ลองจินตนาการถึงความรู้สึกปวดท้องที่จู่ๆ ก็เฉียบพลันและรุนแรงขึ้นมาทันที
ปวดมากเสียจนขยับตัวไม่ได้ แม้แต่การหายใจลึกๆ หรือการไอเพียงนิดเดียวก็ยังทำให้เจ็บแปลบไปทั้งท้อง ท้องตึงเกร็งแข็งเหมือนแผ่นไม้ อาการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องปวดท้องธรรมดา แต่คือสัญญาณเตือนภัยขั้นวิกฤตจากร่างกายที่กำลังบอกว่า อาจกำลังเกิด ภาวะลำไส้ทะลุและเยื่อบุช่องท้องอักเสบ ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนที่สุด
เกิดอะไรขึ้นในร่างกาย เมื่อผนังลำไส้เกิดรูรั่ว?
ตามธรรมชาติแล้ว ทางเดินอาหารตั้งแต่กระเพาะอาหารไปจนถึงลำไส้ใหญ่ จะทำหน้าที่เป็นเหมือนท่อปิดลำเลียงอาหาร กรด ย่อยอาหาร รวมไปถึงแบคทีเรียและอุจจาระ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ผนังลำไส้เกิดการรอยแยกหรือเป็นรูทะลุ สิ่งที่อยู่ภายในท่อนี้ ทั้งน้ำย่อย แบคทีเรีย และสิ่งปฏิกูลต่างๆ จะรั่วไหลออกมาสัมผัสกับเยื่อบุช่องท้องทันที
ช่องท้องของคนเราปกติต้องเป็นพื้นที่สะอาดและปราศจากเชื้อโรค เมื่อมีกรดหรือแบคทีเรียรั่วออกมา เยื่อบุช่องท้องจะเกิดการระคายเคืองอย่างรุนแรงและเกิดการอักเสบทันที เรียกว่า เยื่อบุช่องท้องอักเสบ (Peritonitis) ร่างกายจะตอบสนองด้วยการเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องโดยอัตโนมัติ เพื่อพยายามไม่ให้สิ่งแปลกปลอมกระจายไปไกลขึ้น จนทำให้รู้สึกท้องแข็งเกร็งราวกับแผ่นไม้นั่นเอง
ทำไมลำไส้ถึงทะลุได้? ชวนดูสาเหตุใกล้ตัวที่หลายคนมองข้าม
หลายคนอาจสงสัยว่าอวัยวะที่มีความเหนียวอย่างลำไส้ เกิดการทะลุได้อย่างไร ในความเป็นจริงมีหลายปัจจัยที่ค่อยๆ กัดกร่อนหรือทำให้ผนังลำไส้อ่อนแอลง ได้แก่
- แผลในกระเพาะอาหารและลำไส้เรื้อรัง: การเป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบหรือมีแผล แล้วปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา หรือการกินยาแก้ปวดกลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ติดต่อกันเป็นเวลานาน ยาเหล่านี้จะไปกัดกร่อนลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อของลำไสจนเกิดการทะลุได้
- ภาวะไส้ติ่งอักเสบหรือถุงผนังลำไส้อักเสบปล่อยทิ้งไว้: เมื่ออวัยวะเหล่านี้เกิดการอักเสบอย่างรุนแรงและไม่ได้รับการรักษา ท่อที่อุดตันจะเต่งขึ้นเรื่อยๆ จนเน่าและแตกออกในที่สุด
- การสำลักหรือกลืนสิ่งแปลกปลอมที่มีความแหลมคม: เช่น ก้างปลาขนาดใหญ่ หรือกระดูกไก่ ที่อาจหลุดรอดเข้าไปขูดและแทงทะลุผนังลำไส้
- โรคลำไส้อักเสบเรื้อรังและมะเร็งลำไส้: ก้อนเนื้อร้ายหรือการอักเสบระดับลึกสามารถกัดกร่อนผนังลำไส้ให้บางลงเรื่อยๆ จนเกิดการทะลุ
- อุบัติเหตุและการบาดเจ็บ: การโดนกระแทกบริเวณหน้าท้องอย่างรุนแรงจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ หรือบาดแผลจากการถูกของมีคมแทง
สังเกตอาการปวดท้องอันตราย แบบไหนที่สงสัยว่าลำไส้ทะลุ
อาการของ ภาวะลำไส้ทะลุและเยื่อบุช่องท้องอักเสบ มักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง โดยมีจุดสังเกตสำคัญที่แตกต่างจากการปวดท้องทั่วไป ดังนี้
อาการปวดท้องที่เกิดขึ้นฉับพลันและปวดตลอดเวลา
