ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เหตุการณ์เลวร้ายจบลงแล้ว แต่ทำไมใจยังไม่ยอมผ่านไป?

หลายครั้งที่คนไข้เดินเข้ามาปรึกษาด้วยอาการนอนไม่หลับ ฝันร้าย หรือรู้สึกผวาเวลาเจอสถานการณ์ที่คล้ายกับเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจในอดีต แม้เวลาจะผ่านไปเป็นเดือนหรือเป็นปีแล้วก็ตาม คำถามที่ผมมักได้รับบ่อยที่สุดคือ ทำไมเรื่องมันจบไปนานแล้วแต่ใจยังไม่ยอมลืม นี่คือจุดเริ่มต้นของการสำรวจ ความเสี่ยงต่อการเกิดบาดแผลทางใจในระยะยาว หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่าภาวะทางจิตใจที่ตอบสนองต่อเหตุการณ์ร้ายแรงที่ค้างคาอยู่

สัญญาณเตือนว่าใจของเราอาจกำลังแบกรับบาดแผลเรื้อรัง

บาดแผลทางใจไม่ได้มีเลือดไหลออกมาให้เห็นเหมือนแผลที่ผิวหนัง แต่ร่องรอยของมันจะแสดงออกผ่านพฤติกรรมและความรู้สึกที่เปลี่ยนไป หากใครมีอาการเหล่านี้ต่อเนื่องยาวนานเกินกว่าหนึ่งเดือน ควรเริ่มสังเกตตัวเองให้ดี:

  • การย้อนกลับไปเห็นภาพเหตุการณ์เดิมซ้ำๆ เหมือนแผ่นเสียงตกร่อง
  • ความพยายามหลีกเลี่ยงผู้คน สถานที่ หรือกิจกรรมที่ทำให้หวนนึกถึงเหตุการณ์นั้น
  • ความรู้สึกตื่นตัวตลอดเวลา เหมือนร่างกายพร้อมจะหนีหรือสู้กับภัยอันตรายอยู่ตลอดแม้ในยามปกติ
  • อารมณ์ที่แปรปรวน หงุดหงิดง่าย หรือความรู้สึกว่างเปล่าจนไม่อยากทำอะไร

ทำไมเหตุการณ์บางอย่างถึงฝังลึกจนกลายเป็นบาดแผลยาวนาน?

เหตุผลที่แต่ละคนมี ความเสี่ยงต่อการเกิดบาดแผลทางใจในระยะยาว ไม่เท่ากัน เป็นเพราะกลไกการรับมือของสมองและระบบประสาทมีความแตกต่างกัน โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลประกอบด้วย:

  • ระดับความรุนแรงและระยะเวลาที่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์นั้น หากเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำๆ หรือต่อเนื่อง จะส่งผลกระทบต่อระบบประมวลผลทางอารมณ์ในสมองมากกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว
  • ความพร้อมของระบบสนับสนุนทางสังคม คนที่มีครอบครัวหรือเพื่อนที่เข้าใจและพร้อมรับฟัง จะมีโอกาสก้าวผ่านเหตุการณ์ร้ายแรงได้ดีกว่าคนที่ต้องเผชิญหน้าตามลำพัง
  • ประวัติความเปราะบางทางจิตใจในอดีต หากเคยผ่านเหตุการณ์กระทบกระเทือนใจมาก่อน สมองจะมีแนวโน้มจดจำและตอบสนองต่อภัยคุกคามใหม่ได้ไวและรุนแรงกว่าปกติ

ก้าวข้ามผ่านบาดแผลในใจเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

การยอมรับว่าเรากำลังมีบาดแผลในใจไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่เป็นการเริ่มต้นทำความเข้าใจเพื่อรักษา ในทางจิตวิทยาเรามีวิธีการเยียวยาที่หลากหลาย ตั้งแต่การพูดคุยเพื่อปรับมุมมอง (Cognitive Behavioral Therapy) ไปจนถึงการฝึกเทคนิคการผ่อนคลายระบบประสาท เพื่อบอกกับสมองส่วนลึกว่าเราปลอดภัยแล้วในปัจจุบัน

หากรู้สึกว่าความทรงจำที่เลวร้ายเริ่มกัดกินชีวิตประจำวัน การปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่คือการหาเครื่องมือมาซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอเพื่อให้เรากลับมาใช้ชีวิตได้อย่างที่ควรจะเป็นอีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down