ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ในช่วงสัปดาห์แรกหลังคลอด สำหรับคุณพ่อคุณแม่ป้ายแดง ไม่มีอะไรจะน่ากังวลใจไปกว่าการสังเกตเห็นผิวของลูกน้อยเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลือง โดยเฉพาะเมื่ออุ้มลูกส่องกับแสงธรรมชาติแล้วพบว่าตาขาวและใบหน้าดูเหลืองขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความกังวลใจมักตามมาพร้อมกับคำถามมากมายว่าเกิดจากอะไร และน้ำนมแม่ที่เราพยายามมอบให้อย่างเต็มที่นั้นเพียงพอสำหรับเขาหรือไม่

ในทางการแพทย์ ภาวะตัวเหลืองจากการได้รับนมแม่ ไม่เพียงพอ (Breastfeeding Jaundice) เป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดในทารกแรกเกิดช่วงสัปดาห์แรก ซึ่งแตกต่างจากภาวะตัวเหลืองที่เกิดจากสารในน้ำนมแม่โดยตรง ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการส่งผ่านสารอาหารจากอกแม่สู่ลูกจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างปลอดภัย

ทำไมการกินนมไม่พอจึงทำให้ทารกตัวเหลือง

โดยปกติแล้ว ทารกแรกเกิดจะมีสารสีเหลืองที่เรียกว่า "บิลิรูบิน" (Bilirubin) ในกระแสเลือดสูงกว่าผู้ใหญ่ สารนี้เกิดจากการสลายตัวของเม็ดเลือดแดงที่หมดอายุขัย ซึ่งร่างกายของทารกจะกำจัดบิลิรูบินออกผ่านทางอุจจาระและปัสสาวะ โดยมีตับทำหน้าที่ช่วยขับออก

แต่เมื่อทารกได้รับนมแม่ในปริมาณที่ไม่เพียงพอในช่วงวันแรก ๆ ของชีวิต ส่งผลให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ช้าลง ลำไส้เคลื่อนตัวน้อยลง บิลิรูบินที่ควรจะถูกขับออกไปพร้อมกับอุจจาระจึงถูกดูดซึมกลับเข้าสู่กระแสเลือดอีกครั้ง ทำให้ระดับสารสีเหลืองในร่างกายสะสมสูงขึ้นจนปรากฏให้เห็นทางผิวหนังและตาขาวของลูกน้อย

สัญญาณเตือนที่บอกว่าลูกได้รับน้ำนมไม่เพียงพอ

คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตอาการเบื้องต้นเพื่อประเมินว่าลูกน้อยกำลังเผชิญกับภาวะนี้อยู่หรือไม่ ผ่านสัญญาณเตือนดังต่อไปนี้

  • จำนวนผ้าอ้อมที่เปียก: ในช่วง 1-2 วันแรก ทารกควรปัสสาวะอย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้ง แต่เมื่อเข้าสู่วันที่ 4-5 เป็นต้นไป ทารกควรปัสสาวะสีเหลืองอ่อนอย่างน้อยวันละ 6 ครั้งขึ้นไป หากผ้าอ้อมแห้งหรือปัสสาวะมีสีเข้มเขียวปนส้ม อาจเป็นสัญญาณเตือนของอาการขาดน้ำ
  • การขับถ่ายอุจจาระ: ในวันแรก ๆ อุจจาระของลูกจะเป็นสีดำเทาปนเขียว (ขี้เทา) แต่หลังจากได้รับนมแม่เต็มที่ อุจจาระจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเขียวและเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง หากผ่านไป 3-4 วันแล้ว ลูกยังถ่ายเป็นขี้เทาสีดำ แสดงว่าทารกอาจได้รับนมแม่ไม่เพียงพอ
  • พฤติกรรมการนอนและการดูดนม: ทารกอาจมีอาการซึม หลับลึกจนไม่ยอมตื่นมากินนม หรือในทางกลับกัน อาจร้องงอแงบ่อย หิวตลอดเวลา และดูดนมบ่อยแต่ดูไม่อิ่ม
  • น้ำหนักตัวลดลงมากเกินไป: โดยทั่วไปน้ำหนักตัวของทารกแรกเกิดจะลดลงในช่วงแรกได้บ้าง แต่ไม่ควรลดลงเกินร้อยละ 7 ถึง 10 ของน้ำหนักแรกเกิด

