ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายคนอาจเคยได้ยินข่าวคนใกล้ตัวเข้าโรงพยาบาลด้วยอาการไข้หวัดธรรมดา แต่ไม่กี่วันต่อมากลับทรุดหนักและแพทย์บอกว่าเป็นการติดเชื้อในกระแสเลือด ฟังดูแล้วน่ากลัวและชวนให้สงสัยว่าเชื้อโรคตัวเล็กๆ เดินทางเข้าสู่กระแสเลือดของเราได้อย่างไร และทำไมสถานการณ์ถึงพลิกผันจากโรคเบาๆ กลายเป็นภาวะวิกฤตที่อันตรายถึงชีวิตได้ภายในเวลาไม่นาน ในฐานะหมอ ผมอยากชวนมาทำความเข้าใจเรื่องนี้กันแบบง่ายๆ เพื่อที่เราจะได้สังเกตตัวเองและคนในครอบครัวได้อย่างทันท่วงที

จุดเริ่มต้นของเรื่อง: เชื้อโรคหลุดเข้าไปในกระแสเลือดได้อย่างไร?

ร่างกายของเรามีระบบภูมิคุ้มกันที่คอยป้องกันเชื้อโรคอยู่ตลอดเวลาครับ เมื่อเราเป็นแผลที่ผิวหนัง มีอาการอักเสบในปอด หรือทางเดินปัสสาวะอักเสบ ระบบภูมิคุ้มกันจะพยายามจัดการกับเชื้อโรคนั้นในจุดเกิดเหตุ เปรียบเสมือนการสู้รบกันเฉพาะจุด แต่ถ้าในวันนั้นร่างกายของเราอ่อนแอ หรือเชื้อโรคมีความรุนแรงมาก มันก็จะทะลวงแนวป้องกันนั้นแล้วเล็ดลอดเข้าสู่หลอดเลือดฝอย ก่อนจะกระจายตัวไปทั่วร่างกายผ่านระบบไหลเวียนโลหิต เมื่อเชื้อโรควิ่งไปทั่วตัวแบบนี้ ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายก็จะเกิดอาการตื่นตระหนกและตอบสนองอย่างรุนแรงเกินเหตุ จนหลั่งสารเคมีออกมาทำลายเนื้อเยื่อและอวัยวะดีๆ ของตัวเอง กลายเป็นความเสียหายเป็นโดินสิโน ซึ่งในทางการแพทย์เราเรียกว่าภาวะการติดเชื้อในกระแสเลือดหรือเซปซิส

สัญญาณเตือนภัยรอบตัว: แบบนี้หรือเปล่าที่เรียกว่าติดเชื้อในกระแสเลือด?

อาการเริ่มต้นมักจะดูคล้ายไข้หวัดใหญ่หรือการติดเชื้อทั่วไป จนทำให้หลายคนชะล่าใจ แต่ถ้าสังเกตดีๆ ร่างกายจะมีจุดสังเกตที่ต่างออกไป ดังนี้

  • ไข้สูงหนาวสั่น: มักจะมีไข้สูงมาก หรือบางคนโดยเฉพาะผู้สูงอายุ แต่อาจจะไม่มีไข้เลยแต่ตัวเย็นและซึมแทน
  • หายใจเร็วและหอบเหนื่อย: รู้สึกหายใจไม่อิ่ม หัวใจเต้นเร็วผิดปกติเหมือนคนเพิ่งวิ่งมา ทั้งที่นอนอยู่เฉยๆ
  • ความดันโลหิตตก: รู้สึกหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ เหมือนจะเป็นลมเวลาลุกขึ้นยืน
  • ซึมลง สับสน: พูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง จำวันเวลาไม่ได้ หรือเพ้อ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ
  • ปัสสาวะน้อยลง: แทบไม่ได้เข้าห้องน้ำเลยหลายชั่วโมง แสดงว่าการทำงานของไตเริ่มมีปัญหา

ใครบ้างคือกลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ?

ความจริงแล้วการติดเชื้อในกระแสเลือดเกิดขึ้นได้กับทุกคนที่มีแผลติดเชื้อแล้วปล่อยทิ้งไว้ แต่จะมีกลุ่มคนบางกลุ่มที่เชื้อโรคชอบเล่นงานเป็นพิเศษเพราะภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง

  • ผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป
  • ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคไตเรื้อรัง โรคตับแข็ง หรือโรคหัวใจ
  • ผู้ป่วยที่ต้องกินยากดภูมิคุ้มกัน หรือผู้ป่วยโรคมะเร็งที่กำลังรับยาเคมีบำบัด
  • ผู้ที่มีแผลเรื้อรัง เช่น แผลกดทับ หรือแผลเบาหวานที่เท้า
  • ผู้ที่เพิ่งผ่านการผ่าตัดใหญ่มาไม่นาน

เมื่อไหร่ที่ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลทันที?

หากคุณหรือคนใกล้ตัวที่มีอาการป่วยอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นแผลอักเสบ ท้องเสียรุนแรง หรือทางเดินปัสสาวะอักเสบ แล้วจู่ๆ มีอาการไข้สูงร่วมกับอาการหายใจหอบ หัวใจเต้นเร็ว และเริ่มมีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ขอให้คิดไว้เลยว่านี่ไม่ใช่ไข้ธรรมดา การติดเชื้อในกระแสเลือดเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ทุกนาทีมีค่า ยิ่งไปถึงมือแพทย์เร็วเท่าไหร่ โอกาสในการให้ยาปฏิชีวนะและน้ำเกลือเพื่อกู้ชีวิตก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น อย่ารอให้ถึงพรุ่งนี้เช้าเด็ดขาดครับ เพราะเชื้อโรคในกระแสเลือดไม่เคยรอเวลาใคร

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down