ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความรู้สึกเศร้าดิ่งหลังคลอด ไม่ใช่เรื่องที่ต้องอายหรือแบกไว้คนเดียว

หลายคนมักวาดภาพว่าการมีลูกน้อยคือช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุด แต่ในความเป็นจริงคุณแม่จำนวนมากกลับต้องเผชิญกับภาวะอารมณ์แปรปรวนอย่างหนักหลังจากคลอดเจ้าตัวเล็กออกมา ความรู้สึกเหนื่อยล้าท้อแท้ที่เกิดขึ้นไม่ใช่สัญญาณของความเป็นแม่ที่ไม่ดี แต่เป็นภาวะทางสุขภาพที่ต้องการความเข้าใจและการดูแลอย่างถูกต้อง

ความเสี่ยงและอาการของภาวะซึมเศร้าหลังคลอด เริ่มสังเกตตัวเองได้จากตรงไหน

ความเสี่ยงและอาการของภาวะซึมเศร้าหลังคลอด มักไม่ได้เกิดขึ้นจากสาเหตุเดียว แต่มักเป็นผลรวมของทั้งการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกายอย่างรวดเร็ว ความอ่อนเพลียจากการไม่ได้พักผ่อน และความกดดันในการปรับตัวเข้ากับบทบาทใหม่ โดยคุณแม่สามารถสังเกตความผิดปกติได้จากสัญญาณดังต่อไปนี้

  • รู้สึกเศร้า เสียใจ ร้องไห้บ่อยโดยไม่มีสาเหตุที่ชัดเจน
  • อารมณ์แปรปรวนง่าย หงุดหงิด หรือโกรธง่ายกว่าปกติ
  • รู้สึกหมดพลัง อ่อนเพลียจนไม่อยากทำกิจกรรมที่เคยชอบ
  • มีปัญหาเรื่องการนอนหลับ แม้ว่าลูกจะหลับแล้วก็ตาม
  • กินอาหารได้น้อยลงหรือกินมากกว่าปกติอย่างผิดสังเกต
  • รู้สึกขาดความผูกพันกับลูก หรือรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถดูแลลูกได้ดี
  • มีความคิดทำร้ายตัวเองหรือทำร้ายลูก

ใครบ้างที่อาจมีความเสี่ยงสูงกว่าคุณแม่ทั่วไป

ไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นภาวะซึมเศร้าหลังคลอด แต่มีกลุ่มคุณแม่ที่มีปัจจัยเสี่ยงที่ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่

  • เคยมีประวัติป่วยเป็นโรคซึมเศร้าหรือโรควิตกกังวลมาก่อน
  • มีสมาชิกในครอบครัวที่มีประวัติภาวะซึมเศร้า
  • ช่วงระหว่างตั้งครรภ์มีความเครียดสะสมสูง
  • ไม่ได้รับการสนับสนุนจากคนรอบข้างหรือคู่ชีวิต
  • ประสบปัญหาด้านการเงินหรือการงานในช่วงหลังคลอด

ภาวะเบบี้บลูส์ (Baby Blues) กับซึมเศร้าหลังคลอด ต่างกันอย่างไร

คุณแม่หลายท่านอาจเคยได้ยินคำว่าเบบี้บลูส์ ซึ่งเป็นภาวะอารมณ์ดิ่งในช่วงสัปดาห์แรกหลังคลอดเนื่องจากการปรับตัวของฮอร์โมน ความแตกต่างสำคัญคือเบบี้บลูส์มักหายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่อาการของภาวะซึมเศร้าหลังคลอดจะรุนแรงกว่า กินระยะเวลานานกว่า และกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันจนไม่สามารถดูแลตัวเองหรือลูกได้อย่างเหมาะสม หากคุณแม่รู้สึกว่าความเศร้าไม่จางหายไปเสียที นั่นคือเวลาที่ต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

เมื่อไหร่ที่ควรตัดสินใจมาพบคุณหมอเพื่อหาทางออก

หากคุณแม่พบว่าตัวเองมีอาการข้างต้นต่อเนื่องเกินกว่า 2 สัปดาห์ หรืออาการเริ่มส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์และการดูแลลูก อย่าปล่อยให้ความรู้สึกเหล่านี้กัดกินจิตใจจนเรื้อรัง การเข้ามาพูดคุยกับคุณหมอไม่เพียงแต่ช่วยให้เข้าใจกลไกของร่างกาย แต่ยังเป็นการวางแผนการรักษาที่เหมาะสม ทั้งในรูปแบบของการทำจิตบำบัด หรือการใช้ยาที่ปลอดภัยในช่วงให้นมบุตร เพื่อให้คุณแม่กลับมามีความสุขและใช้เวลาร่วมกับลูกน้อยได้อย่างมีคุณภาพอีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down