ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกไม่ได้เติบโตแค่จากอาหาร แต่เติบโตจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว

ในห้องตรวจ ผมมักได้ยินคุณพ่อคุณแม่หลายคนปรึกษาเรื่องพฤติกรรมลูกที่เปลี่ยนไป บางคนก้าวร้าว บางคนเก็บตัว หรือบางคนดูสมาธิสั้นจนคุมไม่ได้ ซึ่งบ่อยครั้งเมื่อเราค่อยๆ ย้อนกลับไปดูที่มาที่ไปของปัญหา เรามักจะพบว่าตัวแปรสำคัญไม่ได้มาจากตัวเด็กเพียงอย่างเดียว แต่มันคือเรื่องของ อิทธิพลของสภาพแวดล้อมและการเลี้ยงดูแบบรุนแรง ที่สะสมอยู่ในใจของเขามาตลอด

การเลี้ยงดูที่รุนแรงส่งผลกับสมองเด็กมากกว่าที่คิด

หลายคนเข้าใจผิดว่าการตีหรือการตะคอกคือวิธีสอนให้เด็กหลาบจำ แต่ในทางการแพทย์และจิตวิทยาพัฒนาการ สมองของเด็กนั้นไวต่อความเครียดมากครับ เมื่อเด็กต้องเผชิญกับภาวะที่ถูกข่มขู่หรือถูกทำร้ายร่างกายซ้ำๆ สมองส่วนที่ทำหน้าที่รับมือกับภัยคุกคามจะตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ทำให้เด็กสูญเสียโอกาสในการพัฒนาสมองส่วนหน้า ซึ่งเป็นส่วนที่ใช้ในการยับยั้งชั่งใจและการตัดสินใจที่ดี

เมื่อความสัมพันธ์ในบ้านกลายเป็นแหล่งความเครียด

สภาพแวดล้อมที่เป็นพิษไม่ได้หมายถึงแค่การทำร้ายร่างกายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความรุนแรงทางวาจา การใช้อารมณ์ตัดสิน หรือการละเลยทางอารมณ์ สิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือนการปลูกต้นไม้ในดินที่ไม่มีสารอาหารและเต็มไปด้วยมลพิษ เด็กจะเริ่มรู้สึกว่าโลกนี้ไม่ปลอดภัย ซึ่งส่งผลกระทบต่อพัฒนาการด้านต่างๆ ดังนี้:

  • ด้านอารมณ์: เด็กจะมีความวิตกกังวลสูง หรือกลายเป็นเด็กที่ควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ยาก
  • ด้านสังคม: เด็กอาจเรียนรู้ว่าความรุนแรงคือเครื่องมือในการจัดการปัญหา ทำให้เขานำไปใช้กับเพื่อนที่โรงเรียน
  • ด้านความคิด: การขาดความมั่นใจในตนเองและความรู้สึกภาคภูมิใจในตนเองต่ำลง เพราะถูกบั่นทอนกำลังใจบ่อยครั้ง

สัญญาณเตือนที่บอกว่าเด็กกำลังได้รับผลกระทบ

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเด็กกำลังเผชิญกับภาวะเหล่านี้? คุณพ่อคุณแม่ลองสังเกตอาการเหล่านี้ดูครับ

  • ลูกมีพฤติกรรมถดถอย เช่น กลับไปปัสสาวะรดที่นอน หรือดูขี้อ้อนผิดปกติ
  • มีอาการนอนไม่หลับ ฝันร้าย หรือสะดุ้งตื่นบ่อยครั้ง
  • แยกตัวออกจากสังคม ไม่กล้าสบตา หรือดูหวาดระแวงคนรอบข้าง
  • ผลการเรียนตกลงอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีสาเหตุทางกายภาพที่ชัดเจน

ปรับเปลี่ยนวิธีเลี้ยงดูเพื่อสร้างเกราะคุ้มกันให้ลูก

หากรู้ตัวว่าเราเผลอใช้ความรุนแรงในการสื่อสารกับลูกไปบ้างแล้ว ไม่ต้องตกใจจนโทษตัวเองจนเกินไปครับ สิ่งสำคัญคือการหยุดวงจรนั้นและเริ่มใหม่ การหันมาใช้การสื่อสารเชิงบวก การรับฟังด้วยหัวใจ และการกำหนดกติกาบ้านด้วยเหตุผลแทนการใช้อารมณ์ คือยาขนานเอกที่จะช่วยซ่อมแซมบาดแผลในใจของลูกได้ สิ่งที่เด็กต้องการมากที่สุดไม่ใช่การสั่งสอนที่เข้มงวดเกินไป แต่คือความรู้สึกปลอดภัยที่เขารู้ว่าต่อให้เขาทำผิดพลาดแค่ไหน เขาก็ยังมีพื้นที่ปลอดภัยในบ้านที่พร้อมจะโอบกอดเขาเสมอ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down