ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

พาราเซตามอล ยาสามัญที่ใกล้ตัวแต่ถ้ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็อันตราย

เวลาปวดหัวหรือเป็นไข้ ยาชนิดแรกๆ ที่ทุกคนนึกถึงย่อมหนีไม่พ้นพาราเซตามอล เพราะเป็นยาที่หาง่ายและดูเหมือนจะปลอดภัยที่สุด แต่ในฐานะหมอ ผมมักเจอคนไข้ที่ทานยาชนิดนี้แบบไม่ระวัง ทั้งทานถี่เกินไป หรือทานในปริมาณที่มากเกินความจำเป็นโดยไม่รู้ตัว ซึ่งจริงๆ แล้วตับของเราเป็นด่านหน้าในการกำจัดยาตัวนี้ หากได้รับมากเกินไป ตับจะกลายเป็นอวัยวะที่รับภาระหนักจนเกิดความเสียหายตามมา

กลไกการทำลายตับเมื่อกินยาเกินขนาด

ปกติแล้วตับจะมีหน้าที่เปลี่ยนพาราเซตามอลให้กลายเป็นสารที่ขับออกทางปัสสาวะได้ แต่หากร่างกายได้รับยาในปริมาณที่สูงเกินขีดจำกัด ตับจะผลิตเอนไซม์ไม่ทัน และเปลี่ยนไปสร้างสารพิษชนิดหนึ่งแทน สารนี้แหละที่เข้าไปทำลายเซลล์ตับโดยตรง ทำให้ตับอักเสบเฉียบพลัน และถ้าหนักกว่านั้นคือตับวาย ซึ่งเป็นภาวะวิกฤตที่ต้องรักษาในโรงพยาบาลทันที

สัญญาณเตือนที่ร่างกายส่งออกมาเมื่อตับเริ่มมีปัญหา

ช่วงแรกหลังจากกินยาเกินขนาด คนไข้มักไม่มีอาการอะไรเลย หรืออาจแค่คลื่นไส้ อาเจียน และดูเพลียๆ เหมือนคนเป็นไข้หวัดทั่วไป ทำให้หลายคนชะล่าใจ แต่เมื่อผ่านไปสัก 24 ถึง 48 ชั่วโมง สารพิษจะเริ่มทำลายเซลล์ตับจนเกิดอาการดังนี้

  • เจ็บชายโครงขวา
  • ตัวเหลือง ตาเหลือง
  • ปัสสาวะมีสีเข้มผิดปกติ
  • ซึมลง หรือสับสนในกรณีที่มีการทำลายตับอย่างรุนแรง

วิธีคำนวณการกินยาให้ปลอดภัยต่อตับ

กฎเหล็กที่ผมมักย้ำกับคนไข้เสมอคือ การคำนวณน้ำหนักตัวร่วมกับปริมาณยา โดยสูตรมาตรฐานคือ 10-15 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ต่อครั้ง และในหนึ่งวันไม่ควรทานเกิน 4,000 มิลลิกรัม หรือประมาณ 8 เม็ด (ขนาด 500 มิลลิกรัม) สำหรับผู้ใหญ่ที่มีน้ำหนักตัวปกติ นอกจากนี้ต้องเว้นระยะห่างในการทานแต่ละครั้งอย่างน้อย 4-6 ชั่วโมงเพื่อให้ตับได้มีเวลาพักและขับยาออก

กินยาแก้ปวดพาราเซตามอลอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด

การใช้ยาให้ได้ผลดีและปลอดภัยต้องเริ่มจากการปรับพฤติกรรม ดังนี้

  • อ่านฉลากยาให้ชัดเจนทุกครั้ง
  • งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระหว่างที่ต้องทานยา เพราะแอลกอฮอล์จะเร่งให้ตับเสียหายเร็วขึ้นเมื่อเจอกับพาราเซตามอล
  • หากมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับตับหรือไต ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งก่อนตัดสินใจซื้อยามาทานเอง
  • อย่าทานยาซ้อนหลายชนิดที่มีส่วนผสมของพาราเซตามอล เช่น ยาแก้หวัดสูตรผสม เพราะอาจทำให้ได้รับยาเกินขนาดโดยไม่รู้ตัว

ยาคือดาบสองคม แม้จะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดได้ดี แต่การใช้งานที่เกินพอดีก็สามารถย้อนกลับมาทำร้ายตับของเราได้ หากใครสงสัยว่าตัวเองได้รับยาเกินขนาด หรือเริ่มมีอาการผิดปกติ อย่ารอดูอาการเองที่บ้าน ให้รีบพบแพทย์เพื่อเจาะเลือดตรวจค่าการทำงานของตับโดยเร็วที่สุดครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down