แนวทางการดูแลและป้องกันเพื่อสุขภาวะที่ดีของลูกน้อย

การแก้ไขภาวะตัวเหลืองประเภทนี้ ไม่จำเป็นต้องงดนมแม่ แต่ในทางตรงกันข้าม การเพิ่มประสิทธิภาพของการให้นมแม่คือวิธีรักษาที่ดีที่สุด

1. เพิ่มความถี่ในการให้นม

ควรให้ลูกดูดนมแม่บ่อยขึ้น อย่างน้อยวันละ 8 ถึง 12 ครั้ง หรือทุก 2-3 ชั่วโมง ไม่ควรรอให้ลูกร้องไห้จนหิวจัด เพราะจะทำให้ทารกดูดนมได้ไม่ดี หากลูกหลับนานเกิน 3 ชั่วโมง ควรปลุกเพื่อมากระตุ้นการดูดนม

2. ตรวจสอบท่าทางการเข้าเต้าที่ถูกต้อง

การที่ลูกอมหัวนมไม่ลึกพอจะทำให้ทารกดูดนมได้แต่น้ำนมไม่ออก และทำให้คุณแม่เจ็บหัวนม ควรให้ลูกอมให้มิดลานนม คางชิดเต้า จมูกเชิดขึ้นเล็กน้อย เพื่อช่วยให้ลูกกลืนน้ำนมได้อย่างเต็มที่

3. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการให้นมบุตร

หากรู้สึกว่าน้ำนมยังมาน้อย หรือไม่แน่ใจว่าลูกดูดนมได้ถูกวิธีหรือไม่ การปรึกษาคลินิกนมแม่หรือกุมารแพทย์จะช่วยแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด เช่น การนวดกระตุ้นน้ำนม หรือการปรับท่าให้นมที่เหมาะสม

ข้อควรระวังสำคัญ: ไม่แนะนำให้ป้อนน้ำเปล่าแก่ทารกแรกเกิดเพื่อหวังจะลดตัวเหลือง เพราะน้ำเปล่าจะทำให้ทารกอิ่มหลอกและปฏิเสธนมแม่ ซึ่งจะยิ่งทำให้ภาวะตัวเหลืองรุนแรงขึ้นจากการขาดสารอาหาร

เมื่อไหร่ที่ต้องพาลูกไปพบแพทย์ทันที

แม้ว่าภาวะตัวเหลืองส่วนใหญ่จะดีขึ้นได้เองเมื่อทารกได้รับนมแม่เพียงพอ แต่หากระดับบิลิรูบินสูงเกินไปอาจเป็นอันตรายต่อสมองของทารกได้ คุณพ่อคุณแม่ควรรีบนำลูกส่งโรงพยาบาลทันทีหากพบอาการเหล่านี้

  • ผิวของลูกดูเหลืองเข้มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะบริเวณท้อง แขน และขา
  • ตาขาวเปลี่ยนเป็นสีเหลืองชัดเจน
  • ทารกซึมมาก ปลุกยาก ไม่ยอมดูดนม หรือมีอาการเกร็ง ร้องไห้เสียงแหลมสูง
  • อุจจาระของลูกมีสีเทาซีด หรือปัสสาวะมีสีเข้มมาก

การเฝ้าสังเกตอย่างใกล้ชิดด้วยความรักและความเข้าใจ จะช่วยให้ทารกแรกเกิดผ่านพ้นช่วงสัปดาห์แรกไปได้อย่างปลอดภัย นมแม่คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูก และการส่งเสริมให้ลูกได้รับน้ำนมอย่างเพียงพอคือเกราะป้องกันที่ทรงพลังที่สุดในการรับมือกับภาวะตัวเหลืองนี้

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down