เรื่องเล็กๆ ของต่อมรูปผีเสื้อที่ส่งผลกับลูกน้อยทั้งตัว
เวลาที่คุณพ่อคุณแม่พาลูกมาหาหมอด้วยอาการแปลกๆ เช่น ทำไมลูกดูโตช้ากว่าเพื่อนในวัยเดียวกัน ทั้งที่กินเก่ง หรือทำไมช่วงนี้ลูกดูซึมๆ เหนื่อยง่าย และน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นโดยหาเหตุผลไม่ได้ บางครั้งเราอาจมองข้ามสาเหตุที่ซ่อนอยู่ลึกใต้ลำคอ นั่นก็คือเจ้าต่อมไทรอยด์ ต่อมเล็กๆ รูปผีเสื้อตัวนี้ทำหน้าที่เหมือนโรงงานผลิตฮอร์โมนคอยควบคุมระบบเผาผลาญและการเจริญเติบโตของร่างกายทั้งหมด เมื่อเกิดความผิดปกติขึ้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของเด็กๆ ทั้งทางร่างกายและสมอง
ภาวะไทรอยด์ทำงานน้อยในเด็ก: เมื่อเครื่องยนต์ในร่างกายเดินเบาเกินไป
ภาวะนี้เกิดขึ้นเมื่อต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมนออกมาน้อยกว่าที่ร่างกายต้องการ เปรียบเสมือนรถยนต์ที่เหยียบคันเร่งเท่าไหร่ก็ไม่ค่อยวิ่ง ในเด็กทารกแรกเกิด เรามักจะมีการตรวจคัดกรองกันตั้งแต่โรงพยาบาล แต่ในเด็กโตบางคนอาจเริ่มแสดงอาการทีละน้อยจนสังเกตยาก อาการเตือนที่หมออยากให้คุณพ่อคุณแม่สังเกตมีดังนี้
- โตช้าและตัวเตี้ยกว่าเกณฑ์: ความสูงไม่ค่อยเพิ่มขึ้น กระดูกปิดเร็วกว่ากำหนด
- เหนื่อยง่ายและซึม: เด็กจะดูง่วงเหงาหาวนอนตลอดเวลา ขี้เกียจทำกิจกรรม
- น้ำหนักขึ้นง่าย: แม้จะกินน้อยลงแต่น้ำหนักกลับพุ่งขึ้นสวนทาง
- ท้องผูกเรื้อรัง: ระบบย่อยอาหารทำงานช้าลงเพราะการเผาผลาญต่ำ
- ผิวแห้งและผมร่วง: ผิวพรรณหยาบกระด้างและผมแห้งเปราะ
ภาวะไทรอยด์ทำงานมากเกินไปในเด็ก: เมื่อร่างกายเร่งเครื่องจนน็อตแทบหลุด
ในทางตรงกันข้าม หากต่อมไทรอยด์ขยันเกินเหตุ ผลิตฮอร์โมนออกมามากเกินไป ร่างกายจะอยู่ในโหมดเร่งความเร็วตลอดเวลา เด็กที่เป็นภาวะนี้มักจะมีบุคลิกเปลี่ยนไปจากเดิมค่อนข้างชัดเจน ลองสังเกตสัญญาณเหล่านี้
- กินจุแต่น้ำหนักลด: ร่างกายเผาผลาญพลังงานเร็วมาก แม้จะกินเกณฑ์ปกติหรือมากกว่าเดิมแต่น้ำหนักกลับฮวบลง
- อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย: เด็กจะดูอยู่ไม่สุข ใจร้อน สมาธิสั้น และบางคนมือสั่นเวลาหยิบจับของ
- ขี้ร้อนและเหงื่อออกมาก: ต่อให้ห้องแอร์เย็นแค่ไหน ลูกก็ยังบ่นร้อนและเหงื่อซึมตลอดเวลา
- ชีพจรเต้นเร็ว: เวลาคุณพ่อคุณแม่อุ้มหรือจับชีพจรที่ข้อมือจะรู้สึกว่าหัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ
- คอพอก: บางรายอาจสังเกตเห็นบริเวณลำคอส่วนล่างโตนูนขึ้นมาชัดเจน
โรคไทรอยด์อักเสบเรื้อรังจากภูมิคุ้มกัน: อีกหนึ่งสาเหตุที่พบบ่อยในวัยเรียน
สำหรับเด็กโตหรือวัยรุ่น โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง ภาวะความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ในเด็กส่วนใหญ่มักมีสาเหตุมาจากโรคภูมิต้านทานเนื้อเยื่อตนเอง ที่ระบบภูมิคุ้มกันเข้าใจผิดและหันมาโจมตีต่อมไทรอยด์ของตัวเอง ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง ช่วงแรกต่อมไทรอยด์อาจโตขึ้นจนเห็นเป็นก้อนที่คอ (คอพอก) ก่อนที่การทำงานจะค่อยๆ ลดต่ำลงจนกลายเป็นภาวะไทรอยด์ทำงานน้อยในที่สุด หากคลำพบคอของลูกโตขึ้นแม้จะไม่เจ็บ ก็ควรพามาพบแพทย์เพื่อตรวจอัลตราซาวด์และเจาะเลือดเช็กระดับฮอร์โมน
วิธีเช็กอาการเบื้องต้นและการวินิจฉัยของแพทย์
การวินิจฉัยความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ในเด็กไม่ใช่เรื่องยากแต่ต้องอาศัยความใส่ใจ เริ่มต้นจากการสังเกตพฤติกรรมและการเจริญเติบโตที่เปลี่ยนไปจากเดิม เมื่อมาพบแพทย์ แพทย์จะทำการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการที่สำคัญที่สุดคือการเจาะเลือดเพื่อวัดระดับฮอร์โมน TSH และ Free T4 ซึ่งจะบอกให้เราทราบแน่ชัดว่าต่อมไทรอยด์กำลังทำงานน้อยเกินไปหรือมากเกินไป
วิธีดูแลรักษาและการปรับใช้ชีวิตประจำวัน
ข่าวดีคือความผิดปกติเหล่านี้ส่วนใหญ่สามารถรักษาให้กลับมาเป็นปกติหรือควบคุมได้ดี หากเป็นภาวะไทรอยด์ทำงานน้อย แพทย์จะให้ยาทดแทนฮอร์โมนไทรอยด์ซึ่งเป็นฮอร์โมนตัวเดียวกับที่ร่างกายสร้างขึ้นอยู่แล้ว เด็กจะต้องกินยาอย่างต่อเนื่องและมาพบแพทย์ตามนัดเพื่อปรับขนาดยาตามน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นตามวัย ส่วนกรณีที่ไทรอยด์ทำงานมากเกินไป แพทย์จะมีแนวทางการรักษาด้วยยาเพื่อลดการสร้างฮอร์โมน หรือการรักษาอื่นๆ ตามดุลยพินิจ สิ่งสำคัญคือคุณพ่อคุณแม่ต้องช่วยเตือนเรื่องการกินยาให้สม่ำเสมอ และดูแลเรื่องโภชนาการให้ครบถ้วนเพื่อให้ลูกเติบโตสมวัย