ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

อาการปวดข้อมือเรื้อรังที่อย่ามองข้าม

หลายคนเคยเจอปัญหาปวดข้อมือเรื้อรัง รักษาด้วยการกินยาหรือทายาแก้ปวดก็ยังไม่หายขาด พอนานวันเข้าอาการกลับยิ่งแย่ลงจนหยิบจับของหนักไม่ได้หรือขยับข้อมือได้ไม่สุด อาการแบบนี้หมออยากให้ลองสังเกตดูว่าอาจไม่ใช่แค่พังผืดหรือเส้นเอ็นอักเสบธรรมดา แต่อาจเป็น ภาวะกระดูกข้อมือตายจากการขาดเลือด หรือที่ทางการแพทย์เรียกกันว่า Kienbock's disease ซึ่งเป็นภาวะที่กระดูกชิ้นเล็กๆ ในข้อมือที่เรียกว่ากระดูกลูเนต (Lunate bone) ค่อยๆ เสื่อมสภาพจากการที่เลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอ

ทำไมเลือดถึงไปเลี้ยงกระดูกชิ้นนี้ไม่ได้

กระดูกลูเนตมีลักษณะพิเศษคือเส้นเลือดที่มาหล่อเลี้ยงนั้นมีทางเข้าออกที่ค่อนข้างจำกัด หากเกิดอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ ซ้ำซาก หรือโครงสร้างข้อมือมีความผิดปกติแต่กำเนิด เช่น กระดูกปลายแขนยาวไม่เท่ากัน ก็อาจทำให้กระดูกชิ้นนี้ได้รับแรงกดทับอย่างต่อเนื่องจนเส้นเลือดฝอยที่มาเลี้ยงค่อยๆ ตีบตันลง เมื่อกระดูกไม่ได้รับเลือดไปหล่อเลี้ยง เซลล์กระดูกจึงเริ่มตายลง ทีละน้อยจนโครงสร้างกระดูกอ่อนแอลงเรื่อยๆ

สัญญาณเตือนที่บอกว่าข้อมือเริ่มมีปัญหา

  • มีอาการปวดตื้อๆ ที่กลางข้อมือเป็นเวลานาน โดยเฉพาะเมื่อต้องออกแรงหยิบจับสิ่งของ
  • ข้อมือมีอาการบวม หรือกดแล้วรู้สึกเจ็บจี๊ดๆ บริเวณหลังข้อมือ
  • การเคลื่อนไหวของข้อมือเริ่มติดขัด หรือขยับได้ไม่เต็มวงเหมือนเดิม
  • กำมือได้ไม่แน่นเหมือนปกติ หรือรู้สึกไม่มีแรงเมื่อต้องยกของหนัก

ตรวจให้แน่ชัดว่าเป็นภาวะกระดูกข้อมือตายจากการขาดเลือดจริงไหม

เมื่อคนไข้มาพบหมอด้วยอาการเหล่านี้ ขั้นตอนแรกหมอจะเริ่มจากการซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียดก่อน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการทำเอกซเรย์ หรือถ้าอาการยังไม่ชัดเจน การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) จะช่วยให้หมอเห็นภาพได้ชัดเจนที่สุดว่า กระดูกชิ้นนั้นขาดเลือดไปเลี้ยงจริงๆ หรือไม่ และความเสียหายลุกลามไปมากน้อยเพียงใด เพราะการตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยให้เรามีโอกาสรักษากระดูกชิ้นนั้นไว้ได้โดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่

วิธีรักษาตามระดับความรุนแรง

ถ้าเพิ่งเริ่มเป็นในระยะแรก

ในช่วงที่โรคยังไม่รุนแรง หมออาจแนะนำให้ใส่เฝือกหรืออุปกรณ์พยุงข้อมือเพื่อลดภาระการรับน้ำหนัก และให้กระดูกได้พักจริงๆ ร่วมกับการจำกัดการใช้งานข้อมืออย่างเข้มงวด เพื่อลุ้นให้เลือดกลับมาเลี้ยงกระดูกได้อีกครั้ง

ถ้าอาการลุกลามจนกระดูกเริ่มทรุด

ในกรณีที่กระดูกเริ่มเสียรูปหรือมีอาการทรุดตัว หมอจำเป็นต้องพิจารณาการผ่าตัด ซึ่งมีหลายเทคนิค ตั้งแต่การผ่าตัดเพื่อปรับสมดุลแรงกดในข้อมือ (เช่น การตัดแต่งความยาวกระดูกแขน) ไปจนถึงการผ่าตัดเชื่อมข้อในกรณีที่ความเสียหายรุนแรงจนเกิดข้อเสื่อมตามมา ซึ่งเป้าหมายสูงสุดของหมอคือการรักษาความสามารถในการใช้งานข้อมือของคนไข้ให้กลับมาได้มากที่สุด

การดูแลตัวเองหลังผ่านการรักษา

หัวใจสำคัญคือการทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่องตามที่นักกายภาพแนะนำ อย่าเพิ่งใจร้อนกลับไปยกของหนักทันที เพราะกระดูกต้องการเวลาในการฟื้นฟู หากสังเกตเห็นอาการผิดปกติ เช่น กลับมาปวดรุนแรงหรือขยับข้อมือไม่ได้เหมือนเดิม ต้องรีบกลับมาปรึกษาหมอทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาบานปลายจนนำไปสู่ภาวะข้อเสื่อมถาวรในอนาคต

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down