ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เพิ่งผ่านเหตุการณ์เสี่ยงมา ถุงยางอนามัยแตก รั่ว หลุด หรือมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกันโดยไม่ตั้งใจ รวมถึงอุบัติเหตุเข็มฉีดยาตำ สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาทันทีในหัวของหลายคนคือความกังวล สติแตก และคำถามที่ว่า จะติดเชื้อเอชไอวีไหม แล้วต้องทำอย่างไรดีต่อจากนี้

ในทางการแพทย์ เรามีวิธีรับมือฉุกเฉินที่เรียกว่า PEP (Post-Exposure Prophylaxis) หรือที่เรียกกันติดปากว่า ยาเป็ป ซึ่งเปรียบเสมือน ยาคุมฉุกเฉิน สำหรับการป้องกันเอชไอวี บทความนี้หมอจะมาเล่าให้ฟังแบบเจาะลึกเกี่ยวกับ การใช้ยาป้องกันฉุกเฉินหลังการสัมผัสเชื้อเอชไอวีหรือเป็ป เพื่อให้รับมือได้อย่างถูกต้อง ทันเวลา และลดความกังวลใจลงได้

ยา PEP คืออะไร และเข้าไปช่วยร่างกายอย่างไร?

PEP ย่อมาจาก Post-Exposure Prophylaxis คือการรับประทานยาต้านไวรัสเอชไอวีแบบฉุกเฉิน เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อหลังจากไปสัมผัสหรือรับความเสี่ยงมา

กลไกการทำงานของยา PEP เข้าใจง่ายๆ คือ เมื่อเชื้อเอชไอวีเข้าสู่ร่างกายในระยะแรก มันยังไม่สามารถฝังตัวเข้าสู่เซลล์ภูมิคุ้มกันหรือระบบเลือดได้ทันที เชื้อจะต้องใช้เวลาช่วงหนึ่งในการแบ่งตัว ยา PEP จะเข้าไปขัดขวาง ยับยั้งไม่ให้เชื้อไวรัสขยายพันธุ์ และช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายกำจัดเชื้อที่เล็ดลอดเข้ามาออกไปได้ทัน ก่อนที่เชื้อจะตั้งตัวสำเร็จ

นาทีทอง 72 ชั่วโมง: ทำไมยิ่งรับยาเร็ว ยิ่งปลอดภัย?

สิ่งที่หมอต้องเน้นย้ำที่สุดคือเรื่องของ เวลา ตัวเลขสำคัญที่ต้องท่องให้ขึ้นใจคือ 72 ชั่วโมง หลังการสัมผัสความเสี่ยง

  • ภายใน 24 ชั่วโมงแรก: เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเริ่มยา PEP เพราะเชื้อยังไม่ทันแพร่กระจาย ประสิทธิภาพในการป้องกันสูงที่สุด
  • ภายใน 72 ชั่วโมง: ยังคงเป็นระยะเวลามาตรฐานที่ต้องเริ่มยาให้ได้ ยิ่งกินเร็วเท่าไร โอกาสป้องกันยิ่งสูงเท่านั้น
  • เกิน 72 ชั่วโมง: ทางการแพทย์ถือว่าสายเกินไปสำหรับการเริ่มใช้ยา PEP เนื่องจากเชื้อไวรัสอาจกระจายเข้าสู่ระบบเลือดและเซลล์ภูมิคุ้มกันเรียบร้อยแล้ว การให้ยาหลังจากนี้จึงไม่สามารถยับยั้งการติดเชื้อได้

พฤติกรรมแบบไหนที่ถือเป็นความเสี่ยง และควรรีบไปพบแพทย์?

ถ้าตกอยู่ในสถานการณ์ต่อไปนี้ ไม่ควรรอช้า ควรรีบไปพบแพทย์ที่คลินิกหรือโรงพยาบาลทันที

  • ถุงยางอนามัยแตก รั่ว หรือหลุด ระหว่างมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีเชื้อเอชไอวี หรือผู้ที่ไม่ทราบสถานะการติดเชื้อ
  • ไม่ได้ใส่ถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นทางช่องคลอด หรือทางทวารหนัก
  • โดนล่วงละเมิดทางเพศ
  • ถูกเข็มฉีดยาหรือของมีคมที่มีเลือดสดของผู้ป่วยตำ หรือบาดตามร่างกาย (มักพบในบุคลากรทางการแพทย์)
  • สัมผัสเลือด สารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ เข้าทางบาดแผลเปิด หรือเข้าตา ปาก

สิ่งที่ต้องเจอเมื่อมาตรวจเพื่อขอรับยา PEP

หลายคนกลัวการไปพบแพทย์เพราะกังวล อาย หรือกลัวโดนต่อว่า หมออยากให้สบายใจได้ว่า แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์เน้นการช่วยเหลือเพื่อความปลอดภัยเป็นหลัก โดยขั้นตอนการรับยามีดังนี้

1. การประเมินความเสี่ยงและพูดคุย

แพทย์จะสอบถามรายละเอียดเหตุการณ์เสี่ยง เวลาที่เกิดขึ้น เพื่อประเมินว่าจำเป็นต้องได้รับยา PEP หรือไม่ และประเมินความเสี่ยงของฝ่ายที่เป็นแหล่งสัมผัส

