ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เช้าวันหนึ่งในห้องตรวจ หมอมักจะได้ยินคำถามจากคนไข้หลายคนที่เดินเข้ามาด้วยอาการคล้ายๆ กันว่า ทำไมช่วงนี้อ่านหนังสือแล้วตัวหนังสือเริ่มซ้อนกัน หรือบางคนเดินชนขอบประตูบ่อยขึ้น ทั้งที่คิดว่าแค่สายตายาวตามวัยหรือตาเพลียจากการมองหน้าจอ แต่พอตรวจอย่างละเอียด กลับพบว่าไม่ใช่เรื่องเล็กอย่างที่คิด

ภาวะความบกพร่องทางการมองเห็นไม่ได้หมายถึงการมองไม่เห็นเลย หรือความพิการทางสายตาเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงภาวะที่ดวงตามีประสิทธิภาพการมองเห็นลดลงจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน แม้จะใส่แว่นสายตาหรือคอนแทกต์เลนส์แล้วก็ยังไม่สามารถกลับมามองเห็นได้ชัดเจนเต็มร้อยเหมือนเดิม

มองไม่ชัดแค่ไหน ถึงเข้าข่ายมีความบกพร่องทางการมองเห็น?

หลายคนมักสับสนระหว่างสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง กับภาวะความบกพร่องทางการมองเห็น โดยทั่วไปแล้ว สายตาที่ผิดปกติธรรมดาเมื่อใส่แว่นหรือเลนส์ที่ตรงกับค่าสายตา การมองเห็นจะกลับมาเป็นปกติทันที แต่สำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น การแก้ไขด้วยเลนส์สายตามาตรฐานจะไม่สามารถทำให้ภาพกลับมาคมชัดได้เหมือนคนทั่วไป

ทางการแพทย์จะแบ่งระดับการมองเห็นออกเป็นสองกลุ่มหลัก เพื่อให้เข้าใจและวางแผนการดูแลได้ง่ายขึ้น:

  • สายตาตาบอดราง (Low Vision): ระดับการมองเห็นลดลงเหลือเพียง 6/18 ถึง 3/60 หมายความว่าสิ่งที่คนสายตาปกติมองเห็นในระยะ 18 เมตร ผู้ที่มีภาวะนี้ต้องขยับเข้ามามองในระยะ 6 เมตร จึงจะเห็นได้ชัด ภาพอาจจะพร่ามัว มีจุดดำบังตรงกลาง หรือลานสายตาแคบลง
  • ตาบอด (Blindness): มีระดับการมองเห็นแย่กว่า 3/60 ลงไป จนถึงระดับที่ไม่สามารถรับรู้แสงใดๆ ได้เลย

ทำไมดวงตาของเราถึงพร่ามัว? สำรวจสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด

กลไกการมองเห็นของคนเราเปรียบเสมือนการทำงานของกล้องถ่ายรูป มีกระจกตาและเลนส์ตาทำหน้าที่โฟกัสแสง มีจอตาทำหน้าที่เป็นฟิล์มรับภาพ และส่งสัญญาณผ่านเส้นประสาทตาไปประมวลผลที่สมอง หากส่วนใดส่วนหนึ่งของระบบนี้ชำรุด ก็จะทำให้เกิดความบกพร่องทางการมองเห็นได้ทันที

