ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายคนคงเคยผ่านประสบการณ์อึดอัดตัว แน่นท้อง ท้องผูก ถ่ายไม่ออกติดต่อกันหลายวัน จนต้องหันไปพึ่งยาระบายอยู่บ่อยๆ แม้ยาจะช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้รวดเร็ว แต่การพึ่งยาระบายติดต่อกันเป็นเวลานานอาจทำให้ลำไส้เคยชินจนขี้เกียจทำงานหนักกว่าเดิม ปัญหาเหล่านี้สามารถบรรเทาได้ด้วยวิธีธรรมชาติที่ทำได้เองง่ายๆ ที่บ้าน นั่นคือการนวดกระตุ้นการทำงานของทางเดินอาหาร

การฝึกนวดท้องด้วยตัวเองอย่างถูกวิธี มีส่วนช่วยอย่างมากในกระบวนการการนวดท้องเพื่อกระตุ้นการ The Peristalsis หรือการบีบตัวเป็นจังหวะคล้ายคลื่นของลำไส้ เพื่อช่วยขับเคลื่อนกากอาหารให้ออกมาตามธรรมชาติได้อย่างสะดวกและลดอาการท้องอืดได้อย่างเห็นผล

เมื่อลำไส้ขี้เกียจทำงาน จนทำให้เกิดอาการท้องผูกและแน่นท้องไม่หาย

โดยปกติแล้ว ร่างกายของเราจะมีกลไกในการย่อยและลำเลียงอาหารผ่านกระเพาะอาหารลงสู่ลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ แต่เมื่อใดก็ตามที่เรามีพฤติกรรมบางอย่าง เช่น ดื่มน้ำน้อย ขยับร่างกายน้อยลง มีความเครียดสะสม หรือกินอาหารที่มีกากใยไม่เพียงพอ ลำไส้ใหญ่จะเริ่มทำงานช้าลง ทำให้น้ำในกากอาหารถูกดูดซึมกลับเข้าสู่ร่างกายมากเกินไป ส่งผลให้กากอาหารแข็งตัว กลายเป็นอุจจาระที่แห้ง ขับถ่ายยาก และเกิดแก๊สสะสมในท้องจนอึดอัดไปหมด

มารู้จัก Peristalsis กลไกธรรมชาติที่ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานคล่องตัว

คำว่า Peristalsis คือ กลไกการบีบและคลายตัวของกล้ามเนื้อเรียบในระบบทางเดินอาหารที่เป็นไปตามธรรมชาติ ซึ่งจะบีบตัวไล่กันไปเป็นระลอกคลื่นคล้ายกับการบีบยาสีฟันออกจากหลอด เพื่อขับเคลื่อนอาหารและของเสียให้เคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง เมื่อระบบนี้ทำงานช้าลงหรือหยุดชะงัก การนวดหน้าท้องจากภายนอกจะเป็นการส่งแรงกดเบาๆ ไปกระตุ้นกล้ามเนื้อเรียบเหล่านี้ให้กลับมาตื่นตัวและบีบตัวตามจังหวะธรรมชาติอีกครั้ง

ขั้นตอนนวดท้องด้วยตัวเองง่ายๆ ช่วยกระตุ้นลำไส้ให้กลับมาทำงานเป็นปกติ

ก่อนเริ่มต้นนวด แนะนำให้จัดท่าทางในท่านอนหงายสบายๆ ชันเข่าขึ้นเล็กน้อยเพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อหน้าท้องหย่อนตัวและไม่เกร็งต้าน อาจใช้น้ำมันนวดตัวหรือโลชั่นทาบางๆ บนผิวเพื่อช่วยลดแรงเสียดทานระหว่างการนวด โดยให้ทำการนวดตามลำดับขั้นตอนดังนี้

ท่าที่ 1: นวดวนตามเข็มนาฬิกาเลียนแบบทิศทางของลำไส้ใหญ่

วางฝ่ามือซ้อนกันบนท้องด้านขวาล่าง (บริเวณเหนือกระดูกเชิงกรานด้านขวา) จากนั้นให้ออกแรงกดเบาๆ ลูบขึ้นไปด้านบนจนถึงใต้ชายโครงขวา แล้วลูบข้ามมาทางซ้ายใต้ชายโครงซ้าย ก่อนจะลูบดิ่งลงมายังท้องน้อยด้านซ้ายล่าง ท่านี้เป็นการนวดเลียนแบบแนวการเคลื่อนที่ของอุจจาระในลำไส้ใหญ่ ช่วยผลักดันลมและกากอาหารให้เคลื่อนที่ไปสู่ทวารหนักได้อย่างถูกทิศทาง

