อาการปวดท้องแบบไหน ที่แปลว่ากระเพาะกำลังส่งเสียงเตือน
เวลาที่คนไข้เดินเข้ามาปรึกษาด้วยอาการปวดท้อง หลายคนมักคิดว่าเป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรังหรือกรดไหลย้อนตามปกติ กินยาลดกรดเดี๋ยวก็หาย แต่ถ้าอาการปวดนั้นเริ่มเปลี่ยนรูปแบบไป เช่น จากที่เคยแสบร้อนตอนท้องว่าง กลายเป็นจุกแน่นตลอดเวลา กินอะไรนิดหน่อยก็อิ่มตื้อ หรือน้ำหนักลดลงไปแบบไม่รู้ตัวโดยไม่ได้ตั้งใจ แบบนี้เป็นสัญญาณที่หมอต้องขอตรวจเช็กให้ละเอียดขึ้น เพราะนั่นอาจไม่ใช่แค่แผลในกระเพาะธรรมดา แต่เป็นเงาของโรคมะเร็งกระเพาะอาหารที่แอบซ่อนอยู่
ทำไมจู่ๆ ถึงป่วยเป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร
หลายคนสงสัยว่าตัวเองดูแลสุขภาพดี ทำไมถึงเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร ความจริงแล้วเจ้าโรคร้ายนี้มีจุดเริ่มต้นจากเยื่อบุกระเพาะอาหารที่ถูกทำลายเรื้อรังสะสมมานานหลายปี ตัวการหลักๆ ที่หมอมักเจอในคนไข้มีอยู่ไม่กี่เรื่องใกล้ตัว ดังนี้ครับ
- เจ้าแบคทีเรียตัวร้าย เฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลรี่ (H. pylori): เจ้าตัวนี้ชอบอาศัยอยู่ในกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังจนเซลล์เยื่อบุเปลี่ยนสภาพไปเป็นเซลล์มะเร็งได้ในที่สุด
- อาหารปิ้งย่าง ของหมักดอง และอาหารเค็มจัด: วัฒนธรรมการกินอาหารที่มีดินประสิว เนื้อสัตว์ปิ้งย่างจนไหม้เกรียม หรืออาหารรสเค็มจัดที่ทำลายผนังกระเพาะโดยตรง
- พันธุกรรมและอายุ: คนที่มีประวัติคนในครอบครัวเคยเป็นโรคนี้ หรือผู้ที่มีอายุเกิน 50 ปีขึ้นไป จะมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป
- พฤติกรรมการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์: สสารเหล่านี้ไม่ได้ทำลายแค่ปอดหรือตับ แต่ยังสร้างความเสียหายโดยตรงให้กับเนื้อเยื่อทางเดินอาหารด้วย
- อาการอาหารไม่ย่อย เรอเปรี้ยว หรือแน่นท้องหลังทานอาหาร
- รู้สึกอิ่มเร็วกว่าปกติ ทั้งที่เพิ่งกินไปได้ไม่กี่คำ
- คลื่นไส้ อาเจียนเป็นครั้งคราว โดยเฉพาะอาเจียนออกมามีเศษอาหารค้างเก่า
- กลืนอาหารแล้วรู้สึกติดขัด หรือเจ็บแน่นหน้าอกช่วงลิ้นปี่
- อุจจาระมีสีดำสนิทเหมือนยางมะตอย: เกิดจากเลือดออกในกระเพาะอาหารแล้วถูกย่อยจนกลายเป็นสีดำ
- อาเจียนเป็นเลือดสดหรือมีสีคล้ายกากกาแฟ: แสดงว่ามีแผลขนาดใหญ่หรือหลอดเลือดในกระเพาะแตก
- น้ำหนักลดฮวบแบบไม่ทราบสาเหตุ: ผอมลงอย่างเห็นได้ชัดภายในเวลาไม่กี่เดือน
- คลำพบก้อนเนื้อบริเวณช่องท้องส่วนบน: หรือมีอาการตัวเหลืองตาเหลืองจากการที่มะเร็งลามไปที่ตับ
- การส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร (Gastroscopy): วิธีที่ดีที่สุดและมาตรฐานที่สุด หมอจะใช้กล้องเส้นเล็กๆ สอดผ่านปากลงไปดูเยื่อบุข้างในกระเพาะโดยตรง ถ้าเจอจุดน่าสงสัยก็จะตัดชิ้นเนื้อเล็กๆ ออกมาตรวจหาเซลล์มะเร็งทันที
- การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan): ใช้ประเมินว่าโรคกระจายตัวไปลึกแค่ไหน หรือลามไปต่อมน้ำเหลืองและอวัยวะข้างเคียงหรือยัง
- ลดการกินอาหารปิ้งย่างจนไหม้เกรียม อาหารหมักดองเค็มจัด และเนื้อสัตว์แปรรูปที่มีดินประสิวสูง
- เพิ่มการกินผักและผลไม้สดให้มากขึ้น เพราะมีวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องเซลล์กระเพาะ
- รักษาอาการติดเชื้อแบคทีเรีย H. pylori ให้หายขาด หากตรวจพบเชื้อนี้จากการส่องกล้อง
- หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์จัด
สัญญาณเตือนระยะแรกของโรคมะเร็งกระเพาะอาหารที่มักถูกมองข้าม
ช่วงแรกๆ ของโรคมะเร็งกระเพาะอาหารมักไม่มีอาการแสดงที่ชัดเจน หรือบางทีก็เนียนไปกับโรคกระเพาะทั่วไป ทำให้คนไข้ตายใจ แต่ถ้าสังเกตดีๆ ร่างกายจะเริ่มส่งสัญญาณเตือนเหล่านี้ออกมา
อาการระยะลุกลามที่ต้องรีบมาพบแพทย์ทันที
เมื่อโรคมะเร็งกระเพาะอาหารเริ่มลุกลามมากขึ้น อาการเตือนจะรุนแรงและชัดเจนขึ้นจนใช้ชีวิตประจำวันไม่ได้ หากคุณมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อทำการส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหารทันที
วิธีตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งกระเพาะอาหารจากคุณหมอ
เมื่อสงสัยว่ามีความเสี่ยง หมอจะไม่ปล่อยให้คาคาใจแน่นอนครับ เรามีเครื่องมือตรวจที่แม่นยำเพื่อหาความผิดปกติให้เจอตั้งแต่เนิ่นๆ
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินเพื่อป้องกันโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร
โรคนี้ป้องกันได้ดีที่สุดด้วยการเริ่มปรับเปลี่ยนจากจานอาหารในชีวิตประจำวันครับ
สุขภาพของกระเพาะอาหารเริ่มต้นที่สิ่งที่เราเลือกกินทุกวันครับ หากมีอาการปวดท้องเรื้อรังที่รักษาไม่หายสักที อย่าเพิ่งซื้อยากินเองต่อเนื่องเป็นเวลานาน แนะนำให้มาพบแพทย์เพื่อตรวจให้แน่ใจว่าข้างในปลอดภัยดีไหม เพราะการรู้เร็ว รักษาเร็ว คือกุญแจสำคัญที่สุดในการเอาชนะโรคมะเร็งกระเพาะอาหารครับ