ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำความรู้จักเจ้าไวรัสอาร์เอสวี ตัวการที่ทำให้ลูกน้อยหายใจไม่ออก

ช่วงที่ผ่านมาเชื่อว่าหลายบ้านคงคุ้นหูกับชื่อเชื้อไวรัสอาร์เอสวี หรือ RSV กันมากขึ้น ยิ่งถ้าบ้านไหนมีเด็กเล็กหรือลูกเข้าโรงเรียนอนุบาลแล้ว ต้องบอกเลยว่าเป็นเรื่องที่น่ากังวลใจไม่น้อย ไวรัสชนิดนี้ไม่ใช่เชื้อโรคใหม่ แต่เป็นเชื้อที่ก่อให้เกิดอาการในระบบทางเดินหายใจได้ตั้งแต่ระดับทั่วไปเหมือนหวัดธรรมดา ไปจนถึงขั้นรุนแรงที่ทำให้ปอดอักเสบได้เลยครับ

อาการแบบไหนที่เตือนว่าลูกอาจติดเชื้ออาร์เอสวี

โดยปกติแล้ว เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายจะใช้เวลาฟักตัวประมาณ 4 ถึง 6 วัน อาการเริ่มแรกมักจะแยกไม่ออกจากการเป็นหวัดทั่วไป คุณพ่อคุณแม่อาจสังเกตอาการเหล่านี้ได้:

  • มีน้ำมูกไหล ไอ จาม หรือมีไข้ต่ำๆ
  • เด็กบางรายอาจมีอาการงอแง กินนมน้อยลงหรือกินอาหารได้น้อยลง
  • ถ้าอาการเริ่มรุนแรงขึ้น จะสังเกตเห็นว่าลูกหายใจหอบเหนื่อย หายใจแรงจนอกบุ๋ม หรือหายใจมีเสียงครืดคราดในลำคอ

ทำไมเด็กเล็กถึงเสี่ยงอาการรุนแรงกว่าผู้ใหญ่

สาเหตุหลักคือขนาดของหลอดลมในเด็กเล็กนั้นแคบและเล็กมากครับ เมื่อเชื้อไวรัสเข้าไปทำให้เกิดการอักเสบและสร้างเสมหะปริมาณมาก เสมหะเหล่านี้จะไปอุดกั้นทางเดินหายใจ ทำให้เด็กหายใจลำบากและเหนื่อยหอบได้เร็วกว่าผู้ใหญ่ นอกจากนี้ ภูมิคุ้มกันของเด็กเล็กยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้เชื้อกระจายตัวเข้าสู่ปอดได้ง่ายกว่าปกติ

วิธีดูแลลูกรักที่บ้านในช่วงเริ่มป่วย

ถ้าลูกมีอาการไม่รุนแรง การดูแลประคับประคองเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดครับ:

  • ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ: ช่วยลดปริมาณน้ำมูกเหนียวข้น ทำให้ลูกหายใจได้สะดวกขึ้น
  • ให้ดื่มน้ำสะอาดบ่อยๆ: น้ำจะช่วยละลายเสมหะและป้องกันภาวะขาดน้ำในเด็ก
  • ลดไข้ด้วยพาราเซตามอล: ใช้ตามน้ำหนักตัวของเด็ก เพื่อให้ลูกรู้สึกสบายตัวขึ้น
  • แยกเด็กออกจากคนรอบข้าง: ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไปสู่พี่น้องหรือคนในครอบครัว

อาการหนักแบบไหนที่ต้องพาลูกไปโรงพยาบาลทันที

หากสังเกตพบสัญญาณอันตรายเหล่านี้ ห้ามรอช้า ให้รีบพาไปพบแพทย์เพื่อประเมินอาการ:

  • ลูกหายใจหอบเหนื่อย หายใจเร็วแรงจนเห็นชายโครงบุ๋ม
  • ริมฝีปากหรือปลายนิ้วเริ่มเขียวคล้ำ
  • มีอาการซึมลง ไม่ยอมกินนมหรือน้ำอย่างเห็นได้ชัด
  • ไข้สูงไม่ลดแม้จะเช็ดตัวและให้ยาลดไข้แล้ว
  • ไอมากจนอาเจียนหรือไอจนหน้าเขียว

วิธีป้องกันให้ห่างไกลจากไวรัสอาร์เอสวี

เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันเชื้ออาร์เอสวีโดยตรง การป้องกันที่ดีที่สุดคือการสร้างสุขอนามัยที่ดีครับ เริ่มจากการหมั่นล้างมือบ่อยๆ ทั้งตัวเด็กและผู้ใหญ่ หลีกเลี่ยงการพาเด็กไปในสถานที่ที่มีคนพลุกพล่านในช่วงที่มีการระบาด และสอนให้ลูกไม่ใช้ของเล่นหรือของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น หากพบว่ามีคนในบ้านป่วยเป็นหวัด ควรแยกตัวหรือสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่เด็กเล็กครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down