ห้องน้ำคือห้องตรวจโรคส่วนตัว: ทำไมสีของอุจจาระถึงบอกโรคได้?
เวลาที่เราเข้าห้องน้ำเสร็จแล้วกดชักโครก หลายคนอาจจะไม่เคยชายตาแลมองของเสียที่ขับออกมาเลย ทั้งที่จริงๆ แล้ว เจ้าก้อนอุจจาระในโถส้วมเนี่ยเปรียบเสมือนรายงานสุขภาพชิ้นสำคัญที่ร่างกายส่งตรงมาจากลำไส้ โดยเฉพาะเรื่องของสีสัน ปกติแล้วอุจจาระของเราควรจะมีสีน้ำตาลเข้มปานกลาง ซึ่งสีน้ำตาลนี้ไม่ได้มาจากไหนไกล แต่มันมาจากสารน้ำดีที่ตับสร้างขึ้นแล้วถูกปล่อยลงมาผสมกับอาหารในลำไส้
วันหนึ่งถ้าคุณเปิดฝาชักโครกแล้วพบว่าอุจจาระกลายเป็นสีซีดจางลง เหมือนสีดินน้ำมัน สีครีม หรือบางทีก็ออกขาวโพลนเหมือนแป้งเปียก นั่นไม่ใช่เรื่องบังเอิญและไม่ใช่เพราะกินอาหารแปลกปลอมแน่นอน แต่มันคือสัญญาณเตือนภัยระดับสีส้มที่ฟ้องว่า ระบบทางเดินน้ำดีของคุณกำลังมีปัญหาขัดข้องอย่างรุนแรง และต้นตอส่วนใหญ่ในห้องตรวจของหมอก็หนีไม่พ้นเรื่องของนิ่วในถุงน้ำดีที่เข้าไปอุดตันท่อส่งน้ำดีพอดิบพอดี
นิ่วในถุงน้ำดีหลุดไปอุดท่อตอนไหน ทำไมน้ำดีถึงเดินทางมาไม่ถึงลำไส้?
หลายคนสงสัยว่า นิ่วที่อยู่ในถุงน้ำดีมันจะไปเกี่ยวอะไรกับสีของอุจจาระได้? เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ลองนึกภาพถุงน้ำดีเป็นเหมือนถุงเก็บน้ำอัดลมที่อยู่ใต้ตับ หน้าที่ของมันคือพักน้ำดีที่ตับผลิตไว้ แล้วค่อยๆ บีบน้ำดีสีเขียวเข้มนี้ออกมาช่วยย่อยไขมันเวลาเรากินอาหารมันๆ เข้าไป
แต่พอนานวันเข้า ส่วนประกอบในน้ำดีเกิดตกตะกอนกลายเป็นก้อนนิ่วเม็ดเล็กๆ หรือเม็ดใหญ่เท่าลูกแก้ว วันดีคืนดีพอนิ่วเจ้ากรรมเกิดขยับตัว กลิ้งหลุดจากตัวถุงน้ำดีแล้วไหลลงมาติดคาอยู่ที่ท่อน้ำดีส่วนกลาง ซึ่งเป็นท่อสายหลักที่ส่งน้ำดีจากตับและถุงน้ำดีพุ่งตรงลงสู่ลำไส้เล็ก ท่อเส้นนี้พอมันโดนก้อนนิ่วอุดตัน น้ำดีที่ควรจะไหลลงไปย้อมสีอุจจาระให้เป็นสีน้ำตาลก็เลยไหลลงไปไม่ได้ น้ำดีถูกกักไว้ ดันย้อนกลับขึ้นไปที่ตับ จนเกิดอาการตัวเหลืองตาเหลืองตามมา และแน่นอนว่าเมื่อไม่มีน้ำดีเดินทางไปถึงลำไส้ อุจจาระที่ถูกขับออกมาจึงสูญเสียสีน้ำตาลไป กลายเป็นอุจจาระสีซีดจางจากการขาดน้ำดีเนื่องจากภาวะนิ่วในถุงน้ำดีอย่างชัดเจน
อาการร่วมอื่นๆ ที่มักมาพร้อมกับอุจจาระสีซีดที่คุณต้องสังเกต
นอกจากเรื่องของอุจจาระสีแปลกตาแล้ว ภาวะท่อน้ำดีอุดตันจากนิ่วไม่ได้มาเดี่ยวๆ แต่มักจะมีอาการอื่นๆ พ่วงตามมาเป็นขบวน ซึ่งถ้าคุณกำลังเจออาการเหล่านี้ร่วมด้วย ให้ปักหมุดไว้เลยว่าตับและทางเดินน้ำดีกำลังมีปัญหาแน่นอน
-
ตัวเหลืองตาเหลือง (Jaundice): สังเกตง่ายๆ ที่ตาขาวจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ๋อย ผิวหนังตามตัวก็เริ่มเหลืองตาม เพราะสารสีน้ำดีที่คั่งอยู่ในตับรั่วซึมเข้าสู่กระแสเลือด
ปัสสาวะมีสีเข้มจัดเหมือนชาเขียวหรือโค้ก: ในขณะที่อุจจาระซีดลงเพราะน้ำดีลงไปไม่ได้ ร่างกายพยายามขับน้ำดีส่วนเกินออกทางไต ทำให้ฉี่ของเรากลายเป็นสีเข้มผิดปกติ
ปวดท้องรุนแรงบริเวณลิ้นปี่หรือชายโครงขวา: อาการปวดแบบจุกแน่น เสียด หรือปวดบิดเป็นพักๆ มักเกิดขึ้นหลังจากกินอาหารที่มีไขมันสูง เนื่องจากถุงน้ำดีพยายามบีบตัวสู้กับก้อนนิ่วที่อุดอยู่
มีไข้ร่วมกับหนาวสั่น: ถ้าเริ่มมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนในท่อน้ำดี จะมีไข้สูงร่วมด้วย ซึ่งเป็นภาวะอันตรายที่ต้องได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างเร่งด่วน
เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กอาการอย่างละเอียด?
ถ้าคุณพบว่าอุจจาระมีสีซีดจางลงติดต่อกันเกินสองถึงสามวัน โดยเฉพาะถ้ามีอาการตัวเหลืองตาเหลืองหรือปวดท้องร่วมด้วย ห้ามรอดูอาการอยู่ที่บ้านเด็ดขาดครับ เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องของระบบย่อยอาหารธรรมดา แต่เป็นความผิดปกติทางกายวิภาคที่ต้องอาศัยคุณหมอเฉพาะทางด้านทางเดินอาหารและตับในการวินิจฉัย
คุณหมอจะทำการตรวจเลือดเพื่อดูค่าการทำงานของตับและระดับบิลิรูบิน ร่วมกับการทำอัลตร้าซาวด์ช่องท้อง (Upper Abdominal Ultrasound) ซึ่งเป็นวิธีที่แม่นยำและรวดเร็วที่สุดในการมองเห็นก้อนนิ่วในถุงน้ำดีหรือในท่อน้ำดี รวมถึงประเมินขนาดของท่อน้ำดีว่ามีการขยายตัวจากการอุดตันหรือไม่ เพื่อวางแผนรักษา ไม่ว่าจะเป็นการส่องกล้องเพื่อล้างท่อน้ำดี (ERCP) หรือการผ่าตัดเอาถุงน้ำดีออกตามความเหมาะสมของอาการแต่ละคนครับ