ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมยาที่ดูไม่อันตรายถึงกลับมาทำร้ายตับเราได้

หลายคนติดภาพจำว่ายาแก้ปวดพาราเซตามอลเป็นยาที่ปลอดภัยที่สุด หายาได้ง่ายและใช้ได้บ่อย ไม่ว่าจะปวดหัว เป็นไข้ หรือปวดฟัน แต่ในมุมของหมอ ยานี้มีเส้นแบ่งบางๆ ระหว่างการรักษาและการทำลายตับอยู่ หากเราใช้แบบผิดวิธีหรือกินถี่เกินไป แทนที่จะหายปวด กลายเป็นว่าเรากำลังเอาพิษเข้าไปสะสมในตับโดยไม่รู้ตัว

กลไกที่ตับต้องรับศึกหนักเมื่อเรากินยาเกินขนาด

ปกติแล้วตับของเราเปรียบเสมือนโรงงานกำจัดของเสีย เมื่อเรากินยาเข้าไป ตับจะทำหน้าที่แปรรูปยาเพื่อให้ร่างกายขับออกได้ แต่เมื่อปริมาณยาพาราเซตามอลที่ได้รับสูงเกินกว่าที่ตับจะจัดการได้ทัน ร่างกายจะสร้างสารพิษชนิดหนึ่งออกมา ซึ่งถ้าตับแข็งแรงดีก็พอจะกำจัดสารพิษนี้ได้ แต่หากสารพิษสะสมมากเกินไป มันจะเริ่มทำลายเซลล์ตับโดยตรงจนเนื้อเยื่อตับเกิดการอักเสบและตายลงในที่สุด

สัญญาณเตือนที่ร่างกายส่งออกมาเมื่อตับเริ่มมีปัญหา

ปัญหาที่น่ากลัวของพิษจากพาราเซตามอลคือ ในช่วงวันแรกๆ คนไข้มักไม่มีอาการอะไรเลย หรืออาจแค่รู้สึกเพลียเหมือนเป็นไข้หวัดทั่วไป ทำให้ชะล่าใจ แต่เมื่อผ่านไป 2-3 วัน อาการที่แท้จริงจะเริ่มปรากฏชัด:

  • อาการคลื่นไส้ อาเจียนอย่างรุนแรง
  • เจ็บหรือแน่นบริเวณใต้ชายโครงขวา ซึ่งเป็นตำแหน่งของตับ
  • ตัวเหลือง ตาเหลือง หรือมีอาการดีซ่าน
  • ปัสสาวะมีสีเข้มผิดปกติ
  • ในรายที่เป็นหนักอาจเริ่มสับสน หรือมีอาการทางสมองร่วมด้วย

กินยาแบบไหนถึงเรียกว่าปลอดภัยและไม่ทำร้ายตับ

กฎเหล็กที่หมออยากให้จำไว้คือเรื่องของปริมาณและเวลา การกินยาแก้ปวดพาราเซตามอลให้ปลอดภัยต้องยึดหลักการดังนี้

  • น้ำหนักตัวมีผล: กินยาในขนาด 10-15 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อครั้ง
  • จำกัดปริมาณต่อวัน: ห้ามกินเกิน 8 เม็ด (ขนาด 500 มิลลิกรัม) ภายใน 24 ชั่วโมง
  • เว้นระยะเวลาให้เหมาะสม: ต้องเว้นระยะห่างทุก 4-6 ชั่วโมง ไม่ควรกินซ้ำเร็วกว่านั้น
  • ตรวจสอบยารวม: ระวังการกินยาแก้หวัดหรือยาแก้แพ้หลายชนิดพร้อมกัน เพราะยาเหล่านั้นมักมีพาราเซตามอลผสมอยู่แล้ว ทำให้ได้รับยาเกินขนาดโดยไม่รู้ตัว

เมื่อไหร่ที่ต้องรีบมาพบหมอทันที

หากรู้ตัวว่ากินยาเกินขนาดไปไม่ว่าจะตั้งใจหรือเผลอ อย่ารอให้มีอาการแสดงออกมาจนตัวเหลือง ให้รีบมาพบแพทย์โดยเร็วที่สุด ยิ่งมาถึงโรงพยาบาลได้ไวเท่าไหร่ แพทย์จะมีโอกาสให้ยาต้านพิษหรือทำการล้างท้องเพื่อลดปริมาณยาในกระแสเลือดได้ทันเวลา ก่อนที่ตับจะถูกทำลายไปมากกว่านี้

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down