ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ตื่นมาสิ่งแรกที่ควานหาคือสมาร์ทโฟน ก่อนนอนก็เป็นสิ่งสุดท้ายที่วางลง นิ้วโป้งไถฟีดโซเชียลมีเดียไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัว รู้ตัวอีกทีเวลาก็ผ่านไปเป็นชั่วโมงแล้ว อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับแค่เด็กๆ แต่กำลังกลายเป็นเรื่องปกติของพวกเราทุกคนในยุคนี้

ทำไมเราถึงวางมือถือไม่ลงสักที?

เบื้องหลังการที่เราไม่อยากละสายตาจากหน้าจอ มีกลไกทางเคมีในสมองเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสารสื่อประสาทที่ชื่อว่าโดปามีน (Dopamine) ซึ่งเป็นสารแห่งความสุขและการให้รางวัล ทุกครั้งที่เราเห็นการแจ้งเตือน ไลก์ หรือคอมเมนต์ สมองจะหลั่งโดปามีนออกมาเล็กน้อย ทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นและอยากกลับมาดูซ้ำอีก เปรียบเสมือนการเล่นตู้สล็อตแมชชีน ที่เราไม่มีทางรู้เลยว่าครั้งต่อไปจะได้รางวัลอะไร กระบวนการนี้เองที่ค่อยๆ หล่อหลอมให้เกิดพฤติกรรมการเสพติดเทคโนโลยีและปัญหาการติดจอโดยที่เราไม่รู้ตัว

สัญญาณเตือนภัย เมื่อสมองและร่างกายเริ่มส่งเสียงร้อง

การติดจอไม่ได้ส่งผลแค่เรื่องเวลาที่เสียไป แต่ยังสร้างปัญหาเรื้อรังตามมาอีกหลายด้าน หากคุณมีอาการเหล่านี้ อาจถึงเวลาที่ต้องปรับพฤติกรรมอย่างจริงจัง

  • อาการทางกาย: ปวดคอ บ่า ไหล่ จากการก้มมองจอนานๆ สายตาพร่ามัว ตาแห้ง ปวดหัวไมเกรน และมีปัญหาเรื่องการนอนหลับ เช่น นอนไม่หลับ หลับไม่สนิท เพราะแสงสีฟ้าจากหน้าจอยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนิน
  • อาการทางใจและอารมณ์: หงุดหงิดง่าย กระวนกระวายใจเมื่อไม่ได้จับมือถือ รู้สึกพลาดข่าวสาร (FOMO - Fear of Missing Out) และสมาธิสั้นลง ความจำระยะสั้นแย่ลง
  • ผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน: ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างลดน้อยลง แม้กระทั่งเวลากินข้าวหรืออยู่กับครอบครัวก็ยังต้องไถจอ

วิธีปรับพฤติกรรมทวงคืนเวลาชีวิตและความสุขรอบตัว

การเลิกใช้มือถือเลยในยุคนี้คงเป็นเรื่องยากและไม่สมจริง แต่สิ่งที่เราทำได้คือการสร้างสมดุลและการใช้งานอย่างมีสติ เพื่อไม่ให้เทคโนโลยีมาควบคุมชีวิตของเรา

กำหนดเขตปลอดมือถือในบ้าน

เลือกบางพื้นที่ให้เป็นโซนห้ามใช้อุปกรณ์ไอเดีย เช่น บนโต๊ะอาหาร หรือเตียงนอน การไม่เอาโทรศัพท์ไว้ใกล้ตัวก่อนนอนจะช่วยให้สมองได้พักผ่อนและหลับสนิทขึ้น

ตั้งเวลาพักหน้าจอระหว่างวัน

ใช้ฟีเจอร์จำกัดเวลาการใช้งานแอปพลิเคชัน หรือใช้เทคนิคกำหนดช่วงเวลา เช่น ทุกๆ หนึ่งชั่วโมง ลุกขึ้นยืน ขยับร่างกาย และมองไปไกลๆ เพื่อพักสายตาจากหน้าจออย่างน้อยห้าถึงสิบนาที

หากิจกรรมทดแทนการไถฟีด

เมื่อรู้สึกเบื่อและมือไม้อยู่ไม่สุข ลองเปลี่ยนจากการหยิบมือถือมาเป็นการอ่านหนังสือพิมพ์เล่ม ปลูกต้นไม้ ออกกำลังกาย หรือพูดคุยกับคนใกล้ตัว เพื่อดึงความสนใจกลับมาสู่โลกแห่งความจริง

การตระหนักรู้ว่าเรากำลังใช้เวลาหน้าจอมากเกินไป คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการแก้ปัญหา ลองค่อยๆ ลดเวลาลงทีละนิด ให้เทคโนโลยีเป็นเพียงเครื่องมืออำนวยความสะดวก ไม่ใช่นายจ้างที่คุมชีวิตเราตลอดเวลา

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down