เมื่อคุณพ่อคุณแม่เดินเข้ามาปรึกษาหมอที่คลินิกด้วยสีหน้ากังวลใจ พร้อมกับคำถามยอดฮิตที่ว่า ลูกไม่ถ่ายมาสามวันแล้วจะเป็นอะไรไหม หมอมักจะเริ่มต้นด้วยการชวนพูดคุยเพื่อประเมินอาการโดยรวมก่อนเสมอ เพราะในความเป็นจริงแล้ว อาการไม่ถ่ายของเจ้าตัวเล็ก โดยเฉพาะในทารกแรกเกิดถึงวัยหกเดือน อาจเป็นได้ทั้งเรื่องธรรมชาติที่ไม่มีอะไรน่ากังวล หรืออาจเป็นสัญญาณของภาวะผิดปกติบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายในร่างกาย
แบบไหนที่เรียกว่าปกติ และเมื่อไหร่ที่ต้องเริ่มสังเกต
ทารกที่กินนมแม่ล้วนเมื่ออายุเข้าสู่ช่วงสองสัปดาห์ถึงหนึ่งเดือนขึ้นไป อาจจะไม่ถ่ายอุจจาระติดต่อกันได้นานหลายวัน บางรายอาจนานถึงหนึ่งสัปดาห์หรือมากกว่านั้น เหตุผลเป็นเพราะนมแม่เป็นสารอาหารที่ย่อยง่ายและร่างกายของทารกสามารถดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเกือบทั้งหมด จนแทบไม่เหลือสารตกค้างเป็นกากอาหารให้ออกมาเป็นอุจจาระ ตราบใดที่ลูกยังร่าเริงดี กินนมได้ปกติ ท้องนิ่ม และเมื่อถ่ายออกมาแล้วอุจจาระยังมีลักษณะนิ่มหรือเป็นครีมเหลวเหลืองทอง ถือว่าเป็นเรื่องปกติธรรมชาติที่พบได้บ่อยมาก
ในทางกลับกัน หากเป็นทารกที่กินนมผสมหรือนมสูตรปกติ มักจะถ่ายแทบทุกวันหรือวันเว้นวัน หากไม่ถ่ายเกินสามวัน ร่วมกับอุจจาระที่เริ่มแข็งเป็นเม็ดกระสุน และลูกต้องออกแรงเบ่งจนหน้าดำหน้าแดงร้องไห้โยเย แบบนี้อาจเข้าข่ายอาการท้องผูกที่ต้องได้รับการดูแลปรับเปลี่ยนนมหรือปรึกษาแพทย์
วิธีสังเกตและการประเมินสัญญาณเตือนอันตรายหรือเรดแฟลกส์เมื่อลูกไม่ถ่าย
แม้ว่าอาการไม่ถ่ายส่วนใหญ่จะเกิดจากระบบทางเดินอาหารที่กำลังพัฒนาหรือการดูดซึมของนมแม่ แต่มีบางอาการที่เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าอาจมีความผิดปกติในโครงสร้างร่างกายหรือระบบประสาทของลำไส้ การประเมินสัญญาณเตือนอันตรายหรือเรดแฟลกส์จึงเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ละเลยไม่ได้ หากพบอาการร่วมเหล่านี้ควรรีบพามาพบแพทย์ทันที
- ไม่ถ่ายขี้เทาภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงแรกหลังคลอด: ตามปกติแล้ว ทารกแรกเกิดจะถ่ายอุจจาระครั้งแรกที่มีลักษณะเหนียวสีเขียวเข้มหรือที่เรียกว่าขี้เทาภายในช่วงวันแรก หากทารกไม่ถ่ายขี้เทาในช่วงเวลานี้ อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคเกี่ยวกับระบบประสาทลำไส้แต่กำเนิด เช่น โรคฮิรชสปรุง
- ท้องอืดตึงมากอย่างเห็นได้ชัด: หากลองแตะเบาๆ ที่ท้องของลูกแล้วพบว่าท้องกลมโต ผิวหนังหน้าท้องตึงเปรี๊ยะ เคาะแล้วมีเสียงโปร่งเหมือนลูกโป่งอัดลมแน่น และลูกแสดงอาการเจ็บปวดเมื่อสัมผัสหน้าท้อง
- อาเจียนร่วมด้วย โดยเฉพาะอาเจียนมีสีเขียวหรือสีเหลือง: การอาเจียนที่มีน้ำดีปนออกมา ร่วมกับการไม่ถ่ายและท้องอืด มักเป็นสัญญาณของการอุดตันในระบบทางเดินอาหารซึ่งถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์
- มีเลือดปนในอุจจาระ: ไม่ว่าจะเป็นเลือดสดเคลือบอุจจาระ หรืออุจจาระมีสีดำคล้ำผิดปกติ อาจเกิดจากแผลที่รูทวารหนักจากการเบ่งอุจจาระแข็ง หรืออาจเกิดจากการแพ้โปรตีนนมวัวและการอักเสบในลำไส้
- น้ำหนักตัวไม่ขึ้นหรือลดลง: ทารกที่มีอาการไม่ถ่ายร่วมกับการเจริญเติบโตที่ล่าช้า น้ำหนักตัวไม่เพิ่มขึ้นตามเกณฑ์มาตรฐาน หรือดูซูบเซียวลงอย่างเห็นได้ชัด
- มีไข้ ซึมลง หรือไม่ยอมดูดนม: อาการเหล่านี้แสดงถึงภาวะติดเชื้อหรือร่างกายกำลังอ่อนแออย่างรุนแรง ซึ่งต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างเร่งด่วนที่สุด
สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ช่วยลูกเบื้องต้นได้ที่บ้านอย่างปลอดภัย
หากตรวจสอบแล้วไม่มีอาการสัญญาณเตือนอันตรายข้างต้น และคุณพ่อคุณแม่ต้องการช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อลำไส้ให้ลูกถ่ายได้ง่ายขึ้น สามารถใช้วิธีธรรมชาติบำบัดที่ปลอดภัยดังต่อไปนี้
การนวดท้องกระตุ้นการขับถ่าย
ใช้ปลายนิ้วมือลูบเบาๆ บนหน้าท้องของลูกรอบสะดือในทิศทางตามเข็มนาฬิกา หรือทำท่าปั่นจักรยานอากาศ โดยจับขาของลูกทั้งสองข้างขยับงอเข้าหาอกและเหยียดออกสลับกันเบาๆ วิธีนี้จะช่วยกระตุ้นการเคลื่อนตัวของลำไส้และช่วยระบายลมในท้องได้ดีขึ้นมาก
การแช่น้ำอุ่น
การให้ลูกได้ลงแช่ในอ่างน้ำอุ่นระดับอก จะช่วยให้อุณหภูมิของน้ำช่วยคลายกล้ามเนื้อรอบทวารหนักและทำให้ลูกรู้สึกผ่อนคลายสบายตัวขึ้น ซึ่งมักจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการขับถ่ายได้ง่ายขึ้นหลังอาบน้ำ
หลีกเลี่ยงการสวนทวารเองโดยไม่จำเป็น
หมอขอเน้นย้ำว่า ไม่ควรซื้อยาสวนทวารหรือใช้แท่งสวนทวารมาเหน็บให้ลูกเองโดยเด็ดขาด เนื่องจากผิวสัมผัสและเยื่อบุทวารของทารกนั้นบอบบางมาก การสวนเองอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บ เป็นแผล หรือทำให้กลไกการขับถ่ายตามธรรมชาติของลูกเสียไปในระยะยาว หากทดลองวิธีธรรมชาติข้างต้นแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ควรพามาพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมต่อไป