ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ช่วงนี้คุณพ่อคุณแม่หลายคนคงเหนื่อยใจไม่น้อย เวลาเห็นลูกน้อยหยิบแท็บเล็ตหรือสมาร์ทโฟนขึ้นมาไถดูคลิปวิดีโอติดต่อกันเป็นชั่วโมง ยุคนี้ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าหน้าจอดิจิทัลกลายเป็นพี่เลี้ยงมือทองที่ช่วยให้เด็กๆ ยอมนั่งนิ่งและหยุดร้องงอแงได้ง่ายที่สุด แต่ในฐานะหมอที่ตรวจพัฒนาการเด็กอยู่ทุกวัน ผมมักจะเจอคำถามและความกังวลใจจากคุณพ่อคุณแม่เสมอว่า การปล่อยให้ลูกอยู่กับหน้าจอนานเกินไป กำลังส่งผลกระทบอะไรซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มเพลิดเพลินเหล่านั้นบ้าง

สมองเด็กวัยเตาะแตะเติบโตอย่างไร ทำไมหน้าจอถึงอันตราย?

ในช่วงขวบปีแรก สมองของเด็กๆ กำลังพัฒนาด้วยความเร็วสูงมาก เด็กเรียนรู้ผ่านการสัมผัส การมองเห็นใบหน้าคนจริง การได้ยินเสียงสะท้อนกลับ และการเคลื่อนไหวร่างกายในโลกแห่งความจริง แต่หน้าจอดิจิทัลที่เป็นภาพเคลื่อนไหวรวดเร็วและมีสีสันฉูดฉาด ส่งผลให้สมองส่วนหน้า ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับการควบคุมอารมณ์ การยับยั้งชั่งใจ และการแก้ปัญหา ได้รับการกระตุ้นที่ไม่เป็นธรรมชาติ กลไกเหล่านี้ทำให้เด็กปรับตัวยากเมื่อต้องเผชิญกับโลกความจริงที่หมุนไปตามจังหวะปกติ ไม่ใช่กดปุ่มเปลี่ยนฉากได้ดังใจนึก

ลูกพูดช้า สมาธิสั้น และปัญหาพฤติกรรมที่แก้ไม่หาย

ผลกระทบที่หมอพบเจอได้บ่อยที่สุดจากการติดจอคือภาวะพูดช้า เด็กวัยที่ควรจะเริ่มสื่อสารโต้ตอบกับคนรอบข้างกลับเลือกที่จะเงียบและจดจ่ออยู่แต่กับหน้าจอ เพราะการดูยูทูปหรือเกมเป็นการสื่อสารทางเดียว ขาดปฏิสัมพันธ์แบบสองทางที่จำเป็นต่อการพัฒนาทักษะทางภาษา นอกจากนี้ยังตามมาด้วยปัญหาสมาธิสั้น เด็กจะมีความอดทนต่ำลง หงุดหงิดง่ายเมื่อไม่ได้ดังใจ และมักมีปัญหาการควบคุมอารมณ์รุนแรงเวลาที่เราขอยึดมือถือคืน

ผลกระทบต่อร่างกาย สายตาพัง และร่างกายไม่แข็งแรง

ไม่ใช่แค่เรื่องพัฒนาการสมองและจิตวิทยาเท่านั้นนะครับ ร่างกายของเด็กก็ได้รับผลกระทบโดยตรงเช่นกัน การจ้องหน้าจอเป็นเวลานานทำให้กล้ามเนื้อตาทำงานหนัก เกิดภาวะสายตาสั้นก่อนวัยอันควร ตาแห้ง และปวดศีรษะ นอกจากนี้ การนั่งนิ่งอยู่ท่าเดิมนานๆ ยังทำให้กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวไม่แข็งแรง เสี่ยงต่อภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนในเด็ก เพราะขาดโอกาสในการวิ่งเล่นออกกำลังกายกลางแจ้งที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อให้เติบโตสมวัย

วิธีดึงลูกกลับมาจากหน้าจอแบบไม่ต้องทะเลาะกัน

การจะหักดิบห้ามใช้หน้าจอเลยในยุคนี้คงเป็นเรื่องยาก สิ่งสำคัญคือการกำหนดกติกาที่ชัดเจนร่วมกัน และตัวคุณพ่อคุณแม่เองก็ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีด้วย ลองใช้กิจกรรมอื่นมาทดแทน เช่น การชวนต่อเลโก้ วาดรูป อ่านนิตยสารเด็ก หรือพาออกไปวิ่งเล่นสวนสาธารณะช่วงเย็น การได้ใช้เวลาร่วมกันทำกิจกรรมที่หลากหลายจะช่วยเยียวยาและฟื้นฟูพัฒนาการของสมองเด็กๆ ให้กลับมาสมดุลและสดใสสมวัยได้อีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down