ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาตรวจสุขภาพประจำปีแล้วผลเลือดบอกว่ามีค่าตับผิดปกติ หลายคนมักจะตกใจและนึกถึงเรื่องการดื่มแอลกอฮอล์เป็นอันดับแรก แต่ความจริงแล้ว มีเชื้อโรคตัวเล็กๆ ตัวหนึ่งที่แอบแฝงเข้ามาทำลายตับของเราเงียบๆ โดยที่เราแทบไม่รู้ตัวเลย นั่นก็คือเจ้า ไวรัสตับอักเสบชนิดซี ครับ

ในห้องตรวจ ผมมักจะเจอคนไข้ที่มาด้วยความประหลาดใจว่า ตัวเองไม่ได้ดื่มเหล้า ไม่ได้สูบบุหรี่ ทำไมตับถึงเริ่มแข็งหรืออักเสบเรื้อรังได้ คำตอบมักจะซ่อนอยู่ในการสัมผัสกับเชื้อนี้ในอดีต ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นนานหลายปีหรือหลายสิบปีโดยไม่มีอาการเตือนภัยใดๆ เลย

ไวรัสตับอักเสบชนิดซี คืออะไร และอันตรายแค่ไหน?

โรคนี้เกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่โจมตีตับโดยตรง เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายแล้ว มันจะเข้าไปหลบซ่อนและแบ่งตัวอยู่ในเซลล์ตับ ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง ความน่ากลัวของ ไวรัสตับอักเสบชนิดซี อยู่ตรงที่ความเงียบของมันครับ ร่างกายเราจะไม่แสดงอาการเจ็บป่วยอะไรเลยในช่วงแรก คนไข้หลายคนจึงใช้ชีวิตตามปกติจนกระทั่งตับถูกทำลายไปมากแล้ว

ถ้าปล่อยให้มีการอักเสบต่อเนื่องยาวนานเป็นสิบๆ ปี เซลล์ตับที่ดีจะค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยพังผืด จนกลายเป็นโรคตับแข็ง และมีความเสี่ยงสูงที่จะพัฒนาไปเป็นมะเร็งตับในที่สุด นี่คือเหตุผลว่าทำไมผมถึงอยากให้ทุกคนทำความเข้าใจและรู้จักโรคนี้ให้มากขึ้น

เชื้อตัวนี้ติดต่อกันได้อย่างไร?

หลายคนกังวลว่าจะติดจาก ไวรัสตับอักเสบชนิดซี ผ่านการใช้ชีวิตประจำวันทั่วไป เช่น การนั่งกินข้าวร่วมกัน การใช้ห้องน้ำ หรือการกอดกัน แต่ความจริงแล้วไวรัสชนิดนี้ไม่ได้ติดต่อกันง่ายขนาดนั้นครับ

เส้นทางหลักที่เชื้อเข้าสู่ร่างกายคือ ทางกระแสเลือดโดยตรง ตัวอย่างที่เราพบบ่อยในทางปฏิบัติ ได้แก่:

  • การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้สารเสพติด
  • การสัก เจาะร่างกาย หรือฝังเข็ม ในร้านที่ไม่ได้มาตรฐานและอุปกรณ์ไม่สะอาดเพียงพอ
  • การใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกัน เช่น มีดโกนหนวด หรือกรรไกรตัดเล็บ ที่อาจมีคราบเลือดปนเปื้อน
  • การรับเลือดหรือผลิตภัณฑ์จากเลือดในอดีต (ก่อนที่จะมีการตรวจคัดกรองเชื้อนี้อย่างเข้มงวดในธนาคารเลือด)
  • การมีเพศสัมพันธ์ที่มีความเสี่ยง หรือมีแผลเปิด

สังเกตอย่างไรดี ในเมื่อมันไม่มีอาการ?