โรคตาตามวัยและโรคประจำตัวที่ไม่ควรมองข้าม

  • ต้อกระจก (Cataract): เกิดจากเลนส์แก้วตามีความขุ่นมัวตามอายุ ภาพที่เห็นจะเหมือนมองผ่านกระจกฝ้า แสงแตกกระจายตอนกลางคืน ซึ่งหากปล่อยไว้นานโดยไม่ได้รับการรักษา อาจนำไปสู่ภาวะมองไม่เห็นได้
  • ต้อหิน (Glaucoma): เป็นภัยเงียบที่น่ากลัวมาก เกิดจากความดันในตาที่สูงขึ้นจนไปทำลายเส้นประสาทตา ผู้ป่วยมักไม่รู้ตัวในระยะแรก เพราะจะเริ่มสูญเสียการมองเห็นจากขอบนอกเข้าหาด้านใน จนกระทั่งเหลือภาพตรงกลางเหมือนมองผ่านท่อ
  • ภาวะเบาหวานขึ้นตา (Diabetic Retinopathy): ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเป็นเวลานานจะทำลายเส้นเลือดฝอยที่จอตา ทำให้เกิดเลือดออก เลือดไหลซึม หรือเกิดพังผืดดึงรั้งจอตาจนลอกหลุด
  • โรคจอประสาทตาเสื่อมตามอายุ (AMD): มักพบในผู้สูงอายุ ทำให้มองเห็นภาพตรงกลางมัว เบี้ยว หรือมีจุดดำบังตรงกลางภาพ ทำให้จำหน้าคนหรืออ่านหนังสือไม่ได้

อาการแบบไหน ที่เป็นสัญญาณเตือนว่าควรรีบมาพบหมอ?

อย่ารอจนกว่าโลกทั้งใบจะมืดลง อาการเตือนเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้คือสิ่งที่ดวงตากำลังบอกว่าต้องการการดูแลด่วน:

  • ภาพที่เห็นมีความมัว พร่า หรือบิดเบี้ยวไปจากความจริง เช่น เห็นเส้นตรงของเสาไฟเป็นเส้นคลื่น
  • มองเห็นจุดดำ ลอยไปลอยมา หรือเห็นแสงวับวาบคล้ายฟ้าแลบในตา
  • ลานสายตาแคบลง เดินชนสิ่งของข้างตัวบ่อยๆ โดยไม่ตั้งใจ
  • ต้องใช้แสงสว่างมากกว่าปกติอย่างมากในการอ่านหนังสือหรือทำงาน
  • สู้แสงไม่ได้ เห็นแสงกระจายเป็นวงกว้างรอบดวงไฟตอนกลางคืน

ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัย และการรักษาในเชิงการแพทย์

เมื่อมาพบจักษุแพทย์ หมอจะทำการตรวจประเมินอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง โดยเริ่มจากการวัดระดับการมองเห็น ตรวจวัดความดันตา ตรวจลานสายตา และการหยอดขยายม่านตาเพื่อส่องดูจอตากับเส้นประสาทตา

การรักษาความบกพร่องทางการมองเห็นจะขึ้นอยู่กับสาเหตุของโรค หากเป็นต้อกระจก การผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์แก้วตาเทียมจะช่วยให้สายตากลับมาแจ่มใสได้อีกครั้ง แต่หากเป็นโรคต้อหินหรือจอประสาทตาเสื่อม การรักษาจะเน้นไปที่การประคองและชะลอไม่ให้การมองเห็นแย่ลงกว่าเดิม ผ่านการใช้ยาหยอดตา การใช้เลเซอร์ หรือการผ่าตัด

วิธีปรับตัวและถนอมดวงตา เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกวัน

หากคุณหรือคนใกล้ชิดกำลังเผชิญกับภาวะความบกพร่องทางการมองเห็น การปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรมในชีวิตประจำวันสามารถช่วยให้ใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น:

  • ปรับแสงสว่างในบ้าน: เพิ่มความสว่างในบริเวณจุดเสี่ยง เช่น บันได ห้องน้ำ และห้องครัว โดยใช้หลอดไฟที่ไม่เกิดแสงสะท้อนจ้า
  • ใช้อุปกรณ์ช่วยการมองเห็น: เลือกใช้แว่นขยาย แว่นตาเฉพาะทาง หรือเทคโนโลยีสมาร์ตโฟนที่ช่วยอ่านข้อความด้วยเสียง
  • ทานอาหารบำรุงสายตา: ผักใบเขียวเข้ม ปลาที่มีไขมันสูง ตระกูลเบอร์รี และอาหารที่มีลูทีน ซีแซนทีน และวิตามินเอสูง
  • ตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ: ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป หรือมีโรคประจำตัวอย่างเบาหวาน ควรตรวจสุขภาพตาอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down