ลูกจาม น้ำมูกไหลบ่อย สัญญาณเตือนที่พ่อแม่ต้องใส่ใจ
เวลาเห็นลูกน้อยมีอาการฟึดฟัด คัดจมูกตอนเช้า หรือมีผื่นแดงคันตามตัว หัวอกคนเป็นพ่อแม่ย่อมรู้สึกกังวลใจไม่น้อย ยิ่งถ้าตรวจพบว่าลูกมีแนวโน้มเป็นโรคภูมิแพ้ด้วยแล้ว หลายครอบครัวมักจะสรรหาวิิตามิน อาหารเสริม หรือวิธีสารพัด เพื่อหวังจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกแข็งแรง
ในฐานะหมอเด็กที่ตรวจคนไข้กลุ่มนี้อยู่ทุกวัน ผมมักจะเจอคำถามบ่อยๆ ว่า เราจะกระตุ้นภูมิคุ้มกันของเด็กกลุ่มนี้อย่างไรดี ไม่ให้เขาป่วยง่าย แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่ไปกระตุ้นให้อาการภูมิแพ้กำเริบหนักขึ้นกว่าเดิม มาทำความเข้าใจเรื่องนี้กันแบบเข้าใจง่ายครับ
ทำความเข้าใจภูมิคุ้มกันของเด็กภูมิแพ้ ทำไมถึงไวต่อสิ่งรอบตัว
ก่อนจะไปถึงวิธีดูแล เราต้องรู้ก่อนว่า การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันร่างกาย ในเด็กที่เป็นภูมิแพ้นั้น แตกต่างจากเด็กทั่วไปเล็กน้อย ระบบภูมิคุ้มกันของเด็กกลุ่มนี้เปรียบเสมือนคนขี้ตกใจ ที่คอยระแวดระวังสิ่งแปลกปลอมรอบตัวเกินเหตุ
เมื่อเจอฝุ่น ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ หรือโปรตีนบางชนิดในอาหารที่จริงๆ แล้วไม่เป็นอันตราย ภูมิคุ้มกันของเด็กกลับมองว่าเป็นศัตรูตัวร้าย แล้วปล่อยสารเคมีออกมาต่อสู้ จนเกิดอาการอักเสบ แสดงออกเป็นน้ำมูก ผื่นคัน หรือหอบหืด ดังนั้น เป้าหมายหลักของเราจึงไม่ใช่การเร่งกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้พุ่งสูงปรี๊ด แต่เป็นการปรับสมดุลให้ภูมิคุ้มกันทำงานอย่างพอดีและฉลาดขึ้นต่างหาก
เริ่มต้นจากลำไส้แข็งแรง กุญแจสำคัญของภูมิคุ้มกันที่ดี
รู้ไหมครับว่า ภูมิคุ้มกันส่วนใหญ่ของร่างกายกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ซ่อนตัวอยู่ที่ระบบทางเดินอาหาร หากลำไส้ของลูกน้อยแข็งแรง มีจุลินทรีย์ตัวดีอยู่เยอะ ภูมิต้านทานโดยรวมก็จะดีตามไปด้วย และช่วยลดโอกาสเกิดอาการแพ้ได้มาก
การดูแลลำไส้ทำได้ไม่ยาก เริ่มต้นจากการให้ลูกกินอาหารที่มีใยอาหารสูง เช่น ผักและผลไม้หลากสี ธัญพืชขัดสีน้อย รวมถึงการทานโยเกิร์ตหรือนมอุ่นที่มีจุลินทรีย์ชนิดดี (Probiotics) อาหารเหล่านี้ช่วยหล่อเลี้ยงแบคทีเรียดีในลำไส้ ทำให้ผนังลำไส้แข็งแรง ไม่ยอมให้สารก่อภูมิแพ้เล็ดลอดเข้าสู่กระแสเลือดได้ง่ายๆ
เลี่ยงตัวกระตุ้นภายนอก เปิดทางให้ภูมิคุ้มกันได้พักผ่อน
การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี ไม่ได้มาจากการรับอะไรเข้าร่างกายอย่างเดียวเท่านั้น แต่มาจากการลดภาระให้ร่างกายด้วย ลูกที่เป็นภูมิแพ้ต้องต่อสู้กับสิ่งกระตุ้นรอบตัวอยู่ตลอดเวลา ทำให้ภูมิต้านทานเหนื่อยล้า
- จัดการเรื่องไรฝุ่นในบ้าน: หมั่นซักผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนด้วยน้ำร้อนเป็นประจำ หลีกเลี่ยงตุ๊กตาขนฟูที่อมฝุ่น
- ระวังสารเคมีและควันบุหรี่: ควันธูป ควันบุหรี่ น้ำหอมกลิ่นฉุน หรือน้ำยาทำความสะอาดที่มีสารเคมีรุนแรง ล้วนเป็นตัวการกระตุ้นให้เยื่อบุทางเดินหายใจอักเสบ
- ควบคุมสิ่งแวดล้อม: ดูแลบ้านให้อากาศถ่ายเทสะดวก ลดความชื้นเพื่อป้องกันเชื้อรา
นอนหลับให้สนิทและขยับร่างกาย เพื่อความแข็งแรงจากภายใน
เด็กๆ ในยุคนี้มักนอนดึกจากการดูหน้าจอแท็บเล็ตหรือมือถือ ซึ่งส่งผลเสียต่อระบบภูมิคุ้มกันโดยตรง ช่วงเวลาที่เด็กนอนหลับลึก ร่างกายจะหลั่งโกรทฮอร์โมนและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ รวมถึงสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ทำหน้าที่ต่อสู้กับเชื้อโรค
นอกจากนี้ การปล่อยให้เด็กได้วิ่งเล่นออกกำลังกายกลางแจ้งรับแสงแดดอ่อนๆ ในช่วงเช้า นอกจากจะได้วิตามินดีที่ช่วยเรื่องภูมิคุ้มกันแล้ว ยังช่วยให้ร่างกายและจิตใจสดชื่น ลดความเครียด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้อาการภูมิแพ้กำเริบได้
เลือกสารอาหารให้ถูกจุด ช่วยปรับสมดุลภูมิคุ้มกัน
อาหารกลุ่มที่ช่วยต้านการอักเสบและเสริมภูมิคุ้มกันอย่างเป็นธรรมชาติ ได้แก่ ปลาทะเลที่มีกรดไขมันโอเมก้าสามสูง เช่น ปลาแซลมอน หรือปลาทู รวมถึงผักผลไม้ที่มีวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น ส้ม ฝรั่ง บร็อคโคลี่ อาหารเหล่านี้ช่วยลดกระบวนการอักเสบเรื้อรังในร่างกายเด็กภูมิแพ้ได้ดี
หากคุณพ่อคุณแม่ท่านใดสนใจให้ลูกทานวิตามินเสริม เช่น วิตามินดี หรือน้ำมันปลา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทุกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าปลอดภัยและเหมาะสมกับวัยของลูกจริงๆ เพราะเด็กแต่ละคนมีความรุนแรงของโรคภูมิแพ้ที่ไม่เท่ากัน การดูแลจึงต้องปรับให้เข้ากับรายบุคคลครับ