อย่างที่เกริ่นไปแล้วว่า ในระยะแรกเริ่มของการติดเชื้อ ไวรัสตับอักเสบชนิดซี แทบไม่มีอาการอะไรเลยครับ บางคนอาจจะมีอาการเพลียๆ ง่าย ซึ่งก็มักจะคิดว่าเป็นเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอ

แต่เมื่อตับเริ่มเสียหายมากๆ หรือเข้าสู่ระยะตับอักเสบเรื้อรัง เราอาจจะเริ่มสังเกตเห็นสัญญาณเตือนเหล่านี้:

  • รู้สึกอ่อนเพลียเรื้อรัง ไม่มีแรงทำอะไร
  • เบื่ออาหาร คลื่นไส้ น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • มีอาการจุกแน่นชายโครงขวา ซึ่งเป็นตำแหน่งของตับ
  • ผิวหนังและตาเริ่มมีสีเหลือง หรือที่เรียกว่าดีซ่าน
  • ปัสสาวะมีสีเข้มเหมือนสีชาเข้มๆ

ตรวจวินิจฉัยและเช็กให้ชัวร์ได้อย่างไร?

เนื่องจากอาการมันไม่ชัดเจน วิธีเดียวที่จะรู้ว่าเรามี ไวรัสตับอักเสบชนิดซี ซ่อนอยู่ในร่างกายหรือไม่ คือการเจาะเลือดตรวจครับ

แพทย์จะทำการตรวจหาภูมิคุ้มกันต่อไวรัสตับอักเสบซี (Anti-HCV) ก่อน ถ้าผลเป็นบวก แปลว่าเคยได้รับเชื้อ จากนั้นจะต้องตรวจยืนยันด้วยการหาปริมาณสารพันธุกรรมของไวรัส (HCV-RNA) อีกครั้ง เพื่อดูว่าตอนนี้เชื้อยัง active และอยู่ในร่างกายจริงหรือไม่ รวมถึงการตรวจประเมินความรุนแรงของตับด้วยการอัลตราซาวนด์หรือการตรวจวัดความยืดหยุ่นของตับ

ข่าวดีทางการแพทย์: โรคนี้รักษาหายขาดได้

จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดในวงการแพทย์ยุคนี้คือ เรามียาต้านไวรัสรุ่นใหม่ที่ออกฤทธิ์จำเพาะเจาะจงกับ ไวรัสตับอักเสบชนิดซี แล้วครับ

แตกต่างจากสมัยก่อนที่การรักษาค่อนข้างยุ่งยาก มีผลข้างเคียงสูง และโอกาสหายขาดน้อย ปัจจุบันเราใช้ยารับประทานเพียงระยะเวลาสั้นๆ ประมาณ 8 ถึง 12 semaines (8-12 สัปดาห์) เท่านั้น ผลข้างเคียงน้อยมาก และที่สำคัญคือ อัตราการรักษาหายขาดสูงมากกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ เปรียบเสมือนการปลดล็อกภาระทางสุขภาพที่แบกมานานให้หายไปได้อย่างสิ้นเชิง

ป้องกันตัวเองอย่างไรให้ห่างไกลจากไวรัสตัวนี้?

จนถึงปัจจุบัน เรายังไม่มีวัคซีนป้องกัน ไวรัสตับอักเสบชนิดซี เหมือนกับไวรัสตับอักเสบชนิดบีครับ ดังนั้น การป้องกันที่ดีที่สุดคือการระมัดระวังไม่ให้เลือดหรือสารคัดหลั่งของผู้อื่นเข้าสู่ร่างกายของเรา

หลีกเลี่ยงการใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน เลือกใช้บริการร้านสักหรือเจาะร่างกายที่สะอาด ได้มาตรฐาน ใช้ของใช้ส่วนตัวแยกจากผู้อื่น และที่สำคัญที่สุดคือ ควรตรวจสุขภาพประจำปีและตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อที่เราจะได้รู้เท่าทันและรักษาได้ทันท่วงทีก่อนที่ตับจะเสียหายไปมากกว่านี้ครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down