เคยไหมที่พอกลับถึงบ้านปุ๊บ สิ่งแรกที่รู้สึกคือความกังวลใจว่าวันนี้เราไปสัมผัสอะไรมาบ้าง มือคู่นี้จะนำพาเชื้อไวรัสมาฝากคนที่เรารักที่บ้านโดยไม่รู้ตัวหรือไม่ หมอพบคนไข้หลายคนที่เข้ามาปรึกษาด้วยความวิตกกังวลเรื่องการแพร่กระจายของเชื้อโรค ยิ่งในช่วงที่ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ต่างๆ หรือไวรัสทางเดินหายใจระบาด ความกังวลนี้ยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ แต่เชื่อหมอเถอะว่า อาวุธที่ดีที่สุดในการรับมือกับสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ยากอย่างที่คิด และจุดเริ่มต้นที่ทรงพลังที่สุดอยู่ใกล้ตัวแค่ที่อ่างล้างมือเท่านั้น
จากหน้าบ้านถึงห้องนอน: ทำไมการล้างมือถึงเป็นเกราะป้องกันไวรัสที่ดีที่สุด
ร่างกายของเรามีผิวหนังเป็นเกราะป้องกันชั้นเลิศ แต่เชื้อไวรัสมักจะหาทางเข้าสู่ร่างกายผ่านช่องทางธรรมชาติ เช่น ตา จมูก และปาก ซึ่งอวัยวะที่เป็นสะพานเชื่อมพาเชื้อโรคเหล่านั้นเข้าสู่ร่างกายก็คือ มือ สองข้างของเรานี่เอง ในแต่ละวันเราใช้มือสัมผัสสิ่งของสาธารณะนับครั้งไม่ถ้วน ตั้งแต่ราวจับรถไฟฟ้า ปุ่มกดลิฟต์ ลูกบิดประตู ไปจนถึงธนบัตร
หมออยากให้เข้าใจกลไกง่ายๆ ว่า ไวรัสหลายชนิดมีโครงสร้างภายนอกที่เรียกว่า เปลือกหุ้มไขมัน ซึ่งทำหน้าที่เสมือนเกราะป้องกันตัวของมัน การล้างมือด้วยวิธีที่ถูกต้องจะเข้าไปทำลายเกราะไขมันนี้โดยตรง ทำให้ไวรัสสูญเสียความสามารถในการก่อโรคและหลุดลอกออกจากผิวหนังของเราไปพร้อมกับน้ำ
หลายคนมักถามหมอว่าเราควรเข้มงวดกับเรื่องความสะอาดแค่ไหน คำตอบคือ มาตรการความสะอาดและการล้างมือเพื่อป้องกันโรคนั้นไม่ใช่เรื่องที่ต้องทำจนตึงเครียดหรือตื่นตระหนก แต่เป็นการสร้างสุขอนามัยที่ดีจนเป็นกิจวัตรประจำวัน เพื่อให้ตัวเราและคนรอบข้างปลอดภัยอย่างยั่งยืน
สบู่ธรรมดาปะทะแอลกอฮอล์เจล: เลือกใช้แบบไหนในสถานการณ์ใดดีกว่ากัน
มีคำถามยอดฮิตที่หมอมักจะได้รับเสมอคือ ระหว่างการล้างมือด้วยสบู่กับน้ำสะอาด กับการใช้เจลแอลกอฮอล์ แบบไหนฆ่าเชื้อโรคได้ดีกว่ากัน คำตอบคือทั้งสองวิธีมีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกันตามสถานการณ์
ล้างมือด้วยสบู่: กลไกง่ายๆ ที่ทำลายเกราะหุ้มของไวรัสได้ราบคาบ
หากเลือกได้ หมอจะแนะนำให้ล้างมือด้วยน้ำและสบู่เป็นอันดับแรกเสมอ โมเลกุลของสบู่ประกอบด้วยสองส่วนหลักๆ คือส่วนที่ชอบน้ำและส่วนที่ชอบไขมัน เมื่อเราถูสบู่ลงบนมือ ส่วนที่ชอบไขมันจะวิ่งเข้าไปจับกับเปลือกหุ้มไขมันของไวรัสทันที และเมื่อเราล้างออกด้วยน้ำสะอาด แรงดึงของน้ำจะช่วยกระชากโมเลกุลสบู่และเศษซากไวรัสให้หลุดลอยไปกับสายน้ำ การล้างมือด้วยสบู่จึงมีประสิทธิภาพสูงมากในการขจัดทั้งเชื้อโรค สิ่งสกปรก และสารเคมีต่างๆ ที่เกาะอยู่บนมือ
เจลแอลกอฮอล์: ตัวช่วยเร่งด่วนในวันที่ไม่มีซิงค์ล้างน้ำ
ในเวลาที่ต้องเดินทาง ออกไปนอกบ้าน หรือไม่สะดวกที่จะหาส้วมหรืออ่างล้างมือ เจลแอลกอฮอล์คือตัวเลือกสำรองที่ดีเยี่ยม ข้อสำคัญคือต้องเลือกใช้เจลหรือสเปรย์แอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้นอย่างน้อย 70% ขึ้นไป และต้องถูให้ทั่วจนมือแห้งสนิท อย่างไรก็ตาม เจลแอลกอฮอล์จะไม่สามารถขจัดคราบดิน คราบอาหาร หรือสิ่งสกปรกที่เห็นได้ชัดเจน และไม่สามารถฆ่าเชื้อไวรัสบางชนิดที่ไม่มีเปลือกหุ้มไขมันได้ดีเท่ากับการล้างมือด้วยสบู่
7 ขั้นตอนการล้างมือให้สะอาดจริง ไม่ใช่แค่ผ่านน้ำเฉยๆ
การล้างมือผ่านๆ เพียง 2-3 วินาทีไม่สามารถกำจัดไวรัสได้ หมอแนะนำให้ใช้เวลาล้างมือประมาณ 20 วินาที หรือเทียบเท่ากับการร้องเพลงช้างสองรอบ โดยฝึกทำตาม 7 ขั้นตอนนี้ให้ชินมือ
- ขั้นตอนที่ 1: ใช้ฝ่ามือถูฝ่ามือ นำฝ่ามือทั้งสองข้างมาประกบกันแล้วถูวนให้ทั่ว
- ขั้นตอนที่ 2: ใช้ฝ่ามือถูหลังมือและซอกนิ้ว สอดนิ้วมือเข้าซอกนิ้วจากทางด้านหลังเพื่อทำความสะอาดจุดที่มักถูกมองข้าม
- ขั้นตอนที่ 3: ใช้ฝ่ามือถูฝ่ามือและซอกนิ้ว โดยหันฝ่ามือเข้าหากันแล้วถูสอดประสานนิ้วมือ
- ขั้นตอนที่ 4: ใช้หลังนิ้วมือถูฝ่ามือ กำมือทั้งสองข้างแล้วใช้หลังนิ้วถูสลับไปมากับฝ่ามือฝั่งตรงข้าม
- ขั้นตอนที่ 5: ถูนิ้วหัวแม่มือโดยรอบ ใช้ฝ่ามืออีกข้างกำรอบนิ้วโป้งแล้วหมุนวนทำความสะอาดโคนนิ้ว
- ขั้นตอนที่ 6: ใช้ปลายนิ้วมือถูขวางฝ่ามือ นำปลายนิ้วมาถูวนบนฝ่ามืออีกข้างเพื่อทำความสะอาดซอกเล็บ
- ขั้นตอนที่ 7: ถูรอบข้อมือ กำมือรอบข้อมือฝั่งตรงข้ามแล้วหมุนวนเพื่อทำความสะอาดรอบข้อมือทั้งสองข้าง
หลังจากทำครบทุกขั้นตอนแล้ว อย่าลืมซับมือให้แห้งด้วยกระดาษชำระที่สะอาด เนื่องจากมือที่เปียกชื้นจะนำพาและสะสมเชื้อโรคได้ง่ายกว่ามือที่แห้งสนิท
จุดเสี่ยงในบ้านที่หลายคนมองข้าม: ทำความสะอาดอย่างไรให้ปลอดภัยจากเชื้อโรค
นอกจากการล้างมือแล้ว การดูแลความสะอาดของสิ่งแวดล้อมรอบตัวก็สำคัญไม่แพ้กัน หมอมักแนะนำให้คนไข้สำรวจจุดสัมผัสร่วมภายในบ้าน ซึ่งเป็นเสมือนท่าเทียบเรือของไวรัสที่สมาชิกในบ้านแวะเวียนมาสัมผัสร่วมกัน
อุปกรณ์สื่อสารส่วนตัวอย่างโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ต คือสิ่งที่อยู่ใกล้ชิดใบหน้าและปากของเรามากที่สุด แต่กลับเป็นสิ่งที่ถูกทำความสะอาดน้อยที่สุด ควรใช้แผ่นแอลกอฮอล์สำหรับเช็ดทำความสะอาดหน้าจออย่างน้อยวันละครั้ง รวมถึงลูกบิดประตู สวิตช์ไฟ รีโมทคอนโทรล และราวบันได ซึ่งเป็นพื้นผิวสัมผัสบ่อยที่ควรเช็ดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคเป็นประจำ
การเริ่มต้นปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ในวันนี้ ด้วยการล้างมืออย่างถูกวิธีและใส่ใจความสะอาดรอบตัว ไม่เพียงแต่จะช่วยปกป้องตัวเราเองจากโรคภัยไข้เจ็บ แต่ยังเป็นการสร้างเกราะป้องกันที่อบอุ่นและปลอดภัยให้กับคนในครอบครัวและสังคมที่เราอยู่ร่วมกันอีกด้วย