ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายครั้งที่หมอได้เจอคนไข้เดินเข้ามาในคลินิกด้วยสีหน้ากังวล ถือชุดตรวจครรภ์ที่ขึ้นขีดจางๆ มาถามว่า "หมอคะ แบบนี้เรียกว่าท้องไหม?" หรือบางคนตรวจแล้วขึ้นขีดเดียว ทั้งที่ประจำเดือนขาดไปหลายวันแล้ว เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยมาก เพราะคนส่วนใหญ่อาจจะคุ้นเคยกับการซื้อชุดตรวจมาปัสสาวะผ่านๆ โดยยังไม่เข้าใจกลไกการทำงานของมันจริงๆ

การทดสอบที่ทุกคนคุ้นเคยผ่านชุดตรวจปัสสาวะที่ขึ้น 1 ขีด หรือ 2 ขีดนั้น ในทางการแพทย์เราเรียกว่า การตรวจการตั้งครรภ์แบบเชิงคุณภาพ ซึ่งเป็นการตรวจเบื้องต้นที่ง่าย รวดเร็ว และให้ผลค่อนข้างแม่นยำ หากเข้าใจหลักการทำงานและใช้อย่างถูกวิธี

การตรวจการตั้งครรภ์แบบเชิงคุณภาพ คืออะไร? ทำไมถึงบอกได้ว่ากำลังท้อง

ถ้าให้อธิบายง่ายๆ การตรวจการตั้งครรภ์แบบเชิงคุณภาพ (Qualitative Pregnancy Test) คือการตรวจเพื่อหาคำตอบในรูปแบบ "ใช่" หรือ "ไม่ใช่" หรือพูดง่ายๆ คือตรวจว่า "ท้อง หรือ ไม่ท้อง" นั่นเอง โดยการตรวจชนิดนี้ไม่ได้บอกว่าตั้งครรภ์มานานกี่สัปดาห์ หรือระดับฮอร์โมนในร่างกายมีมากน้อยแค่ไหน แต่จะทำหน้าที่เหมือนสวิตช์ไฟที่เปิดเมื่อเจอฮอร์โมน และปิดเมื่อไม่เจอ

สิ่งที่ชุดตรวจมองหาคือ ฮอร์โมนที่มีชื่อว่า hCG (human Chorionic Gonadotropin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่จะสร้างขึ้นจากรกหลังจากที่ไข่ผสมกับอสุจิแล้วเคลื่อนตัวไปฝังตัวที่ผนังมดลูกสำเร็จ โดยปกติแล้ว ระดับฮอร์โมน hCG จะค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้นเป็นเท่าตัวในทุกๆ 2-3 วัน ในช่วงสัปดาห์แรกๆ ของการตั้งครรภ์

ตรวจแบบไหนได้บ้าง? ความแตกต่างระหว่างตรวจปัสสาวะและตรวจเลือด

การตรวจการตั้งครรภ์แบบเชิงคุณภาพสามารถทำได้ 2 วิธีหลัก ซึ่งมีข้อดีและความละเอียดต่างกัน ดังนี้

1. การตรวจจากปัสสาวะ (Urine Test)

เป็นวิธีที่นิยมที่สุดเพราะหาซื้อชุดตรวจได้ง่ายและทำได้เองที่บ้าน ชุดตรวจจะทำงานโดยการตอบสนองต่อระดับฮอร์โมน hCG ในปัสสาวะ โดยส่วนใหญ่ชุดตรวจทั่วไปจะสามารถตรวจจับฮอร์โมนได้เมื่อมีความเข้มข้นตั้งแต่ 20-50 mIU/mL ขึ้นไป

2. การตรวจจากเลือดในห้องปฏิบัติการ (Qualitative Blood Test)

เป็นการเจาะเลือดไปตรวจในห้องแล็บเพื่อดูว่ามีฮอร์โมน hCG อยู่ในเลือดหรือไม่ ข้อดีของการตรวจเลือดคือมีความไวสูงมาก สามารถตรวจเจอฮอร์โมน hCG ได้แม้จะมีความเข้มข้นเพียงเล็กน้อย (ประมาณ 5-10 mIU/mL) ทำให้ทราบผลการตั้งครรภ์ได้เร็วกว่าการตรวจปัสสาวะหลายวัน

ช่วงเวลาไหนที่ตรวจครรภ์แล้วได้ผลแม่นยำที่สุด?

หมอมักจะเน้นย้ำกับคนไข้เสมอว่า "การใจร้อนตรวจเร็วเกินไป อาจทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง" เพราะการปฏิสัมพัทธ์และการฝังตัวของตัวอ่อนต้องใช้เวลา

  • เวลาที่เร็วที่สุดในการตรวจปัสสาวะ: ประมาณ 12-14 วันหลังจากการตกไข่ หรือหลังมีเพศสัมพันธ์ที่มีความเสี่ยง
  • เวลาที่ดีที่สุด: ตรวจในวันแรกที่ประจำเดือนขาดหายไป หรือหลังจากประจำเดือนขาดไปแล้ว 1 สัปดาห์
  • ช่วงเวลาของวันที่ควรตรวจ: ควรตรวจจากปัสสาวะแรกหลังตื่นนอนในตอนเช้า เพราะเป็นช่วงที่ปัสสาวะมีความเข้มข้นสูงที่สุด และมีฮอร์โมน hCG สะสมอยู่มากที่สุดในรอบวัน

อ่านผลตรวจอย่างไร? แก้สงสัยเรื่อง 'ขึ้น 2 ขีดแต่ขีดจางมาก'

เมื่อหยดปัสสาวะหรือจุ่มแถบตรวจตามเวลาที่ระบุในเอกสารกำกับ (โดยทั่วไปประมาณ 3-5 นาที) ให้สังเกตการแสดงผล ดังนี้

  • ขึ้น 1 ขีดที่แถบ C (Control): ผลเป็นลบ หมายถึง ไม่พบฮอร์โมน hCG หรือยังไม่ตั้งครรภ์
  • ขึ้น 2 ขีด ทั้งแถบ C และแถบ T (Test): ผลเป็นบวก หมายถึง ตรวจพบฮอร์โมน hCG แสดงว่ากำลังตั้งครรภ์
  • ไม่ขึ้นเลยสักขีด หรือขึ้นเฉพาะแถบ T: ชุดตรวจชำรุด หรือทดสอบไม่ถูกต้อง ต้องทำการตรวจใหม่ด้วยชุดตรวจอันใหม่

กรณีที่พบบ่อย: ขึ้น 2 ขีด แต่ขีด T จางมากๆ หมายความว่าอย่างไร?

การที่ขึ้นขีดที่สองแม้จะจางมากๆ ส่วนใหญ่แล้วมักจะหมายถึง "ตั้งครรภ์" แต่เหตุผลที่ขีดจางเป็นเพราะระดับฮอร์โมน hCG ในร่างกายยังต่ำอยู่ ซึ่งอาจเกิดจากเพิ่งเริ่มตั้งครรภ์ได้ไม่นาน ปัสสาวะเจือจางเพราะดื่มน้ำมากเกินไปก่อนตรวจ หรือคำนวณวันตกไข่ผิดพลาด คำแนะนำของหมอคือ ให้เว้นระยะเวลาอีก 2-3 วัน แล้วนำชุดตรวจใหม่มาทดสอบซ้ำด้วยปัสสาวะแรกตอนเช้า หากตั้งครรภ์จริง ขีดที่สองจะเข้มขึ้นอย่างชัดเจน

สาเหตุที่ทำให้ผลตรวจผิดพลาด: ผลบวกปลอม และ ผลลบปลอม

แม้การตรวจการตั้งครรภ์แบบเชิงคุณภาพจะมีแม่นยำสูงถึง 97-99% แต่ก็อาจเกิดข้อผิดพลาดได้จากปัจจัยเหล่านี้

ผลลบปลอม (ท้อง แต่ตรวจขึ้นขีดเดียว)

  • ตรวจเร็วเกินไป ทำให้ระดับฮอร์โมน hCG ยังไม่สูงพอที่ชุดตรวจจะจับได้
  • ดื่มน้ำมากเกินไปก่อนตรวจ ทำให้ปัสสาวะเจือจาง
  • อ่านผลนานเกินเวลาที่กำหนด (เช่น ปล่อยทิ้งไว้นานเป็นชั่วโมงแล้วค่อยมาดู)

ผลบวกปลอม (ไม่ได้ท้อง แต่ตรวจขึ้นสองขีด)

  • การใช้นานเกินเวลาจนเกิดรอยระเหยของปัสสาวะ (Evaporation Line) ทำให้เห็นเหมือนเป็นขีดที่สอง
  • อยู่ระหว่างการรักษาภาวะมีบุตรยากและได้รับยากระตุ้นการตกไข่ที่มีส่วนผสมของฮอร์โมน hCG
  • ภาวะการตั้งครรภ์ไข่ฝ่อ หรือการแท้งบุตรในระยะเริ่มต้นมากๆ ที่ฮอร์โมนยังค้างอยู่ในร่างกาย
  • ปัญหาสุขภาพบางประการ เช่น โรคถุงน้ำในรังไข่ หรือซีสต์บางชนิดที่หลั่งฮอร์โมน

ขั้นตอนถัดไปเมื่อทราบผลตรวจ

หากตรวจการตั้งครรภ์แบบเชิงคุณภาพด้วยตนเองแล้วพบว่าขึ้น 2 ขีด สิ่งที่ควรทำต่อไปคือการนัดหมายเข้าพบสูตินรีแพทย์ เพื่อทำการตรวจยืนยันอีกครั้ง ซึ่งแพทย์อาจทำการตรวจร่างกายเพิ่มเติม ตรวจระดับฮอร์โมนแบบเชิงปริมาณ (Quantitative hCG) หรือทำการอัลตราซาวนด์เพื่อดูตำแหน่งการฝังตัวของถุงการตั้งครรภ์ว่าอยู่ในมดลูกอย่างปลอดภัยหรือไม่ เพื่อเริ่มต้นการฝากครรภ์และดูแลสุขภาพของทั้งคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์อย่างถูกต้องต่อไป

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down