับเพื่อนๆ ได้อย่างมีความสุข

การป้องกันและสร้างภูมิคุ้มกันทางใจก่อนปัญหาเกิด

นอกจากการรักษาโรคแล้ว บทบาทที่สำคัญไม่แพ้กันคือการให้ความรู้แก่คุณพ่อคุณแม่ในการเลี้ยงลูกเชิงบวก (Positive Parenting) การสร้างความยืดหยุ่นทางจิตใจ (Resilience) ให้เด็กพร้อมรับมือกับความผิดหวังและความเครียดในโลกยุคใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การป้องกันไม่ให้เด็กป่วยทางใจย่อมดีกว่าการมารักษาตอนที่อาการลุกลามไปไกลแล้ว

การพาเด็กมาพบจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น จึงไม่ใช่เรื่องน่าอายหรือเป็นตราบาป แต่เป็นความกล้าหาญและความใส่ใจสูงสุดของคนเป็นพ่อแม่ ในการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับอนาคตของลูก เพราะสุขภาพใจที่ดีคือรากฐานสำคัญที่จะทำให้เขาเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสุขและเข้มแข็งในวันข้างหน้า

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down