ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

พ่อแม่หลายคนคงเคยเจอประสบการณ์ที่อยู่ดีๆ ลูกน้อยก็ร้องไห้งอแง ปฏิเสธการกินอาหาร แม้แต่น้ำดื่มหรือนมที่เคยชอบก็ไม่อยากกลืน พอลองใช้ไฟฉายส่องดูในปาก กลับเจอแผลจุดแดงๆ หรือตุ่มน้ำใสกระจายอยู่เต็มคอ ช่วงเวลานี้เองที่สร้างความกังวลใจให้คนเป็นพ่อเป็นแม่ และเกิดความสับสนว่า ตกลงลูกกำลังเป็นโรคเฮอร์แปงไจนา หรือโรค มือ เท้า ปาก กันแน่

ลูกเจ็บปากจนกินไม่ได้ สรุปเป็นเฮอร์แปงไจนาหรือมือเท้าปากกันแน่?

ทั้งโรคเฮอร์แปงไจนาและโรค มือ เท้า ปาก เกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่มเดียวกัน นั่นคือ เอนเทอโรไวรัส (Enterovirus) ซึ่งมักระบาดหนักในกลุ่มเด็กเล็กช่วงฤดูฝนและฤดูร้อน แม้จะมีสาเหตุมาจากไวรัสกลุ่มเดียวกัน แต่จุดแตกต่างสำคัญที่สังเกตได้ง่ายที่สุดคือตำแหน่งของการเกิดโรค

  • โรคเฮอร์แปงไจนา: จะพบตุ่มน้ำใสหรือแผลเฉพาะในช่องปากเท่านั้น โดยเฉพาะบริเวณเพดานอ่อน ลิ้นไก่ และต่อมทอนซิล จะไม่มีผื่นหรือตุ่มน้ำขึ้นตามฝ่ามือ ฝ่าเท้า หรือร่างกายส่วนอื่นเลย
  • โรค มือ เท้า ปาก: จะพบแผลในช่องปากร่วมกับมีผื่น จุดแดง หรือตุ่มน้ำใสขึ้นที่บริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า ข้อศอก เข่า และก้น

ลักษณะแผลในช่องปากจากโรคเฮอร์แปงไจนา ที่แม่ๆ ต้องสังเกตให้เป็น

การสังเกต แผลในช่องปากจากโรคเฮอร์แปงไจนา จะมีความเฉพาะตัวสูงมาก ในช่วง 1-2 วันแรก ลูกมักจะมีไข้สูงเฉียบพลัน บางรายไข้สูงถึง 39-40 องศาเซลเซียส หลังจากนั้นจะเริ่มเห็นจุดแดงเล็กๆ ขนาดประมาณ 1-2 มิลลิเมตร ปรากฏขึ้นที่บริเวณด้านหลังของช่องปาก

จุดแดงเหล่านี้จะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นตุ่มน้ำใสขนาดเล็ก แล้วแตกออกกลายเป็นแผลขอบแดงพื้นแผลสีขาวหรือสีเชา ซึ่งเป็นช่วงที่เด็กจะรู้สึกเจ็บปวดมากที่สุด โดยเฉพาะเวลาที่มีการกลืนน้ำหรืออาหาร ทำให้เด็กมีอาการน้ำลายไหลย้อย ไม่ยอมกลืนน้ำลาย และร้องไห้กวนตลอดเวลา

ทำไมแผลชนิดนี้ถึงทำให้เด็กเจ็บปวดมาก จนยอมอดข้าวอดน้ำ

ตำแหน่งของ แผลในช่องปากจากโรคเฮอร์แปงไจนา มักจะกระจุกตัวอยู่บริเวณเพดานอ่อนและผนังคอส่วนหลัง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ต้องสัมผัสและขยับเคลื่อนไหวทุกครั้งที่มีการกลืน เมื่อแผลเกิดการอักเสบ ทุกจังหวะที่ลูกกลืนน้ำลายหรืออาหาร จึงเกิดแรงเสียดสีโดยตรงกับแผล ความรู้สึกจะเหมือนกับโดนละอองความร้อนหรือพริกสดทาอยู่ที่บริเวณลำคอ เด็กจึงเลือกที่จะปฏิเสธการกินเพื่อหลีกเลี่ยงความเจ็บปวดนั้น

