ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายครั้งที่ตื่นเช้าขึ้นมาแล้วรู้สึกคอแข็งขยับไม่ได้ หรือหลังจากนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ติดต่อกันหลายชั่วโมงแล้วมีอาการปวดตึงสะบักและหลังอย่างรุนแรง สิ่งแรกที่หลายคนเลือกทำคือการเดินไปเปิดตู้ยาเพื่อหาซื้อยาบรรเทาอาการปวดหรือยาคลายกล้ามเนื้อมากินเอง แต่รู้หรือไม่ว่าการหยิบยาเหล่านั้นมากินโดยขาดความเข้าใจที่ถูกต้อง อาจนำมาซึ่งผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อร่างกายได้ไม่น้อย

ในฐานะหมอที่เจอกับคนไข้กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและออฟฟิศซินโดรมอยู่เป็นประจำ หมออยากจะชวนทุกคนมาทำความเข้าใจเรื่องการใช้ยาบรรเทาอาการปวดและการใชยาคลายกล้ามเนื้ออย่างปลอดภัย เพื่อให้เราสามารถดูแลตัวเองเบื้องต้นได้อย่างถูกต้องและไม่เกิดอันตรายต่อสุขภาพในระยะยาว

ยาพาราเซตามอล ยาสามัญประจำบ้านที่คุ้นเคย กินอย่างไรไม่ให้ทำร้ายตับ

เมื่อเริ่มมีอาการปวด ยาชนิดแรกที่ทุกคนนึกถึงย่อมหนีไม่พ้นพาราเซตามอล (Paracetamol) ซึ่งเป็นยาที่ค่อนข้างปลอดภัยและระคายเคืองกระเพาะอาหารน้อยมาก ยานี้มีฤทธิ์ในการบรรเทาอาการปวดขั้นรุนแรงน้อยถึงปานกลางและช่วยลดไข้ แต่สิ่งที่ต้องระวังที่สุดคือเรื่องของปริมาณยาและระยะเวลาในการกิน

  • ขนาดที่เหมาะสมกับร่างกาย: สำหรับผู้ใหญ่ที่มีน้ำหนักตัวปกติทั่วไป ควรรับประทานครั้งละ 1 เม็ด (ขนาด 500 มิลลิกรัม) ทุก 4-6 ชั่วโมงเมื่อมีอาการ และไม่ควรทานเกิน 8 เม็ดต่อวัน (หรือ 4,000 มิลลิกรัม)
  • อันตรายจากการสะสม: การกินยาพาราเซตามอลมากเกินไปหรือติดต่อกันนานเกิน 5 วันโดยไม่จำเป็น จะส่งผลเสียโดยตรงต่อตับ ทำให้เกิดภาวะตับอักเสบหรือตับวายได้ ดังนั้นหากกินยาแล้วอาการปวดไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน ควรหยุดยาและไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง

ยาแก้ปวดกลุ่มต้านการอักเสบ (NSAIDs) ช่วยลดปวดบวม แต่ต้องระวังเรื่องกระเพาะอาหารและไต

หากมีอาการปวดจากการอักเสบ เช่น ข้อเท้าแพลง กล้ามเนื้ออักเสบเฉียบพลันจากการเล่นกีฬา หรือเอ็นร้อยหวายอักเสบ ยาพาราเซตามอลทั่วไปอาจเอาไม่อยู่ ยาในกลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า กลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) หรือยาในกลุ่มควบคุมเฉพาะอย่างเซเลโคซิบ (Celecoxib) จะเข้ามามีบทบาทในการลดทั้งอาการปวดและการอักเสบของเนื้อเยื่ออย่างตรงจุด

ข้อควรระวังสำคัญเมื่อต้องใช้ยากลุ่มเอ็นเสด

  • ต้องกินหลังอาหารทันที: ยาในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มีฤทธิ์เป็นกรดและยับยั้งสารที่ช่วยปกป้องเยื่อบุทางเดินอาหาร จึงอาจทำให้เกิดอาการระคายเคือง เป็นแผลในกระเพาะอาหาร หรือมีเลือดออกในทางเดินอาหารได้ จึงต้องกินหลังอาหารทันทีและดื่มน้ำตามมากๆ ห้ามกินตอนท้องว่างเด็ดขาด
  • ผู้มีโรคประจำตัวต้องเลี่ยงหรือใช้ภายใต้การดูแลของหมอ: สำหรับผู้ที่เป็นโรคไต โรคหัวใจ หรือมีความดันโลหิตสูง ควรหลีกเลี่ยงยากลุ่มนี้ เพราะยาอาจทำให้ไตทำงานหนักขึ้น ส่งผลให้ร่างกายกักเก็บน้ำมากขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อระบบหลอดเลือดหัวใจ

ยาคลายกล้ามเนื้อทำงานอย่างไร ทำไมกินแล้วถึงรู้สึกง่วงซึมและอ่อนเพลีย

หลายคนเข้าใจผิดว่าเมื่อปวดกล้ามเนื้อจะต้องกินยาคลายกล้ามเนื้อเพื่อรักษาอาการปวดโดยตรง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยาคลายกล้ามเนื้อ เช่น ยาออเฟเนดรีน (Orphenadrine) หรือยาทอลเพอริโซน (Tolperisone) ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลางเพื่อส่งสัญญาณไปช่วยให้กล้ามเนื้อที่หดเกร็งตัวเกิดการผ่อนคลายลง

เนื่องจากตัวยาออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท ผลข้างเคียงที่หลีกเลี่ยงได้ยากคือ อาการง่วงซึม มึนงง ปากแห้ง คอแห้ง หรือตาพร่ามัว ดังนั้นหลังจากกินยานี้แล้ว จึงไม่ควรขับขี่ยานพาหนะ ทำงานในที่สูง หรือทำงานกับเครื่องจักรเด็ดขาด และหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ร่วมด้วยเพราะจะยิ่งเสริมฤทธิ์ง่วงซึมจนทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้

เตือนภัยเงียบจากการจับคู่ยาผิด อาจได้รับยาซ้ำซ้อนโดยไม่รู้ตัว

เรื่องที่หมอมักจะเน้นย้ำกับคนไข้เสมอคือเรื่องความซ้ำซ้อนของยา ยาคลายกล้ามเนื้อที่มีวางจำหน่ายในท้องตลาดหลายยี่ห้อมักเป็นสูตรผสมที่มีทั้งยาคลายกล้ามเนื้อและยาพาราเซตามอลอยู่ในเม็ดเดียวกัน หากเราไม่ตรวจสอบชื่อสามัญทางยาบนซองให้ดี แล้วซื้อยาพาราเซตามอลเม็ดสีขาวมากินควบคู่ไปด้วย ก็จะทำให้ร่างกายได้รับยาพาราเซตามอลเกินขนาดโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งส่งผลอันตรายต่อตับอย่างรุนแรงในเวลาอันรวดเร็ว

วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการอ่านฉลากยาอย่างละเอียดทุกครั้ง หรือแจ้งเภสัชกรและแพทย์ทุกครั้งว่าขณะนี้กำลังกินยาอะไรอยู่บ้าง เพื่อหลีกเลี่ยงการได้รับยาซ้ำซ้อน

วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นเพื่อลดอาการปวดตึงกล้ามเนื้อ โดยไม่ต้องพึ่งยา

การกินยาเป็นการรักษาที่ปลายเหตุเพื่อบรรเทาอาการในระยะสั้น หากเรามีอาการปวดเมื่อยจากการทำงานหรือการใช้ชีวิตประจำวัน หมอแนะนำให้ลองใช้วิธีธรรมชาติเหล่านี้ร่วมด้วยเพื่อลดการสะสมของสารเคมีในร่างกาย

  • การประคบเย็น: เหมาะสำหรับอาการปวดบวมอักเสบเฉียบพลัน เช่น ข้อเท้าแพลง หรือกล้ามเนื้อได้รับบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาภายใน 24-48 ชั่วโมงแรก ความเย็นจะช่วยลดความร้อน อาการบวม และช่วยให้หลอดเลือดหดตัวเพื่อลดการอักเสบ
  • การประคบอุ่น: เหมาะสำหรับอาการปวดตึงกล้ามเนื้อเรื้อรัง เช่น ปวดเมื่อยคอบ่าไหล่จากออฟฟิศซินโดรม ความร้อนจะช่วยให้เส้นเลือดขยายตัวและการไหลเวียนของเลือดดีขึ้น นำพาออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อและช่วยผ่อนคลายความตึงเกร็งได้ดี
  • การยืดเหยียดกล้ามเนื้ออย่างสม่ำเสมอ: ควรปรับพฤติกรรมโดยการลุกขึ้นขยับร่างกาย ยืดเส้นยืดสายทุกๆ 1 ชั่วโมงในระหว่างทำงาน เพื่อป้องกันไม่ให้กล้ามเนื้อเกร็งค้างและพัฒนาไปเป็นอาการปวดเรื้อรัง

อาการปวดแบบไหนที่เป็นสัญญาณเตือนว่า ควรไปพบแพทย์ทันที

แม้ว่าการกินยาแก้ปวดเบื้องต้นจะช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยทั่วไปได้ แต่หากสังเกตเห็นอาการเตือนเหล่านี้ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคที่รุนแรงกว่าปกติ

  • อาการปวดไม่ดีขึ้นเลยหลังกินยาและพักผ่อนติดต่อกัน 3-5 วัน หรือมีอาการปวดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนรบกวนการนอนหลับ
  • มีอาการชา ร้าวลงไปที่แขน ข้อมือ หรือร้าวลงไปที่ต้นขาและน่อง ร่วมกับมีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
  • มีไข้สูง น้ำหนักลดลงอย่างไม่ทราบสาเหตุ หรือมีอาการข้อต่อบวม แดง ร้อนอย่างรุนแรงร่วมด้วย

การดูแลสุขภาพและการเลือกใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการปวดอย่างเหมาะสม ไม่เพียงแต่ช่วยให้เราหายจากความทรมานทางร่างกาย แต่ยังช่วยปกป้องอวัยวะภายในที่สำคัญอย่างตับและไตให้ทำงานได้อย่างยาวนานและปลอดภัย การใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ก่อนรับประทานยาทุกครั้ง จะช่วยให้เรากลับมามีร่างกายที่แข็งแรงได้อย่างปลอดภัยอย่างแท้จริง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down