ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายครั้งที่คุณหมอมีโอกาสได้คุยกับคนไข้วัยผู้ใหญ่หรือลูกหลานที่พาคุณพ่อคุณแม่มาตรวจ มักจะได้รับคำถามด้วยความกังวลใจเกี่ยวกับโรคงูสวัดเสมอ เช่น เห็นเพื่อนรุ่นเดียวกันเป็นงูสวัดแล้วร้องไห้ด้วยความทรมานเพราะปวดแสบปวดร้อน แม้ผื่นจะหายแล้วแต่ก็ยังเจ็บแป๊บๆ ตามเส้นประสาทอยู่อีกเป็นปีๆ ความจริงแล้วความทรมานเหล่านี้สามารถป้องกันและลดความรุนแรงลงได้ด้วยการฉีดวัคซีน และหนึ่งในวัคซีนที่มีการใช้งานมาอย่างยาวนานก็คือ วัคซีนงูสวัดชนิดตัวเป็นที่อ่อน ฤทธิ์

วัคซีนงูสวัดชนิดตัวเป็นที่อ่อนฤทธิ์ คืออะไร และทำงานอย่างไรในร่างกาย?

หากจะเล่าให้ฟังง่ายๆ วัคซีนงูสวัดชนิดตัวเป็นที่อ่อน ฤทธิ์ (Live Attenuated Zoster Vaccine) คือการนำเอาเชื้อไวรัสสุกใสและงูสวัด (Varicella-Zoster Virus) ที่ยังมีชีวิตอยู่ มาผ่านกระบวนการทางห้องปฏิบัติการเพื่อถอดเล็บถอดเขี้ยว ทำให้เชื้ออ่อนกำลังลงจนไม่สามารถก่อโรคในคนปกติที่มีร่างกายแข็งแรงได้

เมื่อเราฉีดเชื้อที่อ่อนฤทธิ์นี้เข้าสู่ชั้นใต้ผิวหนัง ร่างกายจะมองเห็นเชื้อไวรัสและเริ่มสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาประหนึ่งว่าได้รับการติดเชื้อจริง ทำให้เม็ดเลือดขาวชนิดทีเซลล์ (T-cells) มีความจำและพร้อมที่จะเข้าไปกดข่มเชื้อไวรัสงูสวัดที่แอบซ่อนอยู่ในปมประสาทของเราไม่ให้ตื่นขึ้นมาก่อโรคเมื่อเราอายุมากขึ้น

ใครบ้างที่เหมาะกับการรับวัคซีนงูสวัดชนิดตัวเป็นที่อ่อน?

โดยทั่วไปแล้ว วัคซีนชนิดนี้ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันในผู้สูงอายุ เนื่องจากเมื่ออายุล่วงเลยเข้าสู่เลข 5 หรือเลข 6 ภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติจะค่อยๆ ลดลง ส่งผลให้เชื้อที่แอบซ่อนอยู่ตั้งแต่สมัยเราเป็นอีสุกสุกใสตอนเด็กฉวยโอกาสกำเริบออกมา

  • ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป: เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักที่แนะนำให้รับวัคซีน เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดโรคงูสวัดและลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างอาการปวดเส้นประสาทเรื้อรัง (Post-herpetic Neuralgia)
  • ผู้ที่มีอายุ 50-59 ปี: สามารถพิจารณาฉีดได้ในบางกรณี ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์และประวัติสุขภาพส่วนบุคคล
  • ผู้ที่เคยเป็นงูสวัดมาแล้ว: หากรักษาจนผื่นและอาการอักเสบหายดีแล้ว ก็ยังสามารถรับวัคซีนเพื่อป้องกันการเป็นซ้ำได้เช่นกัน

ข้อห้ามสำคัญ: กลุ่มไหนที่ห้ามฉีดวัคซีนงูสวัดชนิดตัวเป็นที่อ่อนเด็ดขาด?

เน้นย้ำว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก เนื่องจากวัคซีนชนิดนี้มีเชื้อไวรัสที่มีชีวิตอยู่แม้จะอ่อนกำลังแล้วก็ตาม หากฉีดเข้าไปในคนที่ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแออย่างมาก เชื้ออาจจะกลับมาก่อโรคและเกิดการติดเชื้อรุนแรงได้ ดังนั้นกลุ่มต่อไปนี้จึงห้ามรับวัคซีนชนิดนี้โดยเด็ดขาด

  • ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องรุนแรง: เช่น ผู้ป่วยโรคผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีระดับภูมิคุ้มกันต่ำ ผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือด หรือมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
  • ผู้ที่กำลังรับยากดภูมิคุ้มกัน: รวมถึงผู้ป่วยที่ได้รับยาเคมีบำบัด ยาสเตียรอยด์ขนาดสูงต่อเนื่อง หรือยากลุ่มชีววัตถุ (Biologics) ที่ใช้รักษาโรคข้ออักเสบหรือโรคภูมิแพ้ตนเอง
  • หญิงตั้งครรภ์: รวมทั้งผู้ที่วางแผนจะตั้งครรภ์ ควรรอให้พ้นช่วงตั้งครรภ์ไปก่อน
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้สารประกอบในวัคซีนอย่างรุนแรง: โดยเฉพาะการแพ้เจลาติน (Gelatin) หรือยาปฏิชีวนะนีโอไมซิน (Neomycin)

เตรียมตัวอย่างไรก่อนไปฉีดวัคซีนงูสวัด?

