ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมวิธีที่พ่อแม่เลี้ยงดูถึงเปลี่ยนโครงสร้างสมองของเด็กได้

เวลาที่หมอตรวจเด็กๆ ในคลินิก บางครั้งเราไม่ได้เห็นแค่ปัญหาสุขภาพกาย แต่มักจะเห็นร่องรอยบางอย่างที่ซ่อนอยู่ข้างใน หลายคนอาจสงสัยว่าการดุหรือการใช้ความรุนแรงในบ้านมันส่งผลอะไรขนาดนั้นหรือเปล่า คำตอบคือมันส่งผลลึกซึ้งถึงระดับโครงสร้างสมองครับ เด็กที่เติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความกดดันหรือความรุนแรง สมองส่วนที่รับผิดชอบเรื่องความจำและอารมณ์จะถูกกระตุ้นให้ระแวดระวังภัยอยู่ตลอดเวลา เหมือนเครื่องจักรที่เดินเครื่องแรงเกินไปจนสึกหรอเร็วกว่าปกติ

สัญญาณเตือนจากพฤติกรรม: เมื่อเด็กแบกรับความรุนแรงไว้ในใจ

ความรุนแรงไม่ได้หมายถึงแค่การทำร้ายร่างกาย แต่รวมถึงการใช้อารมณ์รุนแรง การด่าทอ หรือการทอดทิ้งด้วย เด็กที่ผ่านสถานการณ์เหล่านี้มักจะแสดงออกผ่านพฤติกรรมที่พ่อแม่หลายคนมองข้าม เช่น

  • มีปัญหาเรื่องการควบคุมอารมณ์ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย หรือโกรธง่ายผิดปกติ
  • ขาดสมาธิในการเรียน เหมือนใจลอยอยู่ตลอดเวลา เพราะสมองมัวแต่คอยกังวลว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นที่บ้าน
  • มีพฤติกรรมถอยห่างจากเพื่อน ไม่กล้าไว้ใจใคร
  • เจ็บป่วยบ่อยโดยหาสาเหตุทางกายชัดเจนไม่ได้ เช่น ปวดท้องหรือปวดหัวเรื้อรัง

ปมในใจที่ส่งผลถึงชีวิตตอนโต

อิทธิพลของสภาพแวดล้อมและการเลี้ยงดูแบบรุนแรงเปรียบเสมือนรอยร้าวบนแก้วที่ใส่น้ำ เมื่อเด็กโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ รอยร้าวนั้นอาจขยายตัวกลายเป็นปัญหาการเข้าสังคม ความมั่นใจในตัวเองต่ำ หรือแม้แต่การมีแนวโน้มใช้ความรุนแรงซ้ำกับคนอื่น เพราะพวกเขาไม่เคยเรียนรู้วิธีการจัดการความเครียดหรือความขัดแย้งด้วยวิธีอื่นที่ดีกว่า

ปรับเปลี่ยนวิธีสื่อสารเพื่อเยียวยาบาดแผล

หากรู้ตัวว่าที่ผ่านมาเราใช้วิธีการที่รุนแรงเกินไป หรือสภาพแวดล้อมในครอบครัวไม่เอื้ออำนวย หมออยากบอกว่ามันยังไม่สายที่จะแก้ไขครับ เริ่มต้นง่ายๆ ดังนี้

  • หยุดใช้การลงโทษด้วยความรุนแรงทุกรูปแบบ เพราะมันไม่ได้สอนให้เด็กทำสิ่งที่ถูกต้อง แต่สอนให้เขาหวาดกลัว
  • ฝึกฟังให้มากขึ้น ก่อนที่จะพูดหรือสั่งสอน การรับฟังช่วยให้เด็กสัมผัสได้ถึงความปลอดภัย
  • สร้างกิจวัตรที่สม่ำเสมอในบ้าน ความคาดเดาได้ช่วยลดความวิตกกังวลในตัวเด็กได้ดีที่สุด
  • ยอมรับและจัดการกับอารมณ์ของตัวเองก่อนเสมอ ถ้าวันไหนรู้สึกว่าคุมอารมณ์ไม่อยู่ ให้ถอยออกมาตั้งหลักก่อนคุยกับลูก

เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

ถ้าเริ่มสังเกตเห็นว่าลูกมีอาการซึมเศร้า แยกตัว หรือพฤติกรรมที่ดูรุนแรงขึ้นจนควบคุมไม่ได้ การปรึกษาจิตแพทย์เด็กหรือนักจิตวิทยาไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นการหาเครื่องมือช่วยให้ลูกผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ เพื่อให้เขาสามารถเติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพและมีความสุขอย่างที่ควรจะเป็น

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down