ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมจู่ๆ อาหารหรือน้ำถึงเดินทางผิดทาง?

ปกติแล้วร่างกายเราจะมีกลไกป้องกันการสำลักที่ยอดเยี่ยมมากครับ เวลาที่เรากลืนอาหาร ฝาปิดกล่องเสียงจะทำหน้าที่ปิดหลอดลมไว้โดยอัตโนมัติ เพื่อให้สิ่งที่กลืนลงไปผ่านเข้าหลอดอาหารเพื่อไปย่อยที่กระเพาะ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่กลไกนี้ผิดพลาด หรือร่างกายตอบสนองช้าลง เศษอาหาร น้ำลาย หรือน้ำย่อยในกระเพาะ ก็อาจจะเล็ดลอดผ่านหลอดลมเข้าไปในปอดแทน สิ่งนี้แหละครับที่เราเรียกว่า ความเสี่ยงต่อภาวะสำลักลงปอด ซึ่งอาจนำไปสู่การอักเสบหรือติดเชื้อรุนแรงได้

ใครบ้างที่มีความเสี่ยงสูงจนต้องระวังเป็นพิเศษ

ภาวะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน แต่จะมีกลุ่มคนที่ควรเฝ้าระวังใกล้ชิดเนื่องจากกลไกการกลืนทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ได้แก่

  • ผู้สูงอายุที่เริ่มมีภาวะกล้ามเนื้อการกลืนอ่อนแรง
  • ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง หรือผู้ที่มีปัญหาด้านระบบประสาท ทำให้การสั่งการกลืนทำได้ยาก
  • คนที่มีภาวะกรดไหลย้อนรุนแรง ซึ่งมีโอกาสสำลักน้ำย่อยขณะนอนหลับ
  • ผู้ที่ใส่สายให้อาหารทางจมูกเป็นเวลานาน
  • คนที่เพิ่งผ่านการผ่าตัดช่องคอหรือใช้ยาสลบ ซึ่งฤทธิ์ยาอาจทำให้กลไกการกลืนทำงานผิดปกติไปชั่วคราว

สัญญาณเตือนที่บอกว่าเรากำลังสำลัก

บ่อยครั้งที่การสำลักไม่ได้มาในรูปแบบของการไอโขลกๆ เสมอไป บางครั้งอาจเป็นภาวะที่เรียกว่า Silent Aspiration หรือการสำลักเงียบ คือไม่มีอาการไอให้เห็น แต่อาหารหลุดเข้าไปในปอดแล้ว อาการที่คุณควรสังเกตตัวเองหรือคนใกล้ชิดมีดังนี้

  • ไอหลังจากดื่มน้ำหรือกินอาหารทุกครั้ง
  • เสียงเปลี่ยนไปทันทีหลังจากกลืนอาหาร เช่น เสียงแหบหรือเสียงสั่นเหมือนมีน้ำขังในคอ
  • รู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรติดอยู่ในคอตลอดเวลา
  • หายใจหอบเหนื่อย หรือหายใจมีเสียงวี๊ดหลังกินข้าว
  • มีไข้ต่ำๆ เรื้อรังโดยหาสาเหตุไม่ได้ อาจเกิดจากปอดอักเสบจากการสำลัก

ปรับพฤติกรรมการกินเพื่อลดความเสี่ยง

หากรู้ตัวว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง การปรับเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิตจะช่วยลดอันตรายได้มากครับ

  • ท่านั่งสำคัญที่สุด: ต้องนั่งตัวตรงขณะรับประทานอาหาร ไม่ควรนอนกินหรือเอนตัวลงทันทีหลังทานเสร็จ
  • จดจ่อกับการเคี้ยว: หลีกเลี่ยงการพูดคุยหรือทำกิจกรรมอื่นขณะที่ปากมีอาหาร
  • ปรับลักษณะอาหาร: หากเริ่มกลืนลำบาก ควรเลี่ยงอาหารที่ชิ้นใหญ่เกินไป หรืออาหารที่มีลักษณะเหลวเกินไปเพราะจะควบคุมยาก ควรเลือกอาหารที่มีเนื้อสัมผัสนุ่มและกลืนง่าย
  • จิบน้ำน้อยๆ: อย่าดื่มน้ำทีละมากๆ เพราะจะทำให้การควบคุมกล้ามเนื้อคอทำได้ยากขึ้น

เมื่อไหร่ที่ต้องรีบมาปรึกษาหมอ

หากพบว่ามีอาการไอเรื้อรังหลังทานอาหาร มีไข้ ไอมีเสมหะเปลี่ยนสี หรือเหนื่อยหอบง่ายขึ้น อย่าปล่อยทิ้งไว้จนกลายเป็นปอดอักเสบติดเชื้อ เพราะการมาตรวจประเมินการกลืนกับแพทย์แต่เนิ่นๆ จะช่วยให้เราแนะนำเทคนิคการกลืนที่ถูกต้อง หรือส่งต่อให้ทีมนักแก้ไขการพูดและการกลืนช่วยฝึกฝน ซึ่งจะช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นและลดความเสี่ยงที่น่ากังวลลงได้ครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down