การเตรียมตัวไปฉีดวัคซีนชนิดนี้ไม่ยุ่งยาก เพียงแค่ดูแลร่างกายให้พร้อมเพื่อผลลัพธ์ในการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุด

การปฏิบัติตนก่อนวันฉีดวัคซีน

นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 7-8 ชั่วโมง ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ และหากมีไข้ อ่อนเพลีย หรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน ควรรอให้หายดีก่อนค่อยมารับวัคซีน ที่สำคัญคือควรเตรียมข้อมูลประวัติการรักษาและรายการยาที่กินประจำมาให้คุณหมอช่วยประเมินก่อนเสมอ

อาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังฉีด และวิธีดูแลตัวเองง่ายๆ ที่บ้าน

หลังจากได้รับ วัคซีนงูสวัดชนิดตัวเป็นที่อ่อน ฤทธิ์แล้ว ร่างกายจะเริ่มกระบวนการสร้างภูมิคุ้มกัน ซึ่งอาจทำให้เกิดปฏิกิริยาเล็กๆ น้อยๆ ได้ ถือเป็นเรื่องปกติและมักจะหายไปได้เองภายใน 2-3 วัน

ช่วง 24-48 ชั่วโมงแรกหลังฉีดวัคซีน: สังเกตอาการอย่างไร?

อาการที่พบได้บ่อยที่สุดคือ อาการเฉพาะที่บริเวณต้นแขนจุดที่ฉีด เช่น มีรอยแดง ปวด ตึง คัน หรือบวมเล็กน้อย บางรายอาจมีไข้ต่ำๆ ปวดศีรษะ หรือครั่นเนื้อครั่นตัวคล้ายจะเป็นไข้หวัด

วิธีประคบเย็น-ประคบร้อน ลดอาการปวดตึงอย่างถูกวิธี

หากรู้สึกปวดตึงหรือบวมบริเวณที่ฉีด ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกแนะนำให้ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นหรือเจลเย็นห่อผ้าสะอาดมาประคบเบาๆ บริเวณที่ปวด หลีกเลี่ยงการนวด คลึง หรือบีบเฟ้นบริเวณตำแหน่งที่ฉีดเพราะอาจทำให้เกิดการอักเสบเพิ่มขึ้น

กินยาแก้ปวดพาราเซตามอลอย่างไรให้ปลอดภัย

หากมีอาการปวดแขนจนรบกวนชีวิตประจำวัน หรือมีไข้ต่ำๆ สามารถทานยาพาราเซตามอลขนาด 500 มิลลิกรัม 1 เม็ดเพื่อบรรเทาอาการได้ทุก 4-6 ชั่วโมงเมื่อมีอาการ และไม่จำเป็นต้องทานยาป้องไว้ก่อนหากยังไม่มีอาการปวดหรือไข้

อาการแบบไหนหลังฉีดวัคซีน ที่ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที?

แม้ว่าวัคซีนจะมีความปลอดภัยสูง แต่การสังเกตสัญญาณเตือนที่ผิดปกติก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบกลับมาพบแพทย์ทันที

  • มีอาการแพ้อย่างรุนแรง เช่น หายใจลำบาก หอบเหนื่อย หายใจมีเสียงวี้ด ผื่นคันขึ้นเต็มตัว หน้าบวม ปากบวม หรือเวียนศีรษะเหมือนจะเป็นลม
  • มีไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส และไม่ลดลงหลังทานยาแก้ปวดลดไข้
  • มีตุ่มน้ำใสขึ้นตามร่างกายคล้ายผื่นงูสวัดหรือผื่นอีสุกสุกใสจำนวนมาก
  • บริเวณที่ฉีดมีอาการปวด บวม แดง ร้อน เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หรือมีมูกหนองไหลออกมา ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อแทรกซ้อน

การฉีดวัคซีนเป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพที่คุ้มค่าสำหรับผู้สูงวัย แม้วัคซีนชนิดตัวเป็นที่อ่อนฤทธิ์จะมีข้อจำกัดในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง แต่สำหรับคนทั่วไปที่มีร่างกายแข็งแรง วัคซีนชนิดนี้ยังคงเป็นตัวช่วยสำคัญในการลดความเสี่ยงและความรุนแรงของโรคงูสวัดได้อย่างดี หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาวะสุขภาพของตนเอง การเข้าปรึกษาคุณหมอประจำตัวก่อนฉีดจะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและมั่นใจที่สุด

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down