เวลาที่ตรวจสุขภาพแล้วเจอโรคความดันโลหิตสูง หลายคนมักจะนึกถึงโรคความดันโลหิตสูงทั่วไปที่วัดจากแขน แต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีภาวะความดันโลหิตสูงอีกรูปแบบหนึ่งที่ซ่อนอยู่ลึกเข้าไปข้างในร่างกาย บริเวณตับของเรา ซึ่งเป็นอวัยวะชิ้นใหญ่ที่ทำหน้าที่เปรียบเสมือนโรงงานเคมีและเครื่องกรองของเสียที่สำคัญมากๆ
เมื่อตับเริ่มมีปัญหา เช่น มีเนื้อเยื่อพังผืดสะสมเป็นเวลานานจนกลายเป็นโรคตับแข็ง เลือดที่จะไหลเวียนเข้าไปหล่อเลี้ยงตับผ่านเส้นเลือดสายหลักเส้นนี้ก็จะไหลผ่านได้ยากขึ้น เปรียบเสมือนน้ำที่ไหลผ่านท่อแคบๆ แรงดันในท่อก็จะสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งนี่แหละคือจุดเริ่มต้นของภาวะความดันโลหิตสูงในหลอดเลือดดำพอร์ทัลที่หมออยากชวนทุกคนมาทำความเข้าใจกันในวันนี้
ตับแข็งกับความดันในเส้นเลือดสายหลัก: มันเชื่อมโยงกันอย่างไร?
เส้นเลือดดำพอร์ทัลทำหน้าที่รวบรวมเลือดจากอวัยวะในช่องท้อง เช่น กระเพาะอาหาร ลำไส้ และม้าม เพื่อส่งตรงเข้าไปฟอกและเผาผลาญสารอาหารที่ตับ แต่ถ้าเนื้อตับมีความเสียหาย มีพังผืดเกิดขึ้น เลือดก็จะไม่สามารถไหลผ่านเข้าไปในตับได้อย่างสะดวก แรงดันภายในเส้นเลือดเส้นนี้จึงพุ่งสูงขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้
เมื่อแรงดันในระบบนี้สูงขึ้น เลือดที่ควรจะไหลเข้าตับได้ดีก็ต้องหาทางออกใหม่ ไหลย้อนกลับไปหาเส้นเลือดขนาดเล็กที่เปราะบางตามอวัยวะข้างเคียง ทำให้เกิดการโป่งพองของเส้นเลือดตามมา ซึ่งเป็นที่มาของภาวะแทรกซ้อนที่น่ากลัวหลายอย่าง เช่น เส้นเลือดขอดในหลอดอาหาร หรือม้ามโตจากการคั่งของเลือด
สัญญาณเตือนจากร่างกาย เมื่อความดันในตับเริ่มพุ่งสูง
ในระยะแรกของภาวะความดันโลหิตสูงในหลอดเลือดดำ ร่างกายมักจะไม่แสดงอาการอะไรที่ชัดเจนเลยครับ คนไข้หลายคนใช้ชีวิตปกติจนกระทั่งโรคดำเนินไปไกลแล้ว ถึงเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติที่ฟ้องออกมาจากช่องท้องและผิวหนัง
- ท้องโตขึ้นอย่างรวดเร็ว: เกิดจากการมีน้ำสะสมอยู่ในช่องท้อง หรือที่เรียกว่าภาวะท้องมาน
- อาเจียนเป็นเลือดหรือถ่ายอุจจาระสีดำ: เป็นสัญญาณอันตรายที่บอกว่าเส้นเลือดขอดในหลอดอาหารหรือกระเพาะอาหารเกิดการปริแตกและมีเลือดออก
- ตัวเหลืองตาเหลือง: บ่งบอกถึงการทำงานของตับที่เริ่มเสื่อมถอยลงอย่างเห็นได้ชัด
- คลำพบก้อนแน่นใต้ชายโครงซ้าย: ซึ่งเกิดจากม้ามโตขึ้นจากการที่เลือดไหลเวียนกลับไม่สะดวก
ตรวจเช็กความผิดปกติให้ชัวร์ ก่อนที่ปัญหาจะลุกลาม
การวินิจฉัยภาวะนี้ต้องอาศัยการประเมินจากแพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบทางเดินอาหารและตับ โดยเริ่มจากการซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด จากนั้นจึงใช้เครื่องมือทางการแพทย์เข้ามาช่วยยืนยันความผิดปกติ
การทำอัลตราซาวนด์ช่องท้องช่วยให้แพทย์เห็นสภาพเนื้อตับ ขนาดของม้าม และความเร็วในการไหลเวียนของเลือดในเส้นเลือดดำพอร์ทัลได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ การส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนต้นยังมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อดูว่ามีเส้นเลือดขอดที่หลอดอาหารหรือกระเพาะอาหารร่วมด้วยหรือไม่ เพื่อจะได้วางแผนป้องกันการแตกของเส้นเลือดได้อย่างทันท่วงที
วิธีดูแลรักษาและการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต
การรักษาภาวะนี้จะมุ่งเน้นไปที่การลดแรงดันในหลอดเลือดดำพอร์ทัล และการรักษาโรคที่เป็นต้นเหตุ เช่น การดูแลรักษาโรคตับอักเสบเรื้อรัง หรือการงดดื่มแอลกอฮอล์อย่างเด็ดขาดเพื่อไม่ให้ตับถูกทำลายไปมากกว่าเดิม
แพทย์อาจพิจารณาให้รับประทานยาบางกลุ่ม เช่น ยาลดความดันโลหิตชนิดพิเศษที่ช่วยลดแรงดันในระบบหลอดเลือดดำนี้โดยเฉพาะ รวมถึงการระมัดระวังเรื่องการรับประทานอาหารรสเค็มเพื่อลดอาการบวมและท้องมาน และในกรณีที่มีเส้นเลือดขอดขนาดใหญ่ แพทย์อาจแนะนำให้ทำการรักษาผ่านการส่องกล้องเพื่อผูกเส้นเลือดขอดป้องกันการฉีกขาดในอนาคต
การดูแลสุขภาพตับให้แข็งแรง หลีกเลี่ยงพฤติกรรมทำร้ายตับ และการตรวจสุขภาพประจำปี จึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดไม่ให้เราต้องเผชิญกับภาวะความดันโลหิตสูงในหลอดเลือดดำพอร์ทัลที่ยุ่งยากและซับซ้อนในระยะยาว