ลูกไอกรน มีเสมหะติดคอจนนอนไม่หลับ ช่วยบรรเทาอย่างไรดี?
เวลาที่คนในครอบครัว โดยเฉพาะเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ ป่วยเป็นหวัด หลอดอักเสบ หรือปอดอักเสบ สิ่งที่น่ากังวลตามมามักจะเป็นอาการไอและเสมหะเหนียวข้นที่ค้างอยู่ในหลอดลม ทำให้หายใจไม่สะดวก ลูกน้อยงอแงเพราะนอนไม่หลับ หรือผู้สูงอายุรู้สึกเหนื่อยหอบจากการพยายามขับเสมหะออกด้วยตัวเอง ในฐานะแพทย์ มักจะแนะนำให้ใช้การทำกายภาพบำบัดทรวงอกและการเคาะปอดเพื่อขับเสมหะเข้ามาช่วยเสริมการรักษาหลัก เพื่อให้ทางเดินหายใจโล่งขึ้นและฟื้นตัวได้เร็ว
การเคาะปอดช่วยขับเสมหะได้อย่างไร? หลักการง่ายๆ ที่ได้ผลจริง
หลายคนสงสัยว่าแค่การใช้มือเคาะเบาๆ ที่หน้าอกหรือแผ่นหลัง จะช่วยให้เสมหะที่เหนียวติดอยู่ข้างในหลุดออกมาได้อย่างไร กลไกนี้ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิดครับ เมื่อเราทำมือให้โค้งลักษณะเหมือนอุ้งมือ แล้วเคาะลงบนทรวงอกด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ แรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นจะส่งผ่านผนังทรวงอกเข้าไปถึงเนื้อเยื่อปอดและหลอดลม ช่วยให้อนุภาคของเสมหะที่เกาะติดแน่นตามผนังหลอดลมเกิดการคลายตัวและหลุดร่วงลงมาสู่ทางเดินหายใจส่วนบน ทำให้ผู้ป่วยสามารถไอขับออกมาได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องออกแรงเค้นเยอะจนเหนื่อย
ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนเริ่มเคาะปอด
ก่อนที่เราจะลงมือทำกายภาพบำบัดทรวงอก มีข้อควรปฏิบัติที่สำคัญเพื่อให้การดูแลเป็นไปอย่างปลอดภัยและได้ผลดีที่สุด ดังนี้ครับ
- เรื่องเวลา: ควรทำก่อนมื้ออาหารอย่างน้อย 1 ชั่วโมง หรือหลังอาหารไปแล้ว 2 ชั่วโมง เพื่อป้องกันอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือสำลักอาหารขณะเคาะปอด
- การจัดท่าทาง: ถอดเสื้อผ้าที่หนาหรือรัดแน่นออก เพื่อให้มือสัมผัสกับผิวหนังได้โดยตรง (อาจรองด้วยผ้าบางๆ หากผิวผู้ป่วยบอบบาง) และจัดท่าให้ส่วนของปอดบริเวณที่มีเสมหะอยู่สูงกว่าหลอดลม เพื่ออาศัยแรงโน้มถ่วงช่วยระบายเสมหะ
- ความพร้อมของจิตใจ: หากเป็นเด็กเล็ก ควรอธิบายด้วยความนุ่มนวล หรือหาของเล่นเบี่ยงเบนความสนใจ เพื่อไม่ให้เด็กตื่นกลัว
เทคนิคการจัดท่าและเคาะปอดในตำแหน่งต่างๆ
ตำแหน่งของปอดแต่ละกลีบจะต้องการท่าทางที่แตกต่างกัน เพื่อให้แรงโน้มถ่วงช่วยพาเสมหะไหลออกมาได้ตรงจุด โดยหลักการจัดท่ามีดังนี้
- กลีบบนของปอด: ให้ผู้ป่วยนั่งเอนหลังเล็กน้อย หรือนอนราบ จากนั้นเคาะบริเวณเหนือกระดูกไหปลาร้า
- กลีบล่างด้านหลัง: จัดท่าให้ผู้ป่วยนอนคว่ำ โดยใช้หมอนหนุนสะโพกให้สูงขึ้นเล็กน้อย แล้วเคาะบริเวณหลังส่วนล่างใต้สะบัก
- กลีบล่างด้านข้าง: ให้นอนตะแคงกึ่งคว่ำ หนุนสะโพกให้สูงขึ้น แล้วเคาะบริเวณชายโครงด้านข้าง
ลงมือเคาะปอดอย่างไรให้ถูกวิธีและไม่เจ็บ
หัวใจสำคัญของการทำกายภาพบำบัดทรวงอกอยู่ที่เทคนิคการวางมือและการออกแรง
- ห้ามใช้ฝ่ามือแบนๆ ตบลงไปตรงๆ เพราะจะทำให้เจ็บ ให้หุบนิ้วชิดกันแล้วโค้งมือให้เหมือนอุ้งมือหรือถ้วยน้ำ (Cupped Hand) เวลาเคาะจะมีเสียงก้องๆ โปร่งๆ ไม่ใช่เสียงตบดังเพี๊ยะ
- เคาะด้วยข้อมือและข้อศอกที่ผ่อนคลาย ใช้จังหวะสม่ำเสมอ ไม่หนักหรือเบาจนเกินไป
- เคาะบริเวณซี่โครงและแผ่นหลังแต่ละตำแหน่งนานประมาณ 2 ถึง 5 นาที ห้ามเคาะบริเวณกระดูกสันหลัง กระดูกหน้าอก สะบัก หรือบริเวณไตเด็ดขาด
- หลังเคาะเสร็จในแต่ละท่า ให้กระตุ้นให้ผู้ป่วยไอเพื่อขับเสมหะออก หรือหากเป็นเด็กเล็กอาจใช้การดูดเสมหะร่วมด้วย
ข้อควรระวังและภาวะที่ห้ามทำเด็ดขาด
แม้ว่าการทำกายภาพบำบัดทรวงอกจะมีประโยชน์มาก แต่มีผู้ป่วยบางกลุ่มและบางอาการที่ไม่ควรทำอย่างเด็ดขาด ได้แก่ ผู้ป่วยที่มีภาวะกระดูกพรุนรุนแรง ผู้ที่มีภาวะเลือดออกง่ายหรือเกล็ดเลือดต่ำ ผู้ที่มีแผลผ่าตัดบริเวณหน้าอกหรือช่องท้องสดๆ ผู้ที่มีภาวะความดันในกะโหลกศีรษะสูง หรือผู้ที่มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อนทุกครั้ง
เมื่อไหร่ควรหยุดทำและพาไปพบแพทย์
ระหว่างการทำกายภาพบำบัด หากสังเกตเห็นว่าผู้ป่วยมีอาการเหนื่อยหอบมากขึ้น หน้าซีดเขียว ไอเป็นเลือด เจ็บหน้าอกกะทันหัน หรือมีอัตราการเต้นของหัวใจเร็วผิดปกติ ให้หยุดทำทันที จัดท่าให้ผู้ป่วยอยู่ในท่าที่สบายที่สุด และรีบพาไปพบแพทย์เพื่อประเมินอาการอย่างละเอียดอีกครั้งครับ