ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาที่คนในครอบครัวไม่สบาย โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยติดเตียงที่มีเสมหะเหนียวข้นค้างอยู่ในหลอดลม แล้วขับออกมาเองไม่ได้ เสียงหายใจคร่อกแคร่และอาการไอจนหน้าดำหน้าแดงมักสร้างความกังวลใจให้คนดูแลไม่น้อย หลายคนอาจนึกถึงการไปโรงพยาบาลเพื่อดูดเสมหะบ่อยๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว มีวิธีดูแลเบื้องต้นที่ช่วยบรรเทาอาการนี้ได้ที่บ้าน นั่นคือการทำกายภาพบำบัดทรวงอกและการเคาะปอดเพื่อขับเสมหะ ซึ่งเป็นเทคนิคที่ช่วยให้ทางเดินหายใจโล่งขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องมือยุ่งยาก

เสมหะเหนียวข้นค้างในปอด อันตรายกว่าที่คิดถ้าปล่อยไว้

เวลาที่เราเป็นหวัด หลอดลมอักเสบ หรือปอดบวม ร่างกายจะผลิตเมือกหรือเสมหะออกมามากกว่าปกติเพื่อดักจับเชื้อโรค ปกติแล้วกลไกการไอตามธรรมชาติจะช่วยขับเสมหะเหล่านี้ออกมาได้เอง แต่สำหรับบางคนที่มีแรงไอน้อย กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือนอนติดเตียง เสมหะจะตกลงไปค้างสะสมอยู่ในส่วนลึกของปอด

หากปล่อยทิ้งไว้ เสมหะเหล่านี้จะกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อแบคทีเรียชั้นดี ทำให้เกิดโรคปอดอักเสบซ้ำซ้อน หายใจลำบาก และอาจอันตรายถึงชีวิตได้ การช่วยจัดท่าและระบายเสมหะจึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยดึงเสมหะจากส่วนลึกให้ออกมาสู่ทางเดินหายใจส่วนบน เพื่อให้ผู้ป่วยไอขับออกง่ายขึ้น

ขั้นตอนเตรียมตัวก่อนเริ่มเคาะปอดให้ปลอดภัยที่สุด

ก่อนจะเริ่มลงมือทำกายภาพบำบัด ผู้ดูแลต้องเช็กความพร้อมและข้อควรระวังกันก่อนสักนิด เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายแก่ผู้ป่วย

  • เรื่องเวลาสำคัญมาก: ห้ามทำหลังมื้ออาหารอิ่มใหม่ๆ เด็ดขาด ควรทำก่อนมื้ออาหาร หรือหลังอาหารอย่างน้อย 1 ถึง 2 ชั่วโมง เพื่อป้องกันอาการคลื่นไส้และอาเจียนสำลัก
  • เสื้อผ้าต้องสบาย: ให้ผู้ป่วยสวมเสื้อผ้าบางๆ ไม่หนาเตอะจนเกินไป เพื่อให้แรงเคาะส่งผ่านไปถึงปอดได้ดี และหลีกเลี่ยงการเคาะบนผิวหนังเปลือยๆ โดยตรงเพราะจะเจ็บ
  • สำรวจโรคประจำตัว: หากผู้ป่วยมีกระดูกพรุนรุนแรง ซี่โครงหัก มีเลือดออกในปอด หรือเพิ่งผ่าตัดช่องอกมาใหม่ ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง ห้ามทำเองโดยพลการ

เทคนิคการจัดท่าระบายเสมหะตามจุดต่างๆ ของปอด

ปอดของเราไม่ได้มีแค่ก้อนเดียว แต่แบ่งออกเป็นกลีบย่อย การจะเอาเสมหะออกให้หมดจด จึงต้องอาศัยแรงโน้มถ่วงของโลกช่วย โดยการจัดท่าให้ส่วนของปอดที่มีเสมหะอยู่สูงกว่าหลอดลมคอ

สำหรับผู้ป่วยทั่วไปที่ลุกนั่งไม่ไหว การนอนราบหรือนอนตะแคงโดยหนุนสะโพกให้สูงขึ้นเล็กน้อย จะช่วยให้เสมหะจากปอดส่วนล่างไหลย้อนกลับมาสู่หลอดลมใหญ่ได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าเป็นผู้สูงอายุที่ไม่สามารถนอนราบเอียงตัวมากๆ ได้ ก็สามารถปรับประยุกต์ให้นั่งโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยแทนได้เช่นกัน

วิธีทำมือและจังหวะการเคาะปอดที่ถูกต้อง ไม่เจ็บและได้ผลจริง

หัวใจสำคัญของการเคาะปอดอยู่ที่ท่าทางของมือและแรงกระแทกที่พอเหมาะ ไม่ใช่การใช้ฝ่ามือตีลงไปตรงๆ

  • ทำมือเป็นรูปอุ้งมือ: งรวบนิ้วทั้งสี่เข้าหากันและโค้งฝ่ามือให้ลักษณะคล้ายถ้วยคว่ำ เว้นตรงกลางฝ่ามือไว้ให้มีอากาศข้างใน เวลาเคาะจะมีเสียงดังปุๆ ทึบๆ ไม่ใช่เสียงเพี๊ยะแป๊ะแบบตบหลังแรงๆ
  • ตำแหน่งที่ห้ามเคาะเด็ดขาด: ให้เคาะบริเวณซี่โครงด้านหน้าและด้านหลังตามตำแหน่งของปอด ห้ามเคาะบริเวณกระดูกสันหลัง กระดูกสันอก บริเวณไตช่วงเอว หรือซี่โครงซี่สุดท้าย เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อภายในบอบช้ำและได้รับอันตราย
  • จังหวะและความนาน: เคาะด้วยข้อมืออย่างสม่ำเสมอด้วยความเร็วปานกลาง ใช้เวลาประมาณ 2 ถึง 3 นาทีต่อหนึ่งตำแหน่ง โดยสังเกตสีหน้าของผู้ป่วยร่วมด้วยเสมอ

ขั้นตอนการสั่นสะเทือนทรวงอกและการกระตุ้นการไอ

หลังจากเคาะปอดเพื่อช่วยให้เสมหะที่เกาะแน่นหลุดร่วงลงมาแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการทำสั่นสะเทือนทรวงอก (Vibration) เพื่อช่วยให้เสมหะรวมตัวกันเป็นก้อนใหญ่ขึ้น

วิธีทำคือ ให้ผู้ดูแลวางมือราบลงบนทรวงอกของผู้ป่วย ออกแรงกดเบาๆ พร้อมกับสั่นมือถี่ๆ ในจังหวะที่ผู้ป่วยกำลังหายใจออกยาวๆ ทำสลับกันไป 3 ถึง 5 ครั้ง จากนั้นกระตุ้นให้ผู้ป่วยไอแรงๆ เพื่อขับเสมหะออกมา หากผู้ป่วยมีเสมหะติดคอแต่ไม่มีแรงไอ ให้ใช้กระดาษทิชชูหรือผ้าก๊อซช่วยเช็ดออกเบาๆ จากช่องปาก

อาการแบบไหนหลังทำกายภาพบำบัด ที่ต้องรีบหยุดและพบแพทย์ด่วน

แม้การทำกายภาพบำบัดทรวงอกจะมีประโยชน์มาก แต่หากระหว่างทำผู้ป่วยมีอาการผิดปกติเหล่านี้เกิดขึ้น ต้องหยุดทำทันทีและคอยสังเกตอาการ

  • หายใจเหนื่อยหอบมากขึ้น: มีอาการตัวเขียว ริมฝีปากคล้ำ หรือชีพจรเต้นเร็วผิดปกติ
  • ไอมีเลือดปน: หรือมีเสมหะปนเลือดสดๆ ออกมาหลังการเคาะ
  • เจ็บหน้าอกรุนแรง: เวียนหัว คลื่นไส้ หรือรู้สึกเหมือนจะเป็นลม

การดูแลผู้ป่วยที่มีเสมหะสะสมต้องอาศัยความเข้าใจและความใส่ใจในรายละเอียด หากทำอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคติดเชื้อในปอด และทำให้ผู้ป่วยกลับมาหายใจได้เต็มปอดอย่างสบายใจขึ้นอีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down