ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายบ้านคงเคยเจอเหตุการณ์ที่ลูกน้อยส่งเสียงร้องงอแง เกาะขาแน่น ไม่ยอมให้เดินไปไหนเลยแม้แต่จะเข้าห้องน้ำ หรือเวลาที่ต้องไปส่งที่โรงเรียนวันแรกแล้วลูกกอดคอแน่นเหมือนจะไม่ยอมปล่อย ภาพเหล่านี้มักทำให้คุณพ่อคุณแม่รู้สึกใจหายและกังวลใจไม่น้อย บางคนอาจคิดว่าเป็นแค่ช่วงเวลาที่เด็กดื้อตามวัย แต่ในทางการแพทย์แล้ว พฤติกรรมเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะวิตกกังวลจากการแยกจากผู้เลี้ยงดู ซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ผู้ปกครองควรทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ เพื่อจะได้ช่วยเหลือลูกน้อยได้อย่างถูกต้องและตรงจุด

ลูกเริ่มร้องไห้ไม่อยากห่าง แบบไหนคือพัฒนาการปกติแบบไหนคือความผิดปกติ

ตามธรรมชาติแล้ว เด็กทุกคนจะต้องผ่านช่วงเวลาที่ติดผู้เลี้ยงดู เริ่มตั้งแต่ช่วงอายุประมาณ 8 เดือนเป็นต้นไป เด็กจะเริ่มจำหน้าแม่หรือผู้ดูแลใกล้ชิดได้ และเริ่มกลัวคนแปลกหน้า ซึ่งถือเป็นพัฒนาการทางสมองและจิตวิทยาปกติที่เรียกว่า Stranger Anxiety และ Separation Anxiety ในวัยเตาะแตะ แต่ความกังวลใจนี้ควรค่อยๆ ลดลงเมื่อเด็กโตขึ้นและเริ่มเรียนรู้ว่าผู้เลี้ยงดูจะกลับมาเสมอ

แต่สำหรับเด็กที่มีภาวะวิตกกังวลจากการแยกจากผู้เลี้ยงดู ความกลัวและความเครียดจากการต้องแยกจากคนสำคัญจะรุนแรงเกินกว่าวัย และกินเวลานานกว่าปกติ จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การไปโรงเรียน หรือการเข้าสังคมกับผู้อื่น เด็กกลุ่มนี้จะไม่ใช่แค่ร้องไห้งอแงธรรมดา แต่จะมีอาการทางร่างกายร่วมด้วยอย่างชัดเจน

สังเกตอาการเตือนเมื่อลูกรักมีความเครียดสะสมจากการต้องห่างไกล

การแยกแยะระหว่างอาการงอแงทั่วไปกับภาวะความผิดปกตินี้ ดูได้จากความรุนแรงและระยะเวลาของอาการ โดยอาการที่มักพบได้บ่อยมีดังนี้

  • ร้องไห้ตีโพยตีพายทุกครั้งที่จะต้องแยกจาก: ไม่ว่าจะเป็นการไปโรงเรียน ไปฝากเนอสเซอรี หรือแม้แต่ตอนที่คุณพ่อคุณแม่จะเดินออกไปทำธุระสั้นๆ ลูกจะแสดงอาการตื่นตระหนกอย่างรุนแรง
  • บ่นปวดท้อง ปวดหัว หรือคลื่นไส้ก่อนจากกัน: ความเครียดทางจิตใจสามารถแสดงออกมาเป็นอาการทางกายได้จริง เด็กหลายคนมักจะบอกว่าปวดท้องหรืออยากอาเจียนทุกครั้งที่รู้ว่าจะต้องไปโรงเรียน
  • ฝันร้ายเรื่องการสูญเสีย: มักตื่นกลางดึกด้วยความหวาดกลัว ฝันว่าพ่อแม่หายไป หรือฝันร้ายเกี่ยวกับการพลัดพราก
  • เกาะติดไม่ยอมให้คลาดสายตา: เวลาอยู่บ้านก็จะไม่ยอมให้เดินไปไหนไกล ต้องอยู่ในระยะสายตาตลอดเวลา จนพ่อแม่แทบไม่มีเวลาเป็นส่วนตัว
  • ปฏิเสธการไปโรงเรียนหรือไปค้างบ้านอื่น: มักมีพฤติกรรมต่อต้านอย่างหนักเมื่อพูดถึงการไปสถานที่ที่ไม่มีพ่อแม่

สาเหตุที่ทำให้เด็กเกิดความกลัวฝังใจเวลาต้องอยู่ลำพัง

ความผิดปกตินี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากความเอาแต่ใจของเด็ก แต่มีปัจจัยหลายอย่างร่วมกัน ทั้งทางด้านพันธุกรรม อารมณ์พื้นฐานของเด็ก และสภาพแวดล้อมรอบตัว บางครั้งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในครอบครัว เช่น การหย่าร้าง การย้ายบ้าน การเปลี่ยนพี่เลี้ยง หรือการสูญเสียคนใกล้ชิด ก็เป็นตัวกระตุ้นให้เด็กเกิดความรู้สึกไม่มั่นคงปลอดภัย กลัวว่าถ้าพ่อแม่เดินลับตาไปแล้วจะไม่กลับมาอีก ซึ่งความกลัวนี้ฝังลึกอยู่ในจิตใจจนเด็กควบคุมตัวเองไม่ได้

วิธีรับมือและช่วยเหลือลูกน้อยด้วยความเข้าใจจากคนในครอบครัว

การแก้ปัญหาเรื่องนี้ต้องอาศัยเวลา ความอดทน และความเข้าใจอย่างมากจากคนรอบข้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างความรู้สึกมั่นคงทางจิตใจให้เด็ก,p>

ฝึกการจากลาทีละน้อยเพื่อให้ลูกเรียนรู้ความมั่นคง

อย่าใช้วิธีแอบหนีหายไปตอนลูกเผลอ เพราะจะยิ่งทำให้เด็กหวาดระแวงและกลัวมากขึ้นไปอีกเมื่อต้องห่างกันครั้งต่อไป วิธีที่ถูกต้องคือบอกลาให้ชัดเจนด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นและมั่น บอกลูกว่าจะไปไหนและจะกลับมาตอนไหน จากนั้นให้ทำตามสัญญาอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความเชื่อใจว่าพ่อแม่ไม่ได้ทิ้งเขาไปไหน

สร้างกิจวัตรประจำวันที่มีความแน่นอน

ความสม่ำเสมอช่วยลดความวิตกกังวลในเด็กได้เป็นอย่างดี เมื่อลูกรู้ว่าเวลาไหนต้องทำอะไร และช่วงเวลาไหนที่พ่อแม่จะกลับมารับ ความกลัวเรื่องการพลัดพรากจะค่อยๆ ลดลงไปเองเพราะมีความคาดเดาได้ของเวลาเข้ามาช่วย

ความเข้าใจและการโอบกอดคือยาวิเศษที่ดีที่สุด

การเลี้ยงดูเด็กที่มีภาวะวิตกกังวลจากการแยกจากผู้เลี้ยงดูต้องอาศัยความใจเย็นเป็นอย่างสูง การดุด่าหรือบังคับให้เด็กหยุดร้องไห้รังแต่จะทำให้ความเครียดฝังรากลึกมากขึ้น การแสดงความรัก ความเข้าใจ และการให้เวลาเด็กได้ปรับตัวทีละนิด จะช่วยให้ก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ และเติบโตเป็นเด็กที่มีสุขภาพจิตที่แข็งแรงพร้อมเผชิญโลกกว้างได้อย่างมั่นใจ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down