เทคนิคดูแลและบรรเทาอาการเจ็บแผล ให้ลูกกินได้ ลืมความเจ็บ

เนื่องจากโรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัส จึงยังไม่มียาต้านไวรัสโดยเฉพาะ การรักษาหลักคือการรักษาตามอาการเพื่อให้ลูกน้อยผ่านพ้นช่วงเวลาที่เจ็บปวดที่สุดไปได้อย่างปลอดภัย

วิธีจัดการกับความปวดและลดไข้

การให้ยาลดไข้แก้ปวดกลุ่มพาราเซตามอลตามน้ำหนักตัวของเด็กเป็นสิ่งจำเป็น โดยควรให้ก่อนมื้ออาหารประมาณ 30 นาที เพื่อช่วยบรรเทาอาการเจ็บแผล ทำให้เด็กพอจะกลืนอาหารหรือนมได้บ้าง ในเคสที่มีอาการปวดมาก แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาทาชาเฉพาะที่สำหรับทาในช่องปากก่อนมื้ออาหาร

ปรับเปลี่ยนเมนูอาหาร เน้นความเย็นและความนุ่ม

ช่วงที่ลูกมีแผลในปาก ควรหลีกเลี่ยงอาหารร้อน อาหารรสเค็มจัด หรืออาหารที่มีกรดอย่างน้ำผลไม้รสเปรี้ยว เพราะจะยิ่งกระตุ้นให้แสบแผล ให้เปลี่ยนมาให้กินอาหารเย็นๆ เช่น

  • นมแช่เย็น หรือนมปั่น
  • ไอศกรีมรสหวานนุ่ม (ช่วยบรรเทาอาการชาและให้พลังงาน)
  • โยเกิร์ต หรือพุดดิ้ง
  • ข้าวต้มเย็น หรือโจ๊กที่พักจนเย็นสนิท

ป้องกันภาวะร่างกายขาดน้ำ

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของโรคนี้คือภาวะขาดน้ำจากการที่เด็กไม่ยอมดื่มน้ำ หากลูกปฏิเสธการดื่มน้ำจากแก้ว ให้ใช้ไซลิงก์ค่อยๆ หยอดน้ำเย็น หรือน้ำเกลือแร่สำหรับเด็กทีละนิดเข้าข้างกระพุ้งแก้มเรื่อยๆ เพื่อให้ร่างกายได้รับน้ำอย่างเพียงพอ

อาการแบบไหนที่ต้องรีบพาลูกไปพบแพทย์ทันที?

แม้ว่าโรคนี้จะสามารถหายเองได้ภายใน 7-10 วัน แต่ผู้ปกครองต้องเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนอย่างใกล้ชิด หากพบอาการเตือนเหล่านี้ ต้องพาลูกมาโรงพยาบาลโดยด่วน

  • ลูกซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ร่าเริง ไม่เล่น
  • ปัสสาวะออกน้อยลง ถ่ายปัสสาวะห่างกว่า 6 ชั่วโมง หรือปัสสาวะมีสีเข้มจัด
  • มีอาการผวา สะดุ้งตัวลอย มือสั่น เท้าสั่น เดินเซ
  • อาเจียนบ่อย กินอะไรไม่ได้เลย
  • ไข้สูงติดต่อกันเกิน 3 วัน โดยที่ไข้ไม่ลดลงเลย

แนวทางป้องกันไม่ให้โรคร้ายกลับมารังควานลูกรักซ้ำอีก

เชื้อเอนเทอโรไวรัสแพร่กระจายได้ง่ายมากผ่านทางน้ำลาย น้ำมูก และอุจจาระ การป้องกันที่ดีที่สุดคือการฝึกสุขอนามัยพื้นฐาน ล้างมือด้วยน้ำและสบู่บ่อยๆ โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ ทำความสะอาดของเล่นและของใช้ส่วนตัวของลูกด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อเป็นประจำ หากทราบว่าที่โรงเรียนหรือสถานเลี้ยงเด็กมีเด็กป่วย ควรให้ลูกหยุดเรียนเพื่อสังเกตอาการที่บ้าน และหลีกเลี่ยงการพาลูกไปในสถานที่แออัดในช่วงที่มีการระบาด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down