มักเริ่มจากปวดเฉพาะจุด แล้วกระจายไปทั่วทั้งท้องอย่างรวดเร็ว ความเจ็บปวดจะรุนแรงมาก ยิ่งขยับตัว ยิ่งสะเทือน ก็จะยิ่งปวด
หน้าท้องแข็งเกร็ง (Board-like Rigidity)
เมื่อลองใช้มือกดเบาๆ ที่หน้าท้อง จะรู้สึกว่าหน้าท้องตึงแข็งมาก ไม่สามารถกดลงไปได้เลย เพราะกล้ามเนื้อหน้าท้องเกร็งตัวต้านทานความเจ็บปวดเอาไว้
อาการเจ็บสะท้อนเมื่อปล่อยมือ (Rebound Tenderness)
เวลานอนราบ แล้วหมอใช้มือกดลงไปที่หน้าท้องเบาๆ แล้วปล่อยมือออกทันที คนไข้จะรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างรุนแรง
สัญญาณเตือนของการติดเชื้อในกระแสเลือด
เมื่ออาการเริ่มแย่ลง จะมีไข้สูง หนาวสั่น คลื่นไส้ อาเจียน หัวใจเต้นเร็ว หายใจหอบเหนื่อย เหงื่อออกตัวเย็น และอาจมีความดันโลหิตตกจนเกิดภาวะช็อกได้
หมอตรวจและรักษาภาวะนี้อย่างไร ทำไมถึงต้องผ่าตัดด่วน?
เมื่อมาถึงห้องฉุกเฉินด้วยอาการน่าสงสัย แพทย์จะทำการตรวจร่างกายอย่างละเอียด ร่วมกับการถ่ายภาพเอ็กซเรย์ (X-ray) หรือเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) บริเวณท้อง ซึ่งมักจะพบฟองอากาศรั่วออกมาลอยอยู่ในช่องท้อง ซึ่งเป็นหลักฐานชัดเจนว่ามีรอยทะลุเกิดขึ้นในระบบทางเดินอาหาร
การรักษา ภาวะลำไส้ทะลุและเยื่อบุช่องท้องอักเสบ ถือเป็นภาวะเร่งด่วนที่ไม่สามารถหายได้ด้วยการกินยาเพียงอย่างเดียว จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดฉุกเฉิน โดยเป้าหมายของการผ่าตัดคือ
- เย็บซ่อมแซมรอยทะลุ: หรือตัดลำไส้ส่วนที่เน่าเสียออก แล้วต่อลำไส้ใหม่
- ล้างทำความสะอาดช่องท้อง: เพื่อกำจัดคราบมูก อุจจาระ แบคทีเรีย และหนองออกให้หมด ลดการติดเชื้อซ้ำซ้อน
- ให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำ: ยาฆ่าเชื้อขนาดสูงจะถูกให้ทันทีเพื่อควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อโรคในกระแสเลือด
วิธีดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากภาวะลำไส้ทะลุ
แม้ภาวะนี้จะฟังดูน่ากลัวและอันตรายถึงชีวิต แต่เราสามารถลดความเสี่ยงลงได้มากด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน
- หลีกเลี่ยงการซื้อยาแก้ปวดกินเองเป็นประจำ: โดยเฉพาะยาแก้ปวดข้อ แก้ปวดกล้ามเนื้อกลุ่ม NSAIDs ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาเสมอ
- ไม่ปล่อยให้โรคกระเพาะอาหารเรื้อรัง: หากมีอาการปวดแสบร้อนจุกแน่นท้องบ่อยๆ ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาให้หายขาด
- รับประทานอาหารด้วยความระมัดระวัง: เคี้ยวอาหารให้ละเอียด โดยเฉพาะอาหารที่มีก้างหรือกระดูก เลี่ยงการเคี้ยวกลืนแบบเร่งรีบ
- อย่ามองข้ามอาการปวดท้องผิดปกติ: หากปวดท้องรุนแรง ปวดติดต่อกันนานหลายชั่วโมง หรือปวดร่วมกับมีไข้และอาเจียน ควรรีบไปพบแพทย์ทันที ไม่ควรซื้อยาแก้ปวดมากินเองเพราะอาจกดอาการจนรักษายากขึ้น
ภาวะลำไส้ทะลุและเยื่อบุช่องท้องอักเสบ เป็นโรคที่ยิ่งรักษาเร็วเท่าไหร่ โอกาสรอดชีวิตและกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น การสังเกตสัญญาณเตือนจากร่างกายจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด