ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมคนเป็นเบาหวานถึงมีโอกาสเจอไขมันพอกตับสูงกว่าคนอื่น

หลายครั้งที่ผมตรวจคนไข้เบาหวานในห้องตรวจ แล้วแจ้งผลเลือดหรือผลอัลตราซาวด์ว่าตับเริ่มมีไขมันเกาะเยอะแล้ว คำถามที่มักได้รับกลับมาคือ กินเหล้าก็ไม่กิน ทำไมถึงเป็นไขมันพอกตับได้? ความจริงคือ ไขมันพอกตับที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์ หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า NAFLD เป็นเรื่องที่คู่กันมากับภาวะดื้ออินซูลิน ซึ่งเป็นหัวใจหลักของโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ครับ

เมื่อร่างกายคนไข้เบาหวานจัดการกับน้ำตาลได้ไม่ดี ร่างกายจะพยายามส่งน้ำตาลส่วนเกินไปเก็บไว้ในรูปไขมันตามที่ต่างๆ รวมถึงตับด้วย เมื่อตับรับภาระหนักเกินไป ไขมันก็จะเริ่มแทรกซึมเข้าไปอยู่ในเซลล์ตับจนกลายเป็นภาวะไขมันพอกตับในที่สุด

สัญญาณเตือนจากร่างกายที่อย่ามองข้าม

ส่วนใหญ่แล้วโรคนี้มักไม่มีอาการแสดงที่ชัดเจนในช่วงแรก คนไข้มักมาพบหมอด้วยผลเลือดที่บ่งบอกค่าเอนไซม์ตับสูงกว่าปกติ หรือมาตรวจสุขภาพแล้วเจอจากการอัลตราซาวด์ แต่ถ้าเริ่มมีอาการเหล่านี้ ถือเป็นสัญญาณเตือนที่ต้องรีบมาปรึกษาหมอครับ

  • รู้สึกอ่อนเพลียเรื้อรังโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน
  • จุกเสียดบริเวณใต้ชายโครงขวา
  • น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะรอบเอวที่ขยายขึ้น
  • ผิวพรรณหรือตาเริ่มมีสีเหลือง (กรณีนี้มักเป็นในระยะท้ายๆ แล้ว)

เมื่อเบาหวานทำร้ายตับต่อเนื่องจะเกิดอะไรขึ้น

หลายคนคิดว่าแค่ไขมันเกาะตับคงไม่เป็นไร แต่ถ้าปล่อยไว้นานโดยไม่ควบคุมน้ำตาลและไขมันให้ดี ตับที่เคยมีแต่ไขมันจะเริ่มเกิดการอักเสบ กลายเป็นภาวะตับอักเสบเรื้อรัง จนเนื้อเยื่อตับเปลี่ยนสภาพกลายเป็นพังผืด สุดท้ายอาจนำไปสู่ภาวะตับแข็ง หรือที่น่ากลัวที่สุดคือมะเร็งตับ ซึ่งในผู้ป่วยเบาหวาน กระบวนการนี้อาจเกิดขึ้นเร็วกว่าคนทั่วไปครับ

ปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์อย่างไรให้ตับกลับมามีความสุข

ข่าวดีคือ โรคไขมันพอกตับที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์ สามารถดีขึ้นได้หากเราควบคุมเบาหวานให้คงที่และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างจริงจัง

  • คุมน้ำตาลให้ถึงเป้าหมาย: การใช้ยาตามสั่งและคุมอาหารอย่างเคร่งครัดช่วยลดภาระการทำงานของตับได้โดยตรง
  • เลือกแป้งเชิงซ้อน: เปลี่ยนจากข้าวขาว ขนมปังขาว มาเป็นข้าวไม่ขัดสีหรือธัญพืช เพื่อลดการเปลี่ยนน้ำตาลเป็นไขมันในตับ
  • ลดไขมันอิ่มตัว: เลี่ยงของทอด อาหารมันๆ และขนมหวานที่มีส่วนประกอบของน้ำตาลฟรุกโตสสูง
  • ขยับตัวบ่อยขึ้น: การออกกำลังกายแบบแอโรบิกอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ช่วยเพิ่มการเผาผลาญไขมันในตับได้อย่างดีเยี่ยม
  • ลดน้ำหนักอย่างค่อยเป็นค่อยไป: การลดน้ำหนักเพียง 5-10 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัวตั้งต้น สามารถลดปริมาณไขมันในตับได้อย่างชัดเจน

ตรวจเช็คตับสม่ำเสมอคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด

สำหรับการดูแลคนไข้เบาหวาน หมอแนะนำให้ตรวจติดตามค่าตับอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้งผ่านการตรวจเลือด และทำอัลตราซาวด์ช่องท้องตามที่แพทย์นัดหมาย อย่ารอให้มีอาการตัวเหลืองตาเหลืองแล้วค่อยมาหาหมอ เพราะหากเราพบภาวะนี้เร็ว เราสามารถยับยั้งความเสียหายไม่ให้ลุกลามจนกลายเป็นตับแข็งได้ครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down