2. การตรวจเลือดเบื้องต้น

ก่อนเริ่มยา จะต้องมีการตรวจเลือดเพื่อดูสถานะการติดเชื้อเอชไอวีในปัจจุบันก่อน (ต้องแน่ใจว่าไม่ได้ติดเชื้ออยู่ก่อนหน้า) รวมถึงตรวจฟังก์ชั่นการทำงานของตับและไต เพราะยาต้านไวรัสจะถูกขับออกทางตับและไต จึงต้องเช็กให้มั่นใจว่าร่างกายพร้อมสำหรับการรับยา

3. การรับยาและรับฟังคำแนะนำ

หากผลตรวจเลือดเบื้องต้นเป็นลบ และยังอยู่ในกรอบเวลา 72 ชั่วโมง แพทย์จะจ่ายยาต้านไวรัสสูตรผสมให้ทันที

วิธีกินยา PEP อย่างถูกต้อง เพื่อให้ได้ผลสูงสุด

การใช้ยาป้องกันฉุกเฉินหลังการสัมผัสเชื้อเอชไอวีหรือเป็ป จะได้ผลเต็มประสิทธิภาพหรือไม่ ขึ้นอยู่กับวินัยในการกินยาเป็นสำคัญ

  • ต้องกินต่อเนื่องครบ 28 วัน: ห้ามหยุดยากลางคันแม้จะรู้สึกว่าตัวเองสบายดีแล้ว
  • ตรงเวลาเป๊ะ: ยา PEP ต้องกินทุกวัน ในเวลาเดียวกันเสมอ (เลื่อนได้ไม่เกิน 1-2 ชั่วโมง) การกินยาไม่ตรงเวลาจะทำให้ระดับยาในเลือดลดลง เปิดโอกาสให้ไวรัสเล็ดลอดได้
  • ห้ามลืมกินยา: หากลืมกินยา ให้รีบทานทันทีที่นึกได้ แต่ถ้าใกล้ถึงเวลาของมื้อถัดไป ให้ข้ามมื้อที่ลืมไป แล้วกินมื้อใหม่ตามเวลาปกติ ห้ามเพิ่มปริมาณยาเป็นสองเท่าเด็ดขาด

ผลข้างเคียงของยา PEP ที่อาจเกิดขึ้น และวิธีจัดการ

ยารุ่นปัจจุบันถูกพัฒนาให้มีผลข้างเคียงน้อยลงมากและปลอดภัยสูง แต่บางคนอาจมีอาการเล็กน้อยในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก

  • อาการที่พบได้บ่อย: คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ ถ่ายเหลว อ่อนเพลีย หรือนอนไม่หลับ
  • การดูแลตัวเอง: หากมีอาการคลื่นไส้ แนะนำให้ทานยาพร้อมอาหาร หรือทานยาก่อนนอน อาการเหล่านี้มักจะค่อยๆ ดีขึ้นเองเมื่อร่างกายปรับตัวได้
  • เมื่อไหร่ควรมาพบแพทย์ก่อนนัด: หากมีผื่นขึ้นตามตัว มีไข้ ตาเหลือง ตัวเหลือง หรือมีอาการแพ้ยารุนแรง ควรรีบกลับมาพบแพทย์ทันที

เรื่องเข้าใจผิดยอดฮิตเกี่ยวกับยา PEP

  • เข้าใจผิดว่ากิน PEP แล้ว ไม่ต้องใส่ถุงยางอนามัยก็ได้: ยา PEP ป้องกันเฉพาะเชื้อเอชไอวีเท่านั้น แต่ไม่ได้ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ เช่น ซิฟิลิส หนองใน หนองในเทียม หรือไวรัสตับอักเสบบี
  • เข้าใจผิดว่าใช้ PEP แทนยา PrEP ได้: PEP เป็นยาป้องกัน ฉุกเฉิน ไม่ควรใช้บ่อยๆ หากรู้ตัวว่ามีความเสี่ยงเป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทานยา PrEP (การกินยาป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อ) จะเหมาะสมและปลอดภัยต่อร่างกายมากกว่า
  • เข้าใจผิดว่าตรวจเลือดครั้งเดียวจบ: หลังกินยา PEP ครบ 28 วันแล้ว แพทย์จะนัดมาตรวจเลือดซ้ำที่ 1 เดือน และ 3 เดือน เพื่อยืนยันผลการตรวจว่าปลอดภัยจากเชื้อเอชไอวีอย่างแน่นอน

คำแนะนำจากหมอ

หากเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดคือ ตั้งสติ และอย่าปล่อยให้ความอายมาดึงเวลาทอง 72 ชั่วโมงไป การใช้ยาป้องกันฉุกเฉินหลังการสัมผัสเชื้อเอชไอวีหรือเป็ป เป็นทางออกทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพสูงมากในการปกป้องสุขภาพ ยิ่งก้าวขาเข้าคลินิกหรือโรงพยาบาลเร็วเท่าไร โอกาสรอดพ้นจากการติดเชื้อก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down