ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

คนไข้โรคเก๊าต์หลายคนที่เดินเข้ามาในห้องตรวจ มักจะมาพร้อมกับอาการปวดข้ออย่างรุนแรงจนเดินแทบไม่ได้ และความหวังเดียวของพวกเขาคือการได้รับยาที่ช่วยลดระดับกรดยูริกอย่างยาลดกรดยูริกเพื่อให้อาการปวดทรมานนั้นหายไป แต่ในฐานะหมอ สิ่งที่ต้องระวังที่สุดก่อนจะเขียนใบสั่งยาตัวนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องประสิทธิภาพของยา แต่คือความปลอดภัยในชีวิตของคนไข้ เพราะยาตัวนี้มีเบื้องหลังที่แสนอันตรายหากคนไข้มีพันธุกรรมบางอย่างแฝงอยู่โดยไม่รู้ตัว

ทำความรู้จักกับยาลดกรดยูริกยอดฮิต ที่ชื่อว่า อัลโลพูรินอล

อัลโลพูรินอล (Allopurinol) เป็นยาหลักที่แพทย์ใช้รักษาโรคเก๊าต์และภาวะกรดยูริกในเลือดสูงมานานหลายสิบปี หน้าที่หลักของยาตัวนี้คือการเข้าไปยับยั้งการสร้างกรดยูริกในร่างกาย ช่วยป้องกันไม่ให้ผลึกเกลือยูเรตไปสะสมตามข้อต่างๆ จนเกิดการอักเสบเฉียบพลัน ยาตัวนี้มีราคาไม่แพงและได้ผลดีมาก แต่สำหรับคนไข้บางกลุ่ม ยาเม็ดเล็กๆ นี้กลับเปรียบเสมือนระเบิดเวลาที่พร้อมจะทำลายระบบการทำงานของร่างกาย

เมื่อยารักษาโรคเก๊าต์กลายเป็นยาพิษ: ภาวะแพ้ยารุนแรงที่อันตรายถึงชีวิต

อาการแพ้ยาอัลโลพูรินอลไม่ได้มีแค่ผื่นคันธรรมดา แต่อาจนำไปสู่กลุ่มอาการแพ้ยารุนแรงทางผิวหนังที่เรียกว่า Stevens-Johnson Syndrome (SJS) และ Toxic Epidermal Necrolysis (TEN) ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่น่ากลัวมาก คนไข้จะมีไข้สูง เจ็บคอ ตาอักเสบ และมีผื่นแดงพุพองขึ้นทั่วตัว ผิวหนังจะหลุดลอกออกเป็นแผ่นๆ เหมือนโดนน้ำร้อนลวกอย่างรุนแรง เกิดแผลในปากและอวัยวะเพศ หากรักษาไม่ทันท่วงทีอาจติดเชื้อในกระแสเลือด สูญเสียการมองเห็น หรือถึงขั้นเสียชีวิตได้

ยีน HLA-B*5801 คืออะไร และเกี่ยวอะไรกับการแพ้ยารุนแรง?

ร่างกายของคนเรามีระบบภูมิคุ้มกันที่คอยตรวจจับสิ่งแปลกปลอม โดยมียีนกลุ่มหนึ่งที่เรียกว่า HLA (Human Leukocyte Antigen) คอยควบคุม ซึ่งยีนแต่ละคนจะมีความหลากหลายทางพันธุกรรมแตกต่างกันไป นักวิทยาศาสตร์พบว่า คนที่มียีนชนิดพิเศษที่ชื่อว่า HLA-B*5801 จะมีความไวต่อยาอัลโลพูรินอลสูงมาก เมื่อทานยาเข้าไป ระบบภูมิคุ้มกันจะเข้าใจผิดคิดว่ายาคือสิ่งแปลกปลอมที่เป็นอันตรายอย่างร้ายแรง จึงสั่งการให้เม็ดเลือดขาวเข้าโจมตีเซลล์ผิวหนังของตัวเองจนเกิดการหลุดลอกและอักเสบอย่างรุนแรง

ที่น่าเป็นห่วงคือ ยีนชนิดนี้พบได้บ่อยในประชากรแถบเอเชีย รวมถึงคนไทยด้วย โดยพบว่าคนไทยประมาณร้อยละ 8-10 มียีนตัวนี้อยู่ในร่างกายโดยไม่มีอาการผิดปกติใดๆ แสดงออกเลยจนกว่าจะได้รับยาตัวนี้เข้าไป

ทำไมการตรวจยีน HLA-B*5801 เพื่อป้องกันอาการแพ้ยาจึงเป็นสิ่งจำเป็น?

ในอดีต แพทย์มักจะจ่ายยาอัลโลพูรินอลไปก่อน แล้วคอยเฝ้าระวังอาการแพ้ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุและมีความเสี่ยงสูงมาก แต่ปัจจุบันการแพทย์ก้าวหน้าไปไกล มีวิธีทางเลือกที่ดีและปลอดภัยกว่า นั่นคือ การตรวจยีน HLA-B*5801 เพื่อป้องกัน ความเสี่ยงก่อนเริ่มยาเม็ดแรก

การตรวจยีนชนิดนี้เปรียบเสมือนการทำประกันชีวิตก่อนออกเดินทาง ช่วยให้แพทย์รู้ล่วงหน้าว่าคนไข้มีความเสี่ยงที่จะแพ้ยาชนิดรุนแรงนี้หรือไม่ หากตรวจพบว่ามียีนนี้อยู่ แพทย์จะสามารถหลีกเลี่ยงไปใช้ยาลดกรดยูริกกลุ่มอื่นที่ปลอดภัยกว่าทันที ทำให้คนไข้ไม่ต้องไปเสี่ยงชีวิตกับการแพ้ยาที่อาจรักษาไม่ได้

ใครบ้างที่จำเป็นต้องเข้ารับการตรวจยีนชนิดนี้?

  • คนไข้โรคเก๊าต์หรือผู้ที่มีภาวะกรดยูริกสูงที่แพทย์กำลังจะเริ่มจ่ายยาอัลโลพูรินอลเป็นครั้งแรก
  • ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง เนื่องจากไตที่เสื่อมสภาพจะขับยาออกได้ช้าลง ทำให้ยาสะสมในร่างกายและยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการแพ้ยารุนแรงขึ้นเป็นทวีคูณ
  • ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเคยแพ้ยาอัลโลพูรินอลอย่างรุนแรง

ขั้นตอนการตรวจยีนที่ง่ายและเจ็บตัวน้อยกว่าที่คิด

การตรวจยีนนี้ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่หลายคนกังวล ไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวเป็นพิเศษ ไม่ต้องงดน้ำงดอาหารล่วงหน้า ขั้นตอนมีเพียงแค่การเจาะเลือดปริมาณเล็กน้อยจากข้อพับแขน (ประมาณ 3-5 ซีซี) แล้วส่งเข้าห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจวิเคราะห์หาพิมพ์ยีนทางอณูชีววิทยา โดยทั่วไปจะใช้เวลารอผลตรวจประมาณ 3 ถึง 7 วัน ซึ่งเป็นเวลาที่คุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับความปลอดภัยที่จะได้รับตลอดชีวิต

เมื่อผลตรวจยีนออกแล้ว แพทย์จะวางแผนการรักษาอย่างไรต่อ?

ผลการตรวจยีนจะแบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลักๆ ซึ่งช่วยให้การวางแผนรักษาง่ายและตรงจุดมากขึ้น:

  • หากผลตรวจเป็นลบ (Negative): แสดงว่าไม่มีการกลายพันธุ์ของยีน HLA-B*5801 คนไข้สามารถเริ่มทานยาอัลโลพูรินอลได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น อย่างไรก็ตาม แพทย์ยังคงต้องแนะนำให้สังเกตอาการผิดปกติเบื้องต้นอยู่ดี เพราะการไม่มีไข้ไม่ได้แปลว่าโอกาสแพ้จะเป็นศูนย์ แต่อยู่ในระดับที่ต่ำมากๆ
  • หากผลตรวจเป็นบวก (Positive): แสดงว่ามียีนกลุ่มเสี่ยงนี้อยู่ในร่างกาย แพทย์จะห้ามใช้ยาอัลโลพูรินอลอย่างเด็ดขาด และจะปรับเปลี่ยนแผนการรักษาไปใช้ยาลดกรดยูริกทางเลือกอื่นแทน เช่น ยาฟีบัคโซสแตต (Febuxostat) หรือยากลุ่มขับกรดยูริกทางปัสสาวะอย่างเบนซ์โบรมาโรน (Benzbromarone) ซึ่งมีความปลอดภัยสูงกว่าสำหรับคนไข้กลุ่มนี้

การดูแลสุขภาพที่ดีที่สุดไม่ใช่การรักษาเมื่อโรคกำเริบ แต่คือการป้องกันก่อนที่อันตรายจะมาถึง การตรวจหาความเสี่ยงทางพันธุกรรมก่อนเริ่มยาจึงเป็นนวัตกรรมที่เปลี่ยนชีวิตคนไข้โรคเก๊าต์หลายคนให้ปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างแท้จริง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down