ท่าที่ 2: กดเน้นตามมุมลำไส้ใหญ่ไล่ลมสะสม

บริเวณมุมหักศอกของลำไส้ใหญ่ (ใต้ชายโครงขวาและใต้ชายโครงซ้าย) มักจะเป็นจุดที่ลมและกากอาหารไปติดขัดได้ง่าย ให้ใช้ปลายนิ้วมือทั้งสองข้างกดเบาๆ แล้วคลึงเป็นวงกลมเล็กๆ บริเวณมุมใต้ชายโครงทั้งสองข้าง เพื่อช่วยสลายลมที่คั่งค้างและกระตุ้นกล้ามเนื้อลำไส้ตรงมุมเลี้ยวให้ขยับตัวได้ดีขึ้น

ท่าที่ 3: ลูบไล่ลงเพื่อกระตุ้นการขับถ่าย

ใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างลูบจากบริเวณใต้ลิ้นปี่ตรงกลางหน้าท้อง ลากดิ่งลงมาด้านล่างจนถึงกระดูกหัวเหน่า ทำซ้ำๆ อย่างเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ท่านี้จะช่วยคลายกล้ามเนื้อหน้าท้องโดยรวมและเร่งระบบการลำเลียงของเสียในลำไส้เล็กให้ไหลลงสู่ลำไส้ใหญ่ได้เร็วขึ้น

ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการนวดท้อง และควรทำนานแค่ไหน?

เวลาที่ดีที่สุดสำหรับการนวดท้องคือช่วงเช้าหลังตื่นนอนตอนที่ท้องยังว่าง หรือหลังจากดื่มน้ำอุ่นๆ สักแก้ว เนื่องจากเป็นช่วงที่ลำไส้ใหญ่เริ่มตื่นตัวตามธรรมชาติ หรืออาจนวดในช่วงเวลาก่อนเข้านอนเพื่อช่วยผ่อนคลายร่างกาย โดยให้ใช้เวลานวดรวมกันประมาณ 10 ถึง 15 นาทีต่อครั้ง ทำอย่างสม่ำเสมอทุกวันจะช่วยให้ระบบขับถ่ายกลับมาทำงานได้อย่างสมดุลในระยะยาว

ข้อควรระวังสำคัญ: ใครบ้างที่ไม่ควรนวดท้อง?

แม้ว่าการนวดกระตุ้นลำไส้จะมีประโยชน์อย่างมาก แต่ไม่ใช่ทุกคนจะสามารถทำได้ มีข้อยกเว้นสำคัญที่ต้องพึงระวังดังนี้

  • สตรีมีครรภ์: หลีกเลี่ยงการนวดท้องโดยเด็ดขาดเพื่อความปลอดภัยของทารกในครรภ์
  • ผู้ที่มีอาการปวดท้องรุนแรงเฉียบพลัน: หากมีอาการปวดเกร็ง ปวดแปลบ หรือปวดกดเจ็บอย่างรุนแรง ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของโรคไส้ติ่งอักเสบ หรือลำไส้อุดตัน ห้ามทำการนวดท้องเด็ดขาดและควรรีบไปพบแพทย์ทันที
  • ผู้ที่เพิ่งเข้ารับการผ่าตัดช่องท้อง: ควรรอแผลผ่าตัดหายสนิทและได้รับอนุญาตจากแพทย์เจ้าของไข้ก่อนเสมอ
  • ผู้ที่มีภาวะอักเสบในช่องท้องหรือมีเนื้องอก: ไม่ควรนวดเพราะอาจกระตุ้นให้อาการแย่ลงได้

การดูแลรักษาระบบขับถ่ายให้ทำงานได้ดี ไม่เพียงแต่อาศัยการนวดท้องเท่านั้น แต่ควรทำควบคู่ไปกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน ทานอาหารที่มีเส้นใยสูง และหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้กลไกตามธรรมชาติของร่างกายสามารถทำงานได้อย่างยั่งยืนและมีสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down