ช่วงนี้ที่คลินิกมีคนไข้เดินเข้ามาด้วยอาการแปลกๆ หลายคนเล่าให้ฟังว่าเพิ่งโดนเพื่อนหยอกแรงด้วยการตบเข้าที่ใบหู หรือบางคนก็ไปยืนอยู่ใกล้ลำโพงในงานคอนเสิร์ตแล้วมีคนตะโกนหรือส่งเสียงดังใส่ข้างหูแบบไม่ทันตั้งตัว สิ่งที่ตามมาคืออาการปวดจี๊ดในหูทันที ตามด้วยหูอื้อ ได้ยินไม่ชัด หรือมีเสียงวิ้งๆ ในหู
พอตรวจดูข้างในด้วยกล้องส่องหู ก็มักจะเจอสิ่งที่น่าตกใจคือ แก้วหูฉีกขาดหรือทะลุ ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายกว่าที่หลายคนคิด วันนี้หมอเลยอยากมาเล่าให้ฟังกันชัดๆ ว่าอุบัติเหตุรอบตัวเหล่านี้ส่งผลกับหูของเราอย่างไร และต้องดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง
โดนตบหูหรือเสียงดังใส่แค่นี้ ทำไมแก้วหูถึงทะลุได้?
หลายคนสงสัยว่าแก้วหูของเราอยู่ข้างในลึกขนาดนั้น ทำไมแค่แรงตบหรือเสียงดังๆ ถึงทำให้มันพังได้ เรื่องนี้อธิบายได้ด้วยหลักฟิสิกส์ง่ายๆ ครับ
เวลาที่เราโดนฝ่ามือตบเข้าที่ใบหูอย่างแรง แรงกระแทกนั้นจะอัดอากาศภายในช่องหูให้กลายเป็นคลื่นความดันพุ่งเข้าชนเยื่อแก้วหู ซึ่งเป็นแผ่นบางๆ เหมือนหน้ากลองอย่างจัง แรงดันที่สูงเกินรับไหวนี้ทำให้เยื่อแก้วหูทนไม่ไหวจนปริแตกหรือทะลุได้ในเสี้ยววินาที
ในส่วนของเสียงดังมากๆ เช่น เสียงประทัด เสียงปืน หรือเสียงลำโพงกระแทกใกล้หู ก็ใช้หลักการเดียวกันครับ คือเป็นคลื่นเสียงที่มีพลังงานสูงมากจนกระแทกแก้วหูให้เสียหายได้ทันที โดยเฉพาะถ้าจังหวะนั้นช่องหูไม่ได้เตรียมตัวรับแรงกระแทก
เช็กด่วน อาการแบบนี้แปลว่าแก้วหูกำลังมีปัญหา
ถ้าใครเพิ่งผ่านเหตุการณ์โดนกระแทกที่หูมา แล้วมีอาการเหล่านี้ ลองสังเกตตัวเองดูครับว่าเป็นมากน้อยแค่ไหน
- ปวดหูทันทีทันใด: มักจะปวดจี๊ดขึ้นสมองในวินาทีแรกที่โดนกระแทก
- หูอื้อและได้ยินลดลง: รู้สึกเหมือนมีน้ำอยู่ในหู หรือมีอะไรมาอุดกั้น ฟังเสียงรอบข้างไม่ชัดเจน
- มีเสียงดังในหู: ได้ยินเสียงวิ้งๆ หึ่งๆ หรือเสียงลมอยู่ในหูตลอดเวลา
- มีเลือดหรือน้ำใสๆ ไหลออกจากหู: อันนี้เป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่าเยื่อแก้วหูฉีกขาดแน่นอน
- เวียนหัว บ้านหมุน เสียการทรงตัว: เพราะหูชั้นในทำหน้าที่เกี่ยวกับการทรงตัวด้วย เมื่อแรงกระแทกสะเทือนไปถึง ก็ทำให้เกิดอาการมึนหัวได้
ช่วงแรกหลังโดนกระแทก ต้องทำตัวอย่างไรไม่ให้หูพังหนักกว่าเดิม
สำหรับใครที่เพิ่งโดนมาหมาดๆ สิ่งสำคัญที่สุดคือการตั้งสติและห้ามทำอะไรตามอำเภอใจเด็ดขาด เพราะอาจทำให้อาการแย่ลงไปอีก
- ห้ามแคะ แคะ แหย่ เด็ดขาด: ไม่ว่าจะเป็นคัตตอนบัด นิ้วมือ หรืออุปกรณ์ใดๆ ห้ามสอดเข้าไปในช่องหูช่วงนี้โดยเด็ดขาด เพราะอาจพาเชื้อโรคเข้าไปทำให้หูอักเสบติดเชื้อลุกลามได้
- ระวังน้ำเข้าหูเวลาอาบน้ำ: ต้องระวังอย่าให้น้ำกระเด็นเข้าหูที่บาดเจ็บ อาจใช้สำลีก้อนสะอาดเคลือบวาสลีนอุดรูหูชั้นนอกไว้เบาๆ เวลาอาบน้ำ
- งดขึ้นเครื่องบินหรือดำน้ำ: แรงดันอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจะทำให้ปวดหูมากและแผลฉีกขาดกว้างขึ้น
แผลที่แก้วหูจะสมานเองได้ไหม หรือต้องผ่าตัดรักษา?
ข่าวดีคือ แก้วหูเป็นเนื้อเยื่อที่มีความสามารถในการซ่อมแซมตัวเองค่อนข้างสูงครับ ในกรณีที่แผลฉีกขาดไม่ใหญ่มาก และไม่มีการติดเชื้ออักเสบซ้ำซ้อน ร่างกายมักจะสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาปิดรูทะลุนั้นได้เองภายในเวลาประมาณ 4 ถึง 8 สัปดาห์
แต่ในระหว่างนี้ หมอจะแนะนำให้มาตรวจติดตามอาการอย่างใกล้ชิด อาจจะมีการจ่ายยาหยอดหูหรือยาแก้อักเสบเพื่อป้องกันไม่ให้แผลติดเชื้อแบคทีเรีย แต่ถ้าผ่านไปนานแล้วรูยังไม่ปิด หรือแผลฉีกขาดมีขนาดใหญ่มาก แพทย์เฉพาะทางด้านหู คอ จมูก อาจจะพิจารณาเรื่องการผ่าตัดปะแก้วหูเพื่อคืนการได้ยินให้กลับมาเป็นปกติ
สัญญาณเตือนแบบไหนที่ปล่อยไว้ไม่ได้ ต้องรีบมาหาหมอทันที
ถ้ามีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย อย่ารอให้หายเองเด็ดขาด ควรเดินทางมาพบแพทย์หู คอ จมูก โดยเร็วที่สุด
- ปวดหูรุนแรงมากจนกินยาแก้ปวดแล้วก็เอาไม่อยู่
- มีหนองสีเหลืองหรือเขียวข้นไหลออกมาจากรูหู พร้อมกับมีกลิ่นเหม็น ซึ่งบ่งบอกถึงการติดเชื้อรุนแรง
- มีอาการหน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว หลับตาไม่สนิท ร่วมด้วย
- สูญเสียการได้ยินอย่างกะทันหัน หรือได้ยินลดลงจนแทบไม่ได้ยินเลย