ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หมอมักจะได้รับคำถามจากคนไข้วัยเก๋าและลูกหลานที่พาคุณพ่อคุณแม่มาตรวจสุขภาพอยู่บ่อยๆ ว่า ตุ่มน้ำใสที่เคยขึ้นตามเอวหรือแผ่นหลังจนปวดแสบร้อนทรมานนั้น ถ้าหายแล้วจะมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำอีกไหม และมีวิธีไหนที่จะช่วยป้องกันได้บ้าง ความน่ากลัวของโรคงูสวัดไม่ได้มีเพียงแค่ผื่นหรือตุ่มน้ำบนผิวหนังเท่านั้น แต่คืออาการปวดเส้นประสาทแสนทรมานที่อาจเรื้อรังเป็นเดือนหรือเป็นปี หนึ่งในนวัตกรรมทางการแพทย์ที่มีบทบาทสำคัญในการป้องกันโรคนี้มาอย่างยาวนานก็คือ วัคซีนงูสวัดชนิดตัวเป็นที่อ่อน ซึ่งเป็นตัวช่วยลดความเสี่ยงและความรุนแรงของโรคที่หมออยากพามาทำความรู้จักกันอย่างเจาะลึก

วัคซีนงูสวัดชนิดตัวเป็นที่อ่อน ทำงานอย่างไรในร่างกายของเรา?

หลายคนฟังชื่อแล้วอาจจะตกใจว่า เอาเชื้อที่ยังไม่ตายเข้าสู่ร่างกายจะอันตรายไหม หมอขออธิบายให้เห็นภาพง่ายๆ ครับว่า วัคซีนงูสวัดชนิดตัวเป็นที่อ่อน คือการนำเชื้อไวรัส วาริเซลลา ซอสเตอร์ (Varicella-Zoster Virus) ซึ่งเป็นเชื้อชนิดเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคอีสุกอีใสและงูสวัด มาผ่านกระบวนการทางห้องปฏิบัติการเพื่อทำให้เชื้อเพาะขยายตัวจนฤทธิ์อ่อนลงอย่างมาก จนไม่สามารถก่อโรคในคนที่มีภูมิคุ้มกันปกติได้

เมื่อเราฉีดวัคซีนชนิดนี้เข้าไปในชั้นใต้ผิวหนัง เชื้อที่อ่อนฤทธิ์ลงแล้วจะเข้าไปกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ตื่นตัวและสร้างปราการปกป้องขึ้นมา เปรียบเสมือนการซ้อมรับมือทางทหาร ทำให้ร่างกายจดจำเชื้อไวรัสนี้ได้ เมื่อเชื้อไวรัสที่เคยซ่อนอยู่ในปมประสาทของเราคิดจะกำเริบขึ้นมาใหม่ ภูมิคุ้มกันที่เราสร้างขึ้นจากวัคซีนก็จะเข้าจัดการได้อย่างทันท่วงที

ใครบ้างที่เหมาะกับการรับวัคซีนชนิดนี้?

โดยทั่วไป ทางการแพทย์แนะนำให้พิจารณาฉีดวัคซีนชนิดนี้ในผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป (หรือในบางแนวทางอาจเริ่มพิจารณาที่อายุ 50 ปีขึ้นไป) เนื่องจากเป็นช่วงวัยที่ระดับภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติเริ่มลดลง ทำให้ไวรัสที่แฝงอยู่ในร่างกายมีโอกาสกำเริบเป็นโรคงูสวัดได้ง่ายขึ้น

  • ผู้ที่ไม่เคยเป็นโรคงูสวัดมาก่อน: เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันล่วงหน้า ลดโอกาสเกิดโรค
  • ผู้ที่เคยเป็นโรคงูสวัดมาแล้ว: สามารถรับวัคซีนได้เช่นกัน เพื่อลดความเสี่ยงในการกลับมาเป็นซ้ำ โดยควรเว้นระยะหลังจากผื่นงูสวัดหายดีแล้วอย่างน้อย 6 เดือน ถึง 1 ปี

กลุ่มไหนบ้างที่ห้ามฉีดเด็ดขาด? เรื่องสำคัญที่หมออยากเน้นย้ำ

เนื่องจากเป็นวัคซีนชนิดตัวเป็นที่อ่อนฤทธิ์ จุดนี้จึงเป็นข้อระวังที่สำคัญที่สุดที่หมอต้องคัดกรองอย่างละเอียดก่อนให้วัคซีน เพราะหากร่างกายของคนไข้มีภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอมาก เชื้อในวัคซีนอาจเพิ่มจำนวนจนก่อให้เกิดอันตรายได้ กลุ่มบุคคลที่ห้ามรับวัคซีนชนิดนี้ ได้แก่

  • ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องรุนแรง: เช่น ผู้ป่วยติดเชื้อ HIV ที่มีระดับภูมิคุ้มกันต่ำ ผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดหรือมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
  • ผู้ที่กำลังได้รับยากดภูมิคุ้มกัน: เช่น ผู้ป่วยที่ได้รับยาเคมีบำบัด ผู้ที่รับการปลูกถ่ายอวัยวะ หรือผู้ที่ต้องกินยาสเตียรอยด์ขนาดสูงเป็นเวลานาน
  • หญิงตั้งครรภ์: รวมทั้งผู้ที่วางแผนจะตั้งครรภ์ภายใน 1 เดือนหลังฉีดวัคซีน
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้สารส่วนประกอบในวัคซีนอย่างรุนแรง: เช่น แพ้เนโอมัยซิน (Neomycin) หรือเจลาติน (Gelatin) แบบเฉียบพลัน

ประสิทธิภาพของวัคซีน อยู่ได้นานแค่ไหนและปกป้องเราได้เท่าไร?

จากการติดตามผลทางการแพทย์ วัคซีนชนิดนี้ฉีดเพียง 1 เข็ม สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคงูสวัดได้ประมาณ 50-60% และที่สำคัญคือ หากเกิดเป็นโรคงูสวัดขึ้นมาจริงๆ วัคซีนจะช่วยลดความรุนแรงของโรค และลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างอาการปวดเส้นประสาทหลังเป็นงูสวัด (Postherpetic Neuralgia) ได้สูงถึงประมาณ 66%

อย่างไรก็ดี ประสิทธิภาพของภูมิคุ้มกันจากวัคซีนชนิดนี้จะค่อยๆ ลดลงตามระยะเวลา โดยทั่วไปภูมิคุ้มกันจะทำงานได้ดีที่สุดในช่วง 3-5 ปีแรกหลังฉีด และจะค่อยๆ ลดลงหลังจากนั้น ทำให้แพทย์ต้องประเมินสุขภาพของคนไข้เป็นรายบุคคลในการเลือกชนิดวัคซีนที่เหมาะสมที่สุดในปัจจุบัน

หลังฉีดวัคซีนแล้ว อาจเจออาการข้างเคียงอะไรบ้าง และควรดูแลตัวเองอย่างไร?

การปฏิกิริยาของร่างกายหลังได้รับวัคซีนเป็นเรื่องปกติที่พบได้ แสดงว่าภูมิคุ้มกันกำลังถูกกระตุ้น อาการส่วนใหญ่ไม่รุนแรงและจะหายได้เองภายใน 2-3 วัน

อาการปวด บวม แดง บริเวณที่ฉีด: รับมืออย่างไรดี?

อาการที่พบได้บ่อยที่สุดคือ รอยแดง ความรู้สึกปวด ตึง หรือบวมบริเวณต้นแขนจุดที่ฉีด วิธีบรรเทาคือให้ใช้ผ้าชุบน้ำเย็น หรือถุงน้ำแข็งห่อผ้าสะอาด นำมาประคบเบาๆ บริเวณที่ปวดบวมประมาณ 10-15 นาที ห้ามถู นวด หรือกดแรงๆ บริเวณที่ฉีดเพราะอาจทำให้เกิดการอักเสบเพิ่มขึ้น

ถ้ามีไข้ต่ำๆ หรือปวดเมื่อยตัว: สังเกตอาการและดูแลตัวเองอย่างไร?

บางท่านอาจมีไข้ต่ำๆ รู้สึกอ่อนเพลีย ปวดศีรษะ หรือปวดเมื่อยตามตัวคล้ายจะเป็นไข้หวัด แนะนำให้ดื่มน้ำสะอาดมากๆ พักผ่อนให้เพียงพอ หากมีอาการปวดหรือมีไข้ สามารถรับประทานยาพาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการได้ตามขนาดที่เหมาะสม

อาการแบบไหนหลังฉีดวัคซีน ที่ต้องรีบมาพบแพทย์ทันที?

แม้ว่าผลข้างเคียงรุนแรงจะพบได้น้อยมาก แต่การสังเกตตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ หากพบอาการต่อไปนี้ภายในไม่กี่ชั่วโมงหรือไม่กี่วันหลังฉีด ต้องรีบมาโรงพยาบาลทันที

  • สัญญาณการแพ้อย่างรุนแรง: หายใจลำบาก หายใจติดขัดมีเสียงหวีด แน่นหน้าอก หน้าบวม ปากบวม ลิ้นบวม หรือมีผื่นลมพิษขึ้นทั่วตัว
  • มีผื่นตุ่มน้ำใสขึ้นเป็นจำนวนมาก: หากพบผื่นตุ่มน้ำใสขึ้นกระจายทั่วร่างกายคล้ายโรคอีสุกอีใส
  • ไข้สูงไม่ยอมลด: มีไข้สูงต่อเนื่องเกิน 3 วัน หรือมีอาการปวดศีรษะรุนแรง คอเกร็ง สับสน

โรคงูสวัดเป็นโรคที่ป้องกันได้ การตรวจประเมินสุขภาพและขอคำปรึกษาจากแพทย์ก่อนรับวัคซีนจะช่วยให้เราเลือกชนิดของวัคซีนได้ปลอดภัยและเหมาะกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลมากที่สุด เพื่อให้ผู้สูงวัยในบ้านใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและปราศจากความทรมานจากโรคงูสวัด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down