ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เรื่องเล่าจากห้องตรวจ: ทำไมร่างกายถึงเหมือนมีไฟสุมอยู่ตลอดเวลา

เวลาที่คนไข้เดินเข้ามาในห้องตรวจแล้วบ่นว่า เหนื่อยเรื้อรัง ปวดเมื่อยตามตัวโดยไม่มีสาเหตุ หรือนอนเท่าไหร่ก็ไม่สดชื่น หม่อมักจะนึกถึงสาเหตุเบื้องลึกตัวการสำคัญตัวหนึ่ง นั่นก็คือการอักเสบที่ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ชั่วคราวแล้วหายไปเหมือนเวลาเรามีแผลสด แต่เป็นไฟกองเล็กๆ ที่คุกรุ่นอยู่ข้างในร่างกายเรานานเป็นเดือนเป็นปี ซึ่งเราเรียกกันว่าภาวะอักเสบเรื้อรัง

หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า การอักเสบในตอนแรกนั้นคือกลไกป้องกันตัวตามธรรมชาติของร่างกาย เมื่อมีเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมเข้ามา ระบบภูมิคุ้มกันจะส่งกองทัพเม็ดเลือดขาวไปจัดการ แต่ปัญหาใหญ่มันเกิดตรงที่ว่า กองทัพนี้ดันไม่ยอมกลับบ้าน รบติดพันอยู่ข้างในจนกลายเป็นสงครามเย็นที่ค่อยๆ ทำลายเนื้อเยื่อและอวัยวะรอบข้างไปทีละน้อยโดยที่เราไม่รู้ตัวเลย

ต้นเหตุใกล้ตัว: ทำไมจู่ๆ ร่างกายถึงเกิดการอักเสบไม่ยอมเลิก

ก่อนที่เราจะไปดูเรื่องโรคแทรกซ้อน หมออยากให้เราลองสำรวจวิถีชีวิตรอบตัวกันก่อนว่า อะไรคือเชื้อเพลิงชั้นดีที่คอยสุมไฟอักเสบนี้ให้ลุกโชนอยู่ตลอดเวลา

  • อาหารการกินในชีวิตประจำวัน: น้ำตาลทรายขาว ฟาสต์ฟู้ด อาหารทอดซ้ำๆ และไขมันทรานส์ ล้วนเป็นตัวการกระตุ้นสารอักเสบในกระแสเลือดชั้นยอด
  • ความเครียดสะสม: ฮอร์โมนคอร์ติซอลจากความเครียดเรื้อรัง ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันรวนและควบคุมการอักเสบได้แย่ลง
  • การนอนหลับที่ไม่เพียงพอ: ช่วงเวลาที่เราหลับลึกคือเวลาที่ร่างกายซ่อมแซมตัวเองและลดสารอักเสบ ถ้าอดนอนบ่อยๆ ไฟในตัวก็ไม่มีวันดับ
  • สิ่งแวดล้อมรอบตัว: มลพิษ ฝุ่นละอองขนาดเล็ก ควันบุหรี่ และสารเคมีต่างๆ ที่เราสูดดมเข้าไปทุกวัน

โรคร้ายปลายทาง: ภัยมืดที่ตามมาเมื่อปล่อยให้อักเสบค้างปี

การปล่อยให้ร่างกายมีภาวะอักเสบเรื้อรังซ่อนอยู่ เปรียบเสมือนการขับรถโดยเหยียบเบรกค้างไว้ตลอดเวลา ไม่ช้าไม่เร็วเครื่องยนต์ย่อมพังเสียหาย สำหรับภาวะแทรกซ้อนจากการอักเสบเรื้อรังนั้นไม่ได้ส่งผลแค่จุดใดจุดหนึ่ง แต่กระจายไปทั่วร่างกาย ดังนี้ครับ

โรคหัวใจและหลอดเลือด: เมื่อผนังหลอดเลือดอักเสบจนเกิดคราบไขมัน

เมื่อหลอดเลือดเกิดการอักเสบเรื้อรัง ร่างกายจะพยายามซ่อมแซมด้วยการเอาไขมันและเซลล์เม็ดเลือดขาวมาพอกไว้ นานวันเข้าพอกหนาขึ้นจนกลายเป็นคราบพลักระหว่างทางเดินเลือด ทำให้หลอดเลือดตีบตัน แข็งตัว และนำไปสู่โรคหัวใจขาดเลือดหรือเส้นเลือดในสมองแตกได้อย่างเฉียบพลัน

โรคเบาหวานชนิดที่ 2: เมื่อเซลล์ดื้อต่ออินซูลิน

สารอักเสบที่หลั่งออกมาจากเซลล์ไขมันส่วนเกิน โดยเฉพาะไขมันในช่องท้อง จะไปขัดขวางการทำงานของอินซูลิน ทำให้ร่างกายใช้น้ำตาลได้ไม่ดี น้ำตาลค้างอยู่ในเลือดสูงจนกลายเป็นโรคเบาหวาน และนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนทางไตและปลายประสาทเสื่อมตามมา

มะเร็งบางชนิด: เมื่อเซลล์กลายพันธุ์จากการซ่อมแซมไม่รู้จบ

กระบวนการอักเสบเรื้อรังจะทำให้เซลล์ในบริเวณนั้นต้องแบ่งตัวเพื่อซ่อมแซมตัวเองอยู่ตลอดเวลา ยิ่งแบ่งตัวบ่อย โอกาสที่รหัสพันธุกรรมจะผิดพลาดจนกลาย มะเร็ง ก็มีสูงขึ้น เช่น ลำไส้อักเสบเรื้อรังที่อาจพัฒนาไปเป็นมะเร็งลำไส้ได้

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์และโรคข้อเสื่อม

ภูมิคุ้มกันที่เข้าใจผิดรุมทำลายเนื้อเยื่อข้อต่อตัวเอง ทำให้เกิดการอักเสบ บวม แดง ร้อน และทำลายกระดูกอ่อนในข้อต่อ จนทำให้ผู้ป่วยสูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหวร่างกายในระยะยาว

สัญญาณเตือนจากร่างกาย: แบบนี้หรือเปล่าที่เรียกว่ากำลังอักเสบเรื้อรัง

ข่าวดีคือ ร่างกายมักจะมีเสียงกระซิบเตือนเราเสมอ ก่อนที่โรคเรื้อรังชุดใหญ่จะมาเคาะประตูบ้าน ลองสังเกตอาการเหล่านี้ดูครับ

  • อ่อนเพลียเรื้อรัง: ตื่นมาแล้วไม่สดชื่น รู้สึกหมดแรงระหว่างวันบ่อยๆ
  • มีปัญหาเรื่องผิวพรรณ: เป็นสิวเรื้อรัง ผื่นแพ้ ผิวอักเสบง่าย หรือหน้าแก่ก่อนวัยอันควร
  • ระบบย่อยอาหารรวน: ท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย หรือลำไส้แปรปรวนเป็นประจำ
  • ปวดเมื่อยตามตัว: มีอาการปวดข้อหรือกล้ามเนื้อแบบหาสาเหตุที่แน่ชัดไม่ได้
  • น้ำหนักขึ้นง่าย ลดonยาก: โดยเฉพาะไขมันบริเวณหน้าท้องที่ลดยากเหลือเกิน

ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อดับไฟอักเสบจากภายใน

หมอมักจะบอกคนไข้เสมอว่า ยาอาจจะช่วยรักษาโรคปลายเหตุได้ แต่การจะจัดการกับภาวะอักเสบเรื้อรังให้เด็ดขาด ต้องเริ่มจากการเปลี่ยนพฤติกรรมของเราเอง

  • เน้นอาหารต้านการอักเสบ: เลือกกินผักใบเขียว ผลไม้รสเปรี้ยวไม่หวานจัด ปลาทะเลที่มีโอเมก้า 3 สูงขมิ้นชัน และน้ำมันมะกอก
  • ขยับร่างกายสม่ำเสมอ: การออกกำลังกายแบบพอดีๆ จะช่วยลดสารอักเสบในหลอดเลือดได้ดีมาก แต่อย่าหักโหมจนเกินไปเพราะจะทำให้เครียดกว่าเดิม
  • จัดการความเครียดและนอนให้พอ: เข้านอนให้เป็นเวลา หลีกเลี่ยงหน้าจอก่อนนอน และหาเวลาพักสมอง
  • ตรวจสุขภาพประจำปี: เช็คระดับสารอักเสบในเลือด เช่น ค่า hs-CRP เพื่อประเมินความเสี่ยงล่วงหน้าก่อนที่โรคใหญ่จะถามหา
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down