ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หมอเคยเจอคนไข้หลายคนที่เดินเข้ามาตรวจด้วยอาการท้องอืด แน่นท้อง ทานอาหารแล้วไม่ย่อย มีอาการจุกเสียดบริเวณใต้ชายโครงขวาเป็นประจำ ยิ่งเมื่อได้ซักประวัติลึกลงไปถึงพฤติกรรมการกินอาหาร แล้วพบว่าคนไข้ชื่นชอบการทานเมนูปลาดิบน้ำจืด เช่น ก้อยปลา ปลาร้าดิบ หรือส้มปลาน้อย สิ่งแรกที่หมอต้องนึกถึงและเฝ้าระวังเป็นพิเศษก็คือ โรคพยาธิใบไม้ในตับ

โรคนี้เปรียบเสมือนภัยเงียบที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาทำลายสุขภาพของคนไทย โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ตัวพยาธิใบไม้ในตับเองมีขนาดเล็กมากจนเราไม่สามารถมองเห็นได้จากภายนอก และหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา ความรุนแรงอาจลุกลามจนกลายเป็นมะเร็งท่อน้ำดีในตับได้ในที่สุด ทว่า เทคโนโลยีทางการแพทย์ทำให้เราไม่ต้องเดาสุ่มอีกต่อไป เพราะนี่คือที่มาของ บทบาทของภาพถ่ายรังสีในการวินิจฉัยและตรวจคัดกรอง เพื่อช่วยให้หมอสามารถมองเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นภายในตับได้อย่างแม่นยำ

พยาธิใบไม้ในตับเข้าไปทำอะไรกับร่างกาย และทำไมถึงน่ากลัว?

เมื่อเรากินไข่หรือตัวอ่อนของพยาธิใบไม้ในตับที่ปนเปื้อนอยู่ในเนื้อปลาเกล็ดขาวน้ำจืดแบบดิบๆ หรือปรุงไม่สุก ตัวอ่อนพยาธิจะเดินทางจากกระเพาะอาหารเข้าไปอาศัยอยู่ในท่อน้ำดีในตับ พวกมันจะยึดเกาะผนังท่อน้ำดี ดูดกินน้ำเลี้ยง และปล่อยสารเคมีที่ก่อให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง

การอักเสบซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นเวลาหลายปี จะส่งผลให้ผนังท่อน้ำดีหนาตัวขึ้น เกิดพังผืด และเกิดการอุดตันของทางเดินน้ำดี ซึ่งกระบวนการเหล่านี้เองที่เป็นชนวนเหตุสำคัญของการเปลี่ยนแปลงเซลล์ท่อน้ำดีให้กลายเป็นมะเร็งท่อน้ำดีในที่สุด การตรวจเจอความผิดปกติเหล่านี้ตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยรักษาชีวิตของคนไข้ไว้ได้

อาการแบบไหนที่ต้องเริ่มสงสัย และเมื่อไหร่ที่หมอจะส่งไปตรวจทางรังสี?

ในระยะแรก คนไข้อาจไม่มีอาการใดๆ แสดงออกมาเลย หรืออาจมีเพียงอาการล้า ท้องอืด ท้องเฟ้อ ซึ่งคนส่วนใหญ่มักมองข้ามและคิดว่าเป็นเพียงอาการโรคกระเพาะธรรมดา แต่หากปล่อยไว้จนโรคเริ่มดำเนินไปมากขึ้น อาการต่อไปนี้คือสัญญาณเตือนที่ต้องรีบมาพบหมอเพื่อส่งตรวจทางรังสีวิทยา

  • มีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง (ดีซ่าน)
  • ปัสสาวะมีสีเข้มจัด คล้ายสีชาชาดำเย็น
  • อุจจาระมีสีซีดลงกว่าปกติ
  • ปวดหน่วงหรือเจ็บเสียวบริเวณใต้ชายโครงขวา
  • เบื่ออาหาร น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วโดยไม่มีสาเหตุ

อัลตราซาวด์ช่องท้อง: เครื่องมือด่านแรกที่ช่วยจับสังเกตความผิดปกติ

เมื่อคนไข้มาพบหมอด้วยความสงสัยว่าอาจมีภาวะพยาธิใบไม้ในตับ หรือต้องการตรวจคัดกรองในพื้นที่เสี่ยง การตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนบน (Ultrasonography) ถือเป็นอาวุธชิ้นแรกที่หมอเลือกใช้ เนื่องจากทำง่าย รวดเร็ว ไม่เจ็บตัว และไม่มีรังสีตกค้าง

แม้ว่าคลื่นเสียงความถี่สูงของอัลตราซาวด์จะไม่สามารถมองเห็นตัวพยาธิใบไม้ในตับที่ตัวเล็กจิ๋วได้โดยตรง แต่เครื่องมือนี้เก่งมากในการตรวจจับ "ร่องรอย" ที่พยาธิทิ้งไว้ ซึ่งหมอรังสีจะช่วยสังเกตสิ่งเหล่านี้

  • ท่อน้ำดีในตับขยายตัวกว้างขึ้น: เกิดจากการที่พยาธิหรือพังผืดไปอุดกั้นทางเดินน้ำดี
  • ผนังท่อน้ำดีหนาตัวและมีความขุ่นขาวขึ้น: สะท้อนถึงการอักเสบเรื้อรังและการเกิดพังผืดรอบๆ ท่อน้ำดี
  • ลักษณะของตับที่เปลี่ยนไป: อาจพบว่าตับมีขนาดโตขึ้น หรือเริ่มมีเนื้อเยื่อพังผืดกระจายตัว
  • ถุงน้ำดีผิดปกติ: อาจพบตะกอนน้ำดีข้น หรือนิ่วในถุงน้ำดี ซึ่งมักพบร่วมกันได้บ่อย

เมื่ออัลตราซาวด์ยังไม่ชัดเจน CT Scan และ MRI จะเข้ามาช่วยคลี่คลายข้อสงสัยได้อย่างไร?

ในรายที่ผลตรวจอัลตราซาวด์พบความผิดปกติที่น่าสงสัย หรือหมอต้องการรายละเอียดที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเพื่อแยกโรคให้ชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อกังวลว่าคนไข้เริ่มมีรอยโรคที่อาจพัฒนากลายเป็นมะเร็งท่อน้ำดี การส่งตรวจภาพถ่ายรังสีขั้นสูงจะเข้ามามีบทบาททันที

การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan)

การตรวจ CT Scan ช่องท้องแบบฉีดสารทึบแสง ช่วยให้หมอเห็นภาพตัดขวางของตับและระบบท่อน้ำดีได้อย่างละเอียด การตรวจนี้จะช่วยประเมินการหนาตัวของผนังท่อน้ำดีได้อย่างชัดเจน ช่วยระบุตำแหน่งของการอุดตัน และที่สำคัญที่สุดคือช่วยตรวจหาว่ามีก้อนเนื้อร้ายขนาดเล็กซ่อนอยู่ในตับหรือไม่ ซึ่งช่วยในการวางแผนการรักษาได้อย่างทันท่วงที

การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI และ MRCP)

เทคโนโลยี MRI ถือเป็นจุดสูงสุดของการตรวจสร้างภาพระบบทางเดินน้ำดี โดยเฉพาะการตรวจที่เรียกว่า MRCP (Magnetic Resonance Cholangiopancreatography) ซึ่งเป็นการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจำลองภาพท่อน้ำดีและตับอ่อนออกมาเป็นสามมิติโดยไม่ต้องฉีดสารทึบแสง ภาพที่ได้จะมีความคมชัดสูงมาก ทำให้หมอเห็นโครงสร้างของต้นไม้ท่อน้ำดี (Biliary Tree) ทั้งระบบอย่างละเอียด ช่วยแยกแยะระหว่างการอุดตันจากพยาธิ พังผืด หรือก้อนเนื้องอกได้อย่างแม่นยำที่สุด

การป้องกันและดูแลตัวเองคือหนทางที่ดีที่สุดก่อนสายเกินแก้

การตรวจทางรังสีวิทยาช่วยให้เราค้นพบความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้เนื้อเยื่อตับได้อย่างแม่นยำก็จริง แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่หมออยากฝากไว้คือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารเพื่อไม่ให้พยาธิใบไม้ในตับเข้ามาอยู่อาศัยตั้งแต่แรก

การหลีกเลี่ยงการทานปลาน้ำจืดดิบ ปรุงอาหารให้สุกด้วยความร้อนเสมอ ล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหาร และหากรู้ตัวว่าเป็นผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงในอดีต ควรเข้ารับการตรวจอุจจาระเพื่อหาไข่พยาธิ และตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนบนเพื่อคัดกรองอย่างน้อยปีละครั้ง การรู้เท่าทันและตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะช่วยให้เราสามารถรักษาโรคนี้ให้หายขาด และลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งท่อน้